ผมได้เดินทางไปเชียงใหม่เพื่อร่วมงานหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นงานเกี่ยวกับดอกไม้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยกลิ่นหอมและความสดชื่นของธรรมชาติ ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาผมก็สะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอสวยมาก สะดุดตาเสียจนผมอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปชวนคุย
เราคุยกันตั้งแต่งานยังไม่เริ่มดี จนกระทั่งถึงช่วงที่งานเปิดอย่างเป็นทางการ เธอดูเปิดใจ และเราคุยกันอย่างถูกคอ ผมจึงชวนเธอออกไปเที่ยวกันต่อหลังจากออกจากงาน
เราขับรถขึ้นไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงมาก สูงเสียจนเหมือนอยู่ท่ามกลางหมอกและเมฆ เราสองคนได้นั่งกินข้าวด้วยกัน พูดคุยและหัวเราะกันจนถึงดึกคืนนั้น
หลังจากนั้น เราตัดสินใจพักที่เดียวกัน ในที่พักเล็กๆ ที่เงียบสงบ คืนนั้นมีฝนตกลงมาเล็กน้อย อากาศเย็นแต่ก็ไม่หนาวจนเกินไป ผมกับเธอออกมาเล่นอะไรบางอย่างกันนอกห้อง — เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
เมื่อกลับเข้าห้อง เราก็นั่งคุยกันต่อจนเกือบสว่าง ไม่มีเรื่องใดเฉพาะเจาะจงที่ต้องพูด แค่การได้พูด ได้ฟัง ได้อยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกพิเศษแล้ว
เช้าวันต่อมา เราออกจากที่พักด้วยกัน ตั้งใจจะไปเที่ยวต่อ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น — น้ำที่เกิดจากฝนตกเมื่อคืนได้ไหลบ่าท่วมเข้ามาในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว
เธอรีบวิ่งไปข้างหน้า ผมหยุดชะงักเพียงครู่เดียว พอหันไปอีกที เธอก็หายไปจากสายตา
จนกระทั่งเรามาเจอกันอีกครั้งที่ที่พักเดิม บรรยากาศตอนนั้นเงียบและแตกต่างจากคืนก่อนอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แค่เลือกจะพักต่ออีกหนึ่งคืน
คืนนั้นกลายเป็นคืนที่เศร้าที่สุด เพราะเราต่างรู้ว่านี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกัน
ก่อนแยกย้าย เราแลกช่องทางติดต่อกันไว้ เธอบ่นบางอย่างเกี่ยวกับตัวผม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่า… เราคงไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ
จากนั้น เราต่างคนต่างเดินทางกลับ — ผมกลับบ้านเกิด ส่วนเธอกลับไปเรียนต่อ
ผมกลับมาคุยกับน้อง เล่าให้ฟังว่าผมชอบผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน แต่ก็พูดถึงสิ่งที่เธอไม่ชอบในตัวผมด้วย เราเหมือนจะมีความหวัง แต่ก็มีบางสิ่งที่ไม่สามารถฝืนได้
ในวันหนึ่ง ผมได้คุยกับแม่ แม่บอกผมสั้นๆ ว่า
“ปล่อยเขาไปเถอะลูก”
หลังจากนั้นไม่นาน เธอโทรมาหาผม เราคุยกันเล็กน้อย เธอบอกว่าเธอกำลังเรียนอยู่ ผมไม่ได้ถามอะไรมาก ได้แค่ฟังเสียงเธอเงียบๆ อย่างตั้งใจ
ผมรู้แค่อย่างเดียว — ว่าเธอเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น และดูเหมือนจะมีชื่อเสียงนิดหน่อย
แล้วหลังจากนั้น… ผมก็ตื่นขึ้นมา
ตีห้าครึ่ง
ผมนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็รีบลุกมาเขียนเรื่องราวนี้ไว้
เพราะมันคือความฝันที่ดีที่สุด…
และเศร้าที่สุด… เท่าที่ผมเคยมี
เรื่องราวความฝันที่ดีที่สุดและเศร้าที่สุด
เราคุยกันตั้งแต่งานยังไม่เริ่มดี จนกระทั่งถึงช่วงที่งานเปิดอย่างเป็นทางการ เธอดูเปิดใจ และเราคุยกันอย่างถูกคอ ผมจึงชวนเธอออกไปเที่ยวกันต่อหลังจากออกจากงาน
เราขับรถขึ้นไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงมาก สูงเสียจนเหมือนอยู่ท่ามกลางหมอกและเมฆ เราสองคนได้นั่งกินข้าวด้วยกัน พูดคุยและหัวเราะกันจนถึงดึกคืนนั้น
หลังจากนั้น เราตัดสินใจพักที่เดียวกัน ในที่พักเล็กๆ ที่เงียบสงบ คืนนั้นมีฝนตกลงมาเล็กน้อย อากาศเย็นแต่ก็ไม่หนาวจนเกินไป ผมกับเธอออกมาเล่นอะไรบางอย่างกันนอกห้อง — เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
เมื่อกลับเข้าห้อง เราก็นั่งคุยกันต่อจนเกือบสว่าง ไม่มีเรื่องใดเฉพาะเจาะจงที่ต้องพูด แค่การได้พูด ได้ฟัง ได้อยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกพิเศษแล้ว
เช้าวันต่อมา เราออกจากที่พักด้วยกัน ตั้งใจจะไปเที่ยวต่อ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น — น้ำที่เกิดจากฝนตกเมื่อคืนได้ไหลบ่าท่วมเข้ามาในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว
เธอรีบวิ่งไปข้างหน้า ผมหยุดชะงักเพียงครู่เดียว พอหันไปอีกที เธอก็หายไปจากสายตา
จนกระทั่งเรามาเจอกันอีกครั้งที่ที่พักเดิม บรรยากาศตอนนั้นเงียบและแตกต่างจากคืนก่อนอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แค่เลือกจะพักต่ออีกหนึ่งคืน
คืนนั้นกลายเป็นคืนที่เศร้าที่สุด เพราะเราต่างรู้ว่านี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกัน
ก่อนแยกย้าย เราแลกช่องทางติดต่อกันไว้ เธอบ่นบางอย่างเกี่ยวกับตัวผม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่า… เราคงไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ
จากนั้น เราต่างคนต่างเดินทางกลับ — ผมกลับบ้านเกิด ส่วนเธอกลับไปเรียนต่อ
ผมกลับมาคุยกับน้อง เล่าให้ฟังว่าผมชอบผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน แต่ก็พูดถึงสิ่งที่เธอไม่ชอบในตัวผมด้วย เราเหมือนจะมีความหวัง แต่ก็มีบางสิ่งที่ไม่สามารถฝืนได้
ในวันหนึ่ง ผมได้คุยกับแม่ แม่บอกผมสั้นๆ ว่า
“ปล่อยเขาไปเถอะลูก”
หลังจากนั้นไม่นาน เธอโทรมาหาผม เราคุยกันเล็กน้อย เธอบอกว่าเธอกำลังเรียนอยู่ ผมไม่ได้ถามอะไรมาก ได้แค่ฟังเสียงเธอเงียบๆ อย่างตั้งใจ
ผมรู้แค่อย่างเดียว — ว่าเธอเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น และดูเหมือนจะมีชื่อเสียงนิดหน่อย
แล้วหลังจากนั้น… ผมก็ตื่นขึ้นมา
ตีห้าครึ่ง
ผมนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็รีบลุกมาเขียนเรื่องราวนี้ไว้
เพราะมันคือความฝันที่ดีที่สุด…
และเศร้าที่สุด… เท่าที่ผมเคยมี