JJNY : “เวียดนาม”จ่อแซงหน้า“ไทย”│เสียงร้องทุกข์‘ตชด.’│แอตต้า หวั่นทัศนคติเชิงลบฉุดท่องเที่ยว│'ปูติน'หวังไม่ใช้นิวเคลียร์

“เวียดนาม” จ่อแซงหน้า “ไทย” ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน
.
.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBR) คาดการณ์ว่า เวียดนามจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองแค่อินโดนีเซีย และใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของโลกภายในปี 2579 (อ้างอิงจากรายงาน World Economic League Table) โดยการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม มาจากภาคการผลิต ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการร่วมมือทางการค้าและการกระจายความเสี่ยงในการส่งออกกับผู้ผลิตระดับโลก
.
นอกจากนี้ เวียดนามยังตั้งเป้าที่จะบรรลุสถานะเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2588 และเพื่อให้สำเร็จตามเป้า เวียดนามจะต้องเติบโตในอัตราต่อหัวเฉลี่ยต่อปีที่ประมาณ 5% ขณะที่แผน 5 ปีที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น ประมาณการการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 6.5% ต่อปีในทศวรรษหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าภายในปีนี้ เวียดนามจะไต่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ในภูมิภาคในแง่ของขนาดเศรษฐกิจ โดยมี GDP อยู่ที่ 5.71 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามหลังอินโดนีเซียและไทย แต่แซงหน้ามาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
.
ทั้งนี้ ภายในปี 2570 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยจะอยู่ที่ 6.92 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเวียดนามจะอยู่ที่ 6.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าหลังจากปี 2571 ขนาดเศรษฐกิจของเวียดนามจะแซงหน้าไทยอย่างเป็นทางการ โดยไทยจะหล่นไปอยู่ในอันดับที่ 3 ของภูมิภาค
.

.
เสียงร้องทุกข์ ‘ตชด.’ ระบายความในใจ มาจากพื้นที่ชายแดนใต้ อ.ธารโต จ.ยะลา
https://www.dailynews.co.th/news/4675245/
.
วอนผู้บังคับบัญชาเห็นใจ “ตชด.” พื้นที่ชายแดนใต้ อ.ธารโต จ.ยะลา หลังจากเกิดเหตุ 511 ทำให้เพื่อน พี่ เสียชีวิตและบาดเจ็บ ตอนนี้เหมือนถูกลอยแพ ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับตลอด
.
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. มีตัวแทนของ มว.ฉก.ตชด. ฐานแห่งหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใน อ.ธารโต จ.ยะลา เขียนระบายความรู้สึกส่งมาให้ สว. และสื่อมวลชน หลังจากเกิดเหตุ 511 ทำให้เพื่อนและพี่เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสแล้ว ต้องอยู่อย่างไม่ปลอดภัย แม้แต่จะไปร่วมงานพิธีศพก็ทำไม่ได้ เพราะพื้นที่ตอนนี้ไม่ปลอดภัย อีกทั้งได้รับคำสั่งมาจากเบื้องบนว่าให้นำรถส่วนตัวและรถหลวงไปไว้ที่หน่วย ซึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกผมไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย เหมือนถูกลอยแพ ต้องเป็นฝ่ายรับมือกับโจรตลอด ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้
.
ตอนนี้ทุกคนอยากจะย้ายออกจากพื้นที่จุดนี้มาก ครอบครัวก็อยากให้กลับบ้านเพราะกลัวว่าเป็นอันตราย ทางหน่วยก็บอกเดี๋ยวจะมีรถรับส่งให้ตลอด แต่ผมเชื่อได้เลยครับทำได้ไม่นานครับ อยากจะให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียง พวกผมทนรับแรงกดดันแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าทางหน่วยยังไม่มีแบบแผนที่ชัดและไม่มีการตอบโต้อะไร
.
ตอนนี้ทุกคนอยากจะย้ายออกจากพื้นที่จุดนี้มาก ครอบครัวก็อยากให้กลับบ้านเพราะกลัวว่าเป็นอันตราย ทางหน่วยก็บอกเดี๋ยวจะมีรถรับส่งให้ตลอด แต่ผมเชื่อได้เลยครับทำได้ไม่นานครับ อยากจะให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียง พวกผมทนรับแรงกดดันแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าทางหน่วยยังไม่มีแบบแผนที่ชัดและไม่มีการตอบโต้อะไร
.
ข้อสรุป 1.ให้เอารถของ กพ.ทุกคันไปไว้ ฉก.หรือ บก.ร้อย ห้ามมีรถแม้แต่คันเดียว ไม่ว่ารถหลวงหรือส่วนตัว แล้วสมมุติ ถ้ามีสัตว์มีพิษกัด หรือมีอุบัติเหตุต้องรอขึ้นมารับ 2.ให้ ฉก.จัดชุดนำ กพ.ที่สับเปลี่ยนกำลังตามวงรอบ ด้วยรถเกราะ reva ทุกๆ 15 วัน ไม่เกิน 2 เดือนก็คงจับทางได้ว่าทุก 15 วัน มีการเปลี่ยนกำลัง ถ้าจะวางระเบิดก็ง่ายกว่าเดิมอีก 3.ย้ายครูไทยพุทธ ออกจากพื้นที่ แต่ไม่มีแนวทางแก้ไขให้กับ ตชด. 4.ให้ความหวังว่าจะยุบฐาน ให้ไป รปภ.ดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยพุทธ แต่ก็ไม่เคยทำ แค่ให้ความหวังลมๆแล้งๆ และ 5.ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่เกิดเหตุมาไม่เคยมาเยี่ยมเลย
.
สิ่งที่ต้องการ 1.ขอยุบฐานปฏิบัติการ 2.สร้างฐานในพื้นที่ไทยพุธ 3.ออกแผนโต้ตอบบ้างไม่ใช่แต่ตั้งรับฝ่ายเดียว และ 4.ขอกำลังพลเต็มจำนวน ไม่ใช่อ้างว่ากำลังพลไม่พอแต่หักเบี้ยเลี้ยงทำไม.
.

.
แอตต้า หวั่นทัศนคติเชิงลบฉุดท่องเที่ยวไทย-จีนลงเหว หวังรัฐเกาให้ถูกที่คัน
https://www.matichon.co.th/economy/news_5168657
.
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ความกังวลในการทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ที่มีสัดส่วนเป็นลูกค้าหลักมากกว่าตลาดระยะไกลทั้งยุโรป สหรัฐ และอื่นๆ ซึ่งตลาดที่เป็นลูกค้าหลักจริงๆ คือ ตลาดจีน ที่นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มีการรายงานข่าวโดยใช้คำว่าจีนเทา หรือจีนทำร้ายคนไทย ทำให้ในโลกออนไลน์ของจีนเกิดความรู้สึกว่า ประเทศไทยไม่มีความยินดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนแล้วใช่หรือไม่ จึงมีความกังวลในเรื่องประเด็นความรู้สึกเชิงลบระหว่างกัน อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมความสัมพันธ์ของไทยและจีนได้ โดยเรื่องความปลอดภัยในส่วนของเจ้าหน้าที่ อาทิ ตำรวจท่องเที่ยวพยายามทำหน้าที่ได้ดีมาก แต่สิ่งที่ขาดคือ การสื่อสาร ทำอย่างไรให้เกิดทัศนคติที่ดีมากขึ้น เผยแพร่การยกระดับความปลอดภัยของไทยออกไป อาทิ กรุงเทพฯ มีกล้อฝวงจรปิด 63,927 ตัว รวมกล้องเอไออีก 17,000 ตัว สะท้อนถึงกรุงเทพฯ มีความปลอดภัยสูงมาก แต่สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ไม่ได้ถูกสื่อสารออกไป
.
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ปี 2567 มีคนไทยไปเที่ยวจีนเพิ่มสูงขึ้นเยอะมาก เป็นตัวเลขสูงสุดใหม่ (นิไฮ) จำนวน 1.1 ล้านคน หลังจากมีการลงนามความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน หากปี 2568 นี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาไทยปรับลดลง จำนวนคนไทยไปเที่ยวจีนก็จะหล่นลงเช่นกัน เนื่องจากไม่มีเครื่องบินนำคนไทยไป เพื่อรับคนจีนกลับเข้ามา เป็นเรื่องความคุ้มค่าของสายการบินด้วย ตั๋วไม่มีทางทำราคาได้ดีแน่นอน จะแพงขึ้นด้วย หากดีมานด์ปรับลดลง โดยหากจะพูดถึงการทำตลาดผ่านตัวแทนท่องเที่ยว (โอทีเอ) เท่านั้น ก็ไม่ได้ผลมากนัก เพราะโอทีเอจะขายทัวร์ตามซัพพลายที่มีในระบบ หากซัพพลายน้อยลง ราคาก็จะแพงมากขึ้น ทางออกจึงเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องทัศนคติเชิงลบที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดในภาพรวม
.
“แม้ตอนนี้จำนวนการใช้จ่ายต่อหัวจะดีขึ้น หรือมักพูดว่ารายได้ในด้านการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แม้จำนวนจะลดลง แต่อยากให้พิจารณาลงลึกจริงๆ ยกตัวอย่างโรงแรมที่เคยขายในราคาไม่เคยต่ำกว่า 9,000-10,000 บาท ซึ่งในราคานี้จองได้ยากมากด้วย แต่ตอนนี้ราคาขายเหลีอเพียง 5,500 บาทเท่านั้น เพราะตัวเลขลงเหวแล้ว นักท่องเที่ยวจีนลดลง ส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มเดินทางกลับ เพราะหมดฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของยุโรปแล้ว ถามว่าจะนำตลาดอื่นมาทดแทนตลาดจึน ต้องบอกว่าฐานตลาดแตกต่างกันมาก ปริมาณแตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาแทนกันได้เลย” นายอดิษฐ์ กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่