แต้มไม่หล่น! ซีพีเปิด Amaze Super App รวมพอยท์ทุกแหล่ง ใช้ซื้อของเหมือนเงินสด



ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากเครือซีพีนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่วิธีคิดที่จะทำให้คะแนนสะสมของธุรกิจในเครือซีพีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝั่งค้าปลีกหรือเทเลคอมมารวมไว้เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในฝั่งของผู้บริโภคและฝั่งซีพีเอง

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด อธิบายว่า เครือซีพีใช้เวลามากกว่า 1 ปี เพื่อพัฒนา Loyalt E-Commerce อย่าง Amaze Super App ให้เป็นจริง เพื่อแก้ Pain Point ของเครือซีพีที่ระบบรอยัลตี้ โปรแกรมยังเป็นรูปแบบไซโล แยกออกจากกัน โดยเชื่อว่า Amaze Super App จะสามารถสร้างสิทธิประโยชน์ของคะแนนสะสมให้สูงขึ้น และจะสามารถขยายวงออกไปนอกเหนือจากธุรกิจของเครือซีพีในอนาคต
“Amaze Super App เป็น Step แรกของ E-Commerce ในเครือซีพีที่เอาคะแนนมาสร้างประโยชน์ที่สูงขึ้น เราอยากให้ผู้ผลิตมาเจอผู้บริโภค ปัจจุบันเครือซีพีมีฐานลูกค้ารวมกันประมาณ 100 ล้านบัญชี แต่มีส่วนที่ ทับซ้อนข้ามหลายธุรกิจประมาณ 36 ล้านบัญชี นี่คือข้อมูลมหาศาล Amaze Super App จะเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพราะการทำธุรกิจปัจจุบันไม่ได้แข่งกันที่ความหลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น”

พบว่าหลังจากเริ่มให้บริการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Amaze Super App แอปช้อปปิ้งคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ชูจุดขายในเรื่องของความสะดวกในการรวมพอยท์จากหลายแหล่ง ทั้งจากโปรแกรมสมาชิกในเครือซีพี อาทิ ALL POINT, My Lotus's, Makro PRO POINT และ True Point มาไว้ด้วยกันครั้งนี้ จนถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Amaze Super App มีคนโอนคะแนนเข้ามาสะสมแล้วถึง 600 ล้านคะแนน
ธรินทร์ ธนียวัน ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มด้านอีคอมเมิร์ซ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เปิดเผยว่า Amaze Super App ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ที่เครือซีพีตั้งใจวางรากฐานให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยการเชื่อมโยงแต้มสะสมจากหลายแหล่งให้กลายเป็นมูลค่าจริงในชีวิตประจำวัน

“เรารันรอยัลตี้ โปรแกรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 4-5 ตัวมานาน แต่เราไม่เคยรวมกันเลยถ้ารวมกันได้มันน่าจะสร้างอีโค่ซิสเต็มได้ และเราก็มองว่าเราน่าจะรวมพาร์ทเนอร์ด้วย เราน่าจะรวมกระเป๋าสตางก์ หรือแต้มที่เราลืมไปแล้วได้ เรามองว่า ถ้าเราจะสร้างอีคอมเมิร์ซ เราต้องสร้างอะไรที่ไม่เหมือนใคร 1) เรามีจุดขายในเรื่องของรอยัลตี้ โปรแกรมที่แข็งแรงมาก 2) ถ้าเราจับมือกับพาร์ทเนอร์อื่นเพื่อเอาแต้มเล็กๆน้อยๆ ที่อาจจะดูไม่มีค่ามารวมกันได้ 3) เราเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่สั่งออนดีมานด์และส่งใน 3 ชั่วโมงได้ เพราะว่าเรามี 7-Eleven และโลตัสกระจายอยู่ พอเอา 3 สิ่งนี้มารวมกันแล้วเรามองว่าเป็นจุดแตกต่างที่เราจะมอบให้กับลูกค้า”

ธรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่าจุดเด่นของ Amaze Super App นั้นอยู่ที่ ต้นทุนการดำเนินงานของคู่ค้าในท้องตลาดถึงครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 8% ขณะที่แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสอื่นๆ จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20% กับอีกด้านคือ ฐานลูกค้าในเครือซีพีที่มากว่า 100 ล้านสมาชิก แต่ถ้านับรวมที่มีมากกว่า 1 ฐานสมาชิกก็ยังมีมากถึง 36 ล้านคน ที่พร้อมจะแลกแต้มที่มีมาไว้ในแอปพลิเคชั่น


“เรามีฐานลูกค้าในเครือถึง 36 ล้านคนที่พร้อมการแลกแต้มในแอป เราคาดว่าน่าจะมีทราฟิกเยอะ เพราะคนไทยมีแต้มค้าง กระจายอยู่ค่อนข้างเยอะ และแต้มส่วนมากมีอายุ 1-2 ปี ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีจากนี้น่าจะมีทราฟิกเข้ามาเยอะ ลำพังแค่ยอดขายจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกตอนนี้น่าจะเกือบๆ ล้านล้านบาทต่อปีแล้ว”
เป้าหมายของเครือซีพีนั้นมองว่าแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลในวันนี้ ต้องไม่หยุดเพียงแค่การค้าขายออนไลน์ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data) อย่างมีประสิทธิภาพ เคารพสิทธิของผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ในขณะเดียวกันก็วางพื้นฐานสำหรับการทำ Personalized Commerce และ Retail Media อย่างครบวงจรในอนาคต เรามุ่งหวังให้อเมซ ซูเปอร์แอป เป็นมากกว่าพื้นที่ซื้อขาย แต่เป็นโครงสร้างดิจิทัลที่ประเทศไทยสามารถเป็นเจ้าของเองได้ สอดคล้องกับหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือซีพี ที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรเป็นหลัก พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว

“เราไม่ได้เปิดให้ใครก็ได้สมัคร ต้องเป็นแบรนด์ออฟฟิเชียล เรามีต้นทุนการทำธุรกิจให้กับแบรนด์ ซึ่งน่าจะถูกกว่าคู่แข่งขันประมาณ 50% เพราะค่ายอื่นคิดค่าธรรมเนียม 15-20% ซึ่งของเราถูกกว่า ช่วงแรกเราโฟกัสสินค้าที่มีคุณภาพเป็นหลัก แต่เราเปิดกว้างกับทุกคน"
ธรินทร์ ย้ำว่า แม้ว่า Amaze Super App จะเข้าตลาดหลังคู่แข่ง แต่ด้วยสายป่านของเครือซีพีที่ยาว ก็ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถทำธุรกิจได้ในระยะยาว โดยเลี่ยงการใช้สงครามราคา แต่จะเน้นการทำธุรกิจโดยมองไปที่ผลประโยชน์ของลูกค้ามากที่สุด
ดร. สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า “Amaze Super App​​ ไม่ได้เป็นแค่แอปที่รวมคะแนนจากหลายแหล่งมาไว้ในที่เดียว แต่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติโครงสร้างการใช้คะแนนในประเทศไทย เรามองเห็นศักยภาพของคะแนนที่คนไทยมีอยู่แต่ยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงพัฒนา Amaze Super App เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรวมคะแนนนำไปใช้จ่ายได้ง่าย คุ้มค่ากว่าเดิม และเกิดมูลค่าจริงในชีวิตประจำวัน”

เฟสแรกของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทาง Amaze Super App ได้มีการดึงเอาพาร์ทเนอร์ที่มีรอยัลตี้โปรแกรมของตัวเองเข้ามาร่วมมือด้วย คือ กลุ่มบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็น KrungSri, FirstChoice, POINTX, UOB, BBL, GSB และ KBank เพื่อให้ผู้ใช้ Amaze Super App สามารถรวมคะแนนทั้งหมดไว้ในกระเป๋าอีกด้วย
“Amaze Super App ไม่ได้เป็นแค่แอปที่รวมคะแนนจากหลายแหล่งมาไว้ในที่เดียว แต่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติโครงสร้างการใช้คะแนนในประเทศไทย เรามองเห็นศักยภาพของคะแนนที่คนไทยมีอยู่แต่ยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงพัฒนา Amaze Super App เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรวมคะแนนนำไปใช้จ่ายได้ง่าย คุ้มค่ากว่าเดิม และเกิดมูลค่าจริงในชีวิตประจำวัน”
ในส่วนของร้านค้า ปัจจุบัน Amaze Super App มีสินค้าที่มีให้เลือกกว่า 100,000 รายการ จากกว่า 500 แบรนด์ชั้นนำ 
แต่เชื่อว่าในช่วงแรกๆ ยอดการแลกคะแนนส่วนใหญ่จะมาจากการซื้อหรือสั่งสินค้าในเครืออย่าง 7-Eleven และ Lotus’s มากที่สุด เพราะการแลกคะแนนมาซื้อของจะเป็นลักษณะของ Micro Payment


เหมา ๆ เจ้าเดียวเลย
เพี้ยนขำหนักมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่