พาเที่ยวเกาะเอโนะชิมะ (ENOSHIMA) เกาะเล็กๆ ที่เดินได้ทั้งวัน ย่านคามาคุระ

พูดถึงคามาคุระ หลายๆ ท่านที่เคยเที่ยวแล้ว น่าจะนึกถึง จุดถ่ายรูปยอดฮิต ตามรอยอนิเมะ Slamdunk / นั่ง ENODEN รถไฟปู๊นๆ เขียวๆ เที่ยวชมวิวทะเล / กินคาเฟ่ชิคๆ / เดินถนนKomachi ใช่มั้ยครับ นั่นเป็นรูทมาตรฐานสำหรับนักท่องเที่ยวครับ

แต่มีอีกหนึง Hot Spot ที่น่าไปเที่ยวไม่แพ้กัน สัมผัสบรรยากาศริมทะเลไปพลาง ทดสอบความฟิตกำลังขาไปพลาง มีให้เที่ยวตั้งแต่ ศาลเจ้า ชมดอกไม้ ขึ้นประภาคาร ยันลอดถ้ำ!!

ที่นี่คือ ENOSHIMA หรือ เกาะ ENO ที่อยู่ในละแวก คามาคุระเช่นเดียวกันครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปเรียนรู้เสน่ห์ของการเที่ยวเกาะนี้กันนะครับ

การจะไปเที่ยว ENOSHIMA แนะนำว่า ควรไปแต่เช้าๆ หน่อยนะครับ ถึงแม้จะอากาศเย็นสบายๆ ในเดือนเมษายนที่ผมไป แต่แดดจะเริ่มแรงครับ เราต้องเดินตากแดดเยอะพอสมควร 5555 เตรียมร่ม หรือ แว่นกันแดดไป และ ทำตัวให้เบา ก่อนไปนะครับ อย่าแบกของไปเยอะ เราต้องเดินเยอะมาก

การเดินทาง ผมแนะนำให้ 2 แบบนะครับ

1. ถ้ามาเที่ยวคามาคุระอยู่แล้วไปตามนี้ครับ

ผมเริ่มที่สถานี คามาคุระ (ผมไปเที่ยวที่อื่นก่อนแปปนึงนะครับ ไปพระใหญ่ก่อน แต่จะไม่กล่าวถึงในนี้นะครับ) เราสามารถนั่ง ENODEN ไปลงที่สถานี ENOSHIMA ได้เลยครับ ใช้เวลาราวๆ 34 นาที

2. แต่ถ้ามาจากโตเกียว ให้เราเลือกปลายทางเป็นสถานี Katase-Enoshima ครับ มาจากสถานีโตเกียวใช้เวลาราวๆ 1 ชม นิดๆ ครับ นั่งสาย Tokaido Line สีส้ม มาลงสถานี Fujisawa และไปเปลี่ยนสาย Enoshima Line เพื่อไปถึงปลายทางครับ ได้เช่นกัน ไม่ต้องอ้อมไปลงคามาคุระ



อย่างที่บอกไปข้างบนว่า สถานีที่จะมาเที่ยว Enoshima จะมีสองสถานีนะครับ ชื่อ Enoshima (Enoden line) อันนี้จะเล็กๆ เก่าๆ หน่อย ส่วนอีกอัน เป็น Landmak ถ่ายรูปเลยครับ สถานีสวยมาก ชื่อ Katase-Enoshima  อันนี้มีสถาปัตยกรรมสไตล์จีนๆ หน่อย สวยดีครับ (สายอนิเมะ เห็นแล้วต้องคุ้นๆ นะครับ เป็นฉากในอนิเมะหลายเรื่องครับ 555 เช่น Bocchi The rock,Seishun Buta Yarō



จริงๆ ถนนที่มุ่งหน้ามาที่เกาะนี้ มีโรงแรมเยอะนะครับ วิวทะเลเลย ร้านอาหารก็เยอะมากๆ ด้วย ไปดูรีวิวร้านกันได้เลยนะครับ ชื่อถนน Subana Street  (https://maps.app.goo.gl/W8EfGxUexLQmBXqYA) เป็นย่านของกิน ที่พัก ริมทะเลที่สงบสวยงามดีครับ ถ้าใครจะมาค้างคืนก็มาถนนนี้เลย แต่ผมมาเร็วเกิน ร้านค้ายังไม่เปิด 555



มาเดินไปเกาะกันครับ ....

ใช่ครับ ต้องเดินนะครับ 55 เพราะทางไปเกาะ เป็นถนนสะพานยาวๆ ที่เชื่อมจากฝั่งไปหาเกาะ ลมแรงดีมาก ที่สำคัญ เราสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากตรงนี้ด้วยนะครับ ! ถ้าวันอากาศดีๆ คุณลุงมาโชว์ตัวให้เห็นจนน่าแปลกใจเลยครับ ว่าห่างกันตั้งไหล ยังเห็นอีก 555

เห็นเกาะอยู่ทางโน้นครับ เดินประมาณสัก 15 นาทีถึงครับ


****เคล็ดลับในการเที่ยวเกาะนี้นะครับ เกาะนี้จะมีลักษณะเป็นทางยาวๆ เดินไปเรื่อยๆ จนสุดเกาะ แล้วเดินกลับมาครับ ทีนี้ถ้าเราขี้เกียจเดินย้อน ก็สามารถใช้บริการเรือได้ครับ จะมีท่าเรือเล็กๆ อยู่ตรงสะพานไปเกาะ (มองในรูปด้านบนจะเห็นตรงที่มีหลังคาเขียวๆ ครับ สามารถนั่งเรือ เพื่อไปลงท้ายเกาะ แล้วเดินย้อนกลับมาออกหน้าเกาะได้ครับ วิธีนี้จะเหมาะกับใครที่มาสายแล้ว เราไปเที่ยวหลังเกาะก่อน คนน้อยครับ 555) แต่ของผมนั่งเรือกลับจากท้ายเกาะกลับมาครับ ค่าเรือไม่แพง ไม่กี่ร้อยเยน

แดดแรง แต่ลมเย็นครับ สับสนชีวิตมาก 5555


เดินข้ามสะพานตรงๆ มาตามทางเดินก็จะเจอทางเข้าเกาะแบบนี้ครับ  เสาเขียวๆ นี้ เป็นเสา Bronze ชื่อ Bronze Torii of Enoshima Shrine หรือ ประตูเข้าศาลเจ้าเอโนชิมะล่ะครับ หลังซุ้มเสาโทริอิเขียว จะเป็นถนนเดินช้อปปิ้ง ของฝาก ของกิน นิดหน่อยคับ


เข้ามาเราจะเจอที่เที่ยวแรกของเราเลยครับ เป็นทางขึ้นเขาไปสักการะศาลเอโนชิมะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะนี้ครับ  เปิดมาที่แรกก็ขึ้นบันไดซะแล้ว สู้เค้านะ หัวเข่าของฉัน 5555


การจะขึ้นไปสักการะเดินเที่ยวข้างบน ต้องขึ้นบันไดไปตามทาง เป็นชั้นๆ หลายชั้นมาก ซึ่งเรามีวิธีที่สบายกว่านั้น คือ ขึ้นบันไดเลื่อน 555

แต่บันไดเลื่อนเสียตังนะครับ ตอนขึ้นมาที่เสาแดง มองทางซ้าย จะมีซุ้มขายตั๋วอยู่ คือ Enoshima Escalator หรือคนญี่ปุ่นเรียก escar ครับ
ใครมีพาส Enoden เอามาเป็นส่วนลดซื้อตั๋วได้นะครับ ยื่นพาสให้พนักงานดูครับ แล้วบอกภาษาอังกฤษก็ได้ ว่า Discount ซื้อครั้งเดียว ได้ทางลัดไปถึงยอดเลยครับ 3 ชั้นได้ คุ้ม ๆ สำหรับวัยรุ่นข้อเข้าเสื่อมแบบเรา 555



แต่ทางขึ้นบันไดเลื่อนมันชันมากเลยครับคุณผู้ชม ใครกลัวความสูงอย่าหันหลังไปนะ ฮือออ


ขึ้นมาชั้นนี้ล้วก็เจอคุณลุงคุณป้ามากมาย เดินขึ้นบันไดมา เก่งๆ กันทุกท่าน แต่ผมยอมแพ้ 555 ก็จะเจอศาลเจ้ามากมายหลายศาล ให้สักการะครับ ที่นี่เค้าเหมือนจะบูชาเทพเจ้างู อะไรสักอย่าง ไปไหว้ขอพร เสี่ยงเซียมซี ตามอัธยาศัย บรรยากาศคือ ลมแรงเว่อร์



ศาลเจ้าที่นี่ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ สวย ขลังทุกอันครับ ไหว้ขอพรง่ายๆ
-โค้งคำนับทีนึง
-โยนเหรียญลงไปในกล่อง (เหรียญ 5 เยนจะดีมาก) หรือ ใ จะเหรียญ 100 เยน ก็ไม่ติด 555
- ถ้ามีกระดิ่งแขวน ก็เขย่า สั่นได้ ถ้าไม่มีข้ามไป
- โค้งคำนับอีกที แล้วประกบมือเหมือนพนมมือ แต่ให้มีเสียงดัง แปะ แปะ สองครั้ง
- ขอพรตามอัธยาศัย เสร็จแล้ว โค้งคำนับอีกที  


เราขึ้นมาสูงมากนะ แปปเดียว มองไปตรงๆ คือ ทางที่เราเดินข้ามมาเกาะนั้นเองครับ




บันไดเยอะ ไม่ต้องห่วง เมื่อยแน่ๆ 555


เราก็เดินสักการะไปเรื่อยๆ ตามทางนะ ไม่ต้องกลัวหลง ทางบังคับเลย เหมือนเดินดองกี้ 555

ส่วนอันนี้พิเศษหน่อย มีเทพเจ้าอยู่ข้างในนี้ ก็ต่อๆ คิวเข้าไปไหวทีละชุดๆ นะครับ


มันมีจุดลับด้วยที่คนไม่ค่อยเดินมา เพราะขี้เกียจ (ไม่ช่าย) เพราะมันไม่รู้มีอะไร ซึ่งผมก็สงสัยว่าขึ้นไปจะเจออะไรนะ เลยลองเดินขึ้นไปดู


อ่าว มาโผล่ข้างบน เป็นแนวเกาหลีคล้องกุญแจคู่รักซะงั้น 555  คู่รักต้องมาสั่นกระดิ่ง ผูกกุญแจที่นี่ จะรักนิรันดิ์มั้ง 555 ที่นี่เรียกว่า Dragon Love bell ครับ



ขึ้นบันไดเลื่อนไปทีละชั้นๆ ได้เลยนะครับถ้าใครซื้อตั๋วแล้วก็มองหาทางขึ้นไว้ จะมีทุกชั้นเลยครับ ผมขึ้นมาถึงข้างบนสุดละ จะมีซุ้มอาหารที่นั่งพักให้เราพักกัน ชมวิวไป ที่นี่ผมแนะนำ ทานข้าวเกรียบปลาหมึกครับ (ทาโกะเซมเบ้)  หน้าตาไม่น่ากิน แต่อร่อยเฉย 555 เค้าจะเอาปลาหมึกเป็นตัวๆ เลย ชุบแป้ง แล้วไปบี้ให้แบนบนเตา พอเสร็จก็จะได้ข้าวเกรียบกรอบๆ แบบนี้ครับ

กับ ไอศครีม อร่อยดี แก้เหนื่อย


นั่งๆ ระวังหัวด้วยนะครับ ใครถือของกินเดินๆ ระวังเจอเหยี่ยวสอยขนมไป 555



พักเหนื่อย(เหนื่อยอะไร 55) แล้วก็เดินต่อครับ ทางเดินบนเกาะนี้ ก็ประมาณนี้ล่ะครับ เดี๋ยวขึ้น เด่ยวลง มีแต่บันได ทางไปท้ายเกาะจะมีร้านอาหารเยอะมากครับ ใครหิวๆ ไปหาของกินช่วงนั้นพอดี น่าจะราวๆ 1 ชั่วโมงแล้วที่เราเดินเที่ยวมา



ร้านไหนดัง ร้านไหนอร่อย ก็ไม่รู้นะครับ ผมไม่เน้นกินตามรีวิว 5555 เจอร้านนี้คนไม่ค่อยเยอะ วิวทะเล เลยมานั่งครับ อาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้จะเป็น ปลาตัวเล็กๆ ขาวๆ นี่ล่ะครับ กินดิบๆ กันเลย ผมสั่งมาลองกินดู มันนิ่มๆ นุ่มๆ ไม่คาวนะ แต่จืดๆ ก็ไม่รู้อร่อยหรือเปล่า เฉยๆ ครับ





กินไปมองฟูจิไป วิวดีล้านแปด


ส่วนท้ายเกาะขอต่อไปอีกอันนะครับ ยาวเกิน ตาลาย
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่