ก่อนอื่น กระทู้นี้
1. อยากสนทนากับเฉพาะชาวพุทธด้วยกัน
2. ขอข้ามเรื่องปาฏิหาริย์ทั้งหมด และสนทนาในมุมมองของสังคมศาสตร์และศาสนวิทยา
3. กระทู้นี้ชื่นชมพระเยซูจากการตกผลึก ดังนั้น ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเนื้อหาไม่ดี
หลังจากที่เราพยายามทำความเข้าใจที่มาของคริสตศาสนา คือ เราเองก็มองว่าศาสนาพุทธ สอนครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไม่โกรธ การให้ความรักกับผู้อื่น(รวมถึงสัตว์ด้วย ไม่ใช่แค่กับมนุษย์ด้วยกัน) การไม่โกหก ไม่ผิดประเวณี การให้ การอภัย ความขยัน การซื่อสัตย์ ฯลฯ ใด ๆ ก็ตามที่เป็นพื้นฐานของกุศลธรรม ที่ชาวคริสต์ยกย่องว่านี่แหละสูงส่งมาก เพราะพระเยซูทรงประกาศสอนนั้น ชาวพุทธเรามองว่านั่นก็มีใน basic ในคำสอนพระพุทธเจัาท่านอยู่แล้ว (ซึ่งแน่นอนว่าศาสนาพุทธมีเรื่องของ สมถกรรมฐาน 40 และมหาสติปัฏฐาน 4 และพระอภิธรรมซึ่งซับซ้อนกว่ามากขึ้นไปมากกว่าการแค่ทำความดีสุด ๆ )
ทีนี้ ชาวพุทธหลายคน รวมถึงเราแต่ก่อนที่จะตกผลึกด้วย เราก็มีแฟนเป็นคาธอลิค ก็เลยพยายามทำความเข้าใจ ว่า แล้วคนคนนึง (พระเยซู) เนี่ย อยู่ดี ๆ จะตั้งตัวเองว่าเป็นบุตรของพระเจ้า หรือเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าของยิวมาเลย ทำไม ? ตามความคิดชาวพุทธหลายคนเลยเวลาเห็นชาวคริสต์ยกย่องพระเยซูและคำสอนเช่น เอาแก้มอีกข้างให้เค้าตบ ชาวพุทธเราๆ ก็รู้ดี ว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนในกกจูปมสูตรหนักกว่านี้อีก ขนาดที่ว่า ถ้ามีคนเอามีดมาตัดแขนตัดขาเราแล้วเราโกรธแค่นิดเดียว พระพุทธเจ้าท่านบอกเลยว่าเรานั้นไม่ได้ทำตามคำสอนของพระองค์เลย ท่านเอาหนักขนาดนั้น ลองเทียบการโดนตบแก้มกับการโดนตัดขาดู อันไหนโหดเหี้ยมกว่ากัน ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็ไปสุด
แต่ถึงชาวพุทธจะมองว่า คำสอนศาสนาคริสต์เบากว่า เบาไป และไม่จริงเรื่องพระเจัา จนหลายครั้ง หลายคนทกระทบกระเทียบชาวคริสต์ และหงุดหงิดใจกับการสรรเสริญพระเยซู ในฐานะที่เราอ่านคัมภีร์พันธสัญญาเก่ามาละ จะขอเล่าย่อ ๆ และตั้งโจทก์ให้ฟัง ว่าถ้าคุณ (ชาวพุทธ) เป็นพระเยซู จะทำยังไง ?
ในคัมภีร์เดิมของยิวเลย มีแต่การฆ่าสัตว์ การบูชายัญ ฆ่าแพะ ฆ่าวัว เผานก บนแท่นพิธี เพื่อให้พระเจ้าล้างบาปให้ และการชักชวนให้ทำอะไรที่ป่าเถื่อน เช่น ถ้าใครเย้ยหยันพระยะโฮวาห์ ให้เอาหินขว้างให้ตาย และยังมีการอนุญาติให้ฆ่าคนในอีกบางกรณี (ลองอ่านในเลเวนีติ โหดมาก) เรียกได้ว่าเป็นการสอนที่ทำให้สังคมอยู่กันอย่างทำร้ายกันและกันทั้งคนและสัตว์ด้วยกันเอง และเราต่างรู้กันดีว่าการฆ่าสัตว์บูชายัญนั้น พระพุทธเจ้าท่านตรัสเลยว่าไม่มีประโยชน์และจะทำให้ลงนรกด้วย
ทุกท่านจะเริ่มเห็นโจทย์แล้วว่า คำสอนไม่โอเคเลย
แล้วถ้ามีใครสักคน อยากปฏิวัติศาสนาเดิมให้ดีขึ้นล่ะ ? แน่นอน บุคคลนั้นต้องลงทุนเป็นศาสดาเอง ไม่ว่าจะด้วยการกล่าวว่าตนเองเป็นพระเจ้า(เดิม) หรือเป็นบุตรของพระเจ้า(เดิม) เพื่อที่ให้คนที่ยังเชื่อในพระเจ้า(เดิม) ยอมฟังว่านี่ก็คือพระเจัาเดียวกันนะ แต่มา patch คำสอนให้ เป็นพันธสัญญาใหม่
ซึ่งการที่พระเยซูทรงลงทุนแก้และล้างคำสอนเดิม ๆ ที่ให้มนุษย์เอาหินปาคนทำผิดหรือเผานกเชือดแพะ กลายมาเป็นรักกัน อภัยกัน ท่านก็ต้องเอาตัวท่านเองเป็นศาสดาและทำให้คนเชื่อว่าท่านคือพระเจ้าหรือพระบุตร และนั่นสุ่มเสี่ยงต่อการที่คนหัวโบราณมองว่าท่านดูหมิ่นพระเจ้า(เดิม)และยกตนเองเป็นพระเจ้า
ท่ามกลางคำสอนในพันธสัญญาเดิม ซึ่งในทางพุทธเราทราบดีว่าแต่ละข้อชวนแต่ให้สร้างบาปกรรมและอกุศลทั้งนั้น พระเยซูกลับพยายามดันให้คนรับคำสอนซึ่งจะทำให้คนเกิดกุศลจิต นั่นแปลว่า ถ้าตัดเรื่องที่พระเยซูทรงกล่าวเรื่องพระเจัาออกไป ท่านเป็นบุคคลท่านนึงที่พยายามจะล้างความเชื่อจากพันธสัญญาเดิมที่ทำให้คนทำอกุศลกรรม มาสร้างกุศลกรรม และทรงอาจจะเออออห่อหมก ยกย่องพระเจ้า(เดิม)บ้าง ตามพันธสัญญาเดิม เพื่อให้คนที่ฟังยอมเชื่อว่านั่นก็คือศาสนาเดิมนั่นแหละ แต่พระเจ้าให้ทำตัวใหม่นะ แทนที่จะบอกว่าฉันจะตั้งศาสนาใหม่
สมมุติว่าเราเป็นชาวพุทธไปอยู่ตรงนั้น แล้วรู้ดีว่ารอบตัวเต็มไปด้วยการบูชายัญ และเราทราบว่าอะไรเป็นกุศลเป็นอกุศล เราคงไม่บอกไปตรง ๆ ว่าอย่าเชื่อพระเจ้าเลย พระเจ้าไม่มีหรอก มาทำบุญกัน มาให้เกียรติบิดามารดากัน มาอภัยกัน มาแบ่งปันคนอื่นกัน โดยเชื่อเรื่องจิตและบาปบุญกันเถอะนะ ซึ่งในสังคมที่เชื่อแน่ ๆ ว่าพระเจ้ามีจริง ยังไงซะเราก็ต้องยกหัวขึ้นมาว่านั่นพระเจ้าพูด
นั่นคือกุญแจไขว่า ทำไม พระเยซูถึงตรัสว่า "เราขอสั่งให้พวกท่านรักกัน" คือแบบ ตอนแรกที่เราอ่าน ..ห๊ะ สั่ง สั่งให้รักเนี่ยนะ พอมาคิดตามบริบทว่าถ้าเป็นพระเยซูที่ท่านต้องมารับบทแก้ไขพันธสัญญาเดิม ก็อ๋อ ใช่ ท่านคงต้องใช้คำว่าสั่งนั่นแหละ เพราะท่านอยู่ในฐานะพระเจ้าหรือพระบุตร (แล้วแต่การตีความ)
แต่มีสองจุดที่ทั้งน่าเคารพและอีกจุดคือน่าสงสัย
1. การที่ทรงใช้ตัวพระองค์เองมาประกาศคำสอนของพระเจ้าชุดใหม่ เสี่ยงค่อการที่คนกลุ่มเดิมจะมองว่าท่านลบหลู่พระเจ้า และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านถูกลงโทษ ซึ่งพระองค์เองก็ยังทรงยืนกรานที่จะไม่เปลี่ยนคำพูดว่าทรงไม่ใช่พระเจ้า และในที่สุดก็ถูกทรมาน ซึ่งในมุมนี้ถ้ามองว่าท่านไม่ได้เป็นพระเจ้าเลยจริง ก็น่านับถือว่าท่านอุตส่าห์ยอมถูกลงโทษเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น
ซึ่งก๊นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าถ้าวันนี้ ไม่มีพันธสัญญาใหม่ ยังมีแต่พันธสัญญาเดิมอยู่ โลกจะอยู่กันยังไง ประเทศตกวันตก, ฝรั่ง คงล่าอาณานิคมและเอาพิธีบูชายัญไปสอนประเทศอื่น ๆ แน่ ๆ และโลกคงเต็มไปด้วยการทำร้ายกันเต็มไปหมด แต่เพราะมีพันธสัญญาใหม่ช่วยไว้ เราถึงได้เห็นคนที่เค้าศรัทธาที่จะทำความดีเพราะเขื่อในพระเยซูกัน ถึงแม้ชาวพุทธเราจะมองว่านั่นเป็นแค่กุศลธรรมที่ทำให้ไปติดแหงกแค่บนสวรรค์ก็ตาม
2. ข้อนี้สงสัยสุด ๆ ว่า พระเยซูได้ "คำสอนด้านกุศลธรรม" เหล่านั้น เพื่อมาเปลี่ยนให้พันธสัญญาใหม่ เต็มไปด้วความรัก ความอ่อนโยน การถ่อมตน ฯลฯ จากไหน ? ส่วนตัวมองว่า อาจมีการส่งต่อคำสอนจากชมพูทวีปไป
ส่วนตัวในฐานะที่ศึกษาพระไตรปิฎก อรรถกถา ท่องจิตปรมัถต์ 121 ดวงมาแล้ว เรื่องสุเมธดาบสก็ทราบดี ไม่ได้แตะศาสนาพุทธแบบเผิน ๆ (ในส่วนของการอ่าน) และศึกษาฝั่งคาธอลิคมาด้วย จึงตกผลึกในทางสังคมศาสตร์และศาสนวิทยา แบบไม่เอาปาฏิหารย์ว่า พระเยซูท่านไม่ใช่บุคคลที่เราเคยมองว่าขัดขวางศาสนาพุทธเลย ตรงกันข้าม ท่านก็พยายามช่วยมนุษย์ให้ไปสวรรค๋ก่อนเหมือนกัน แต่ way ที่จะทรงทำได้ในบริบทสังคมนั้น ๆ มันต้องพลิกแพลงและต้องยอมเปลืองตัว (เสียสละพระองค์เอง) พระเยซู(ถ้าตัดปาฏิหาริย์ออก) ท่านถือเป็นบุคคลที่มีเมตตาจิตและหวังดีจริง ๆ ต่อมนุษย์ เอาตรง ๆ จากที่อ่านสุภาษิตในพระคัมภีร์ เหมือนท่านเอาศาสนาพุทธในส่วนวิธีไปสวรรค์เบื้องต้นมาย่อให้ด้วยซ้ำ
หลังจากที่ตกผลึกตรงนี้ได้ เวลาที่เห็นคริสตจักรหรือไม้กางเขนหรือเวลานึกถึงพระเยซูก็ชื่นใจตลอด และมองว่าโลกมีคน(บุคคล) ที่กล้าต่อสู้เพื่อช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นจนเป็นได้ทุกวันนี้จริง ๆ อยู่ 2 พระองค์
อย่างไรแล้ว มีข้อมูลสำคัญที่ได้สนทนากับ GpT อยากให้ทุกท่านลองอ่านและวิเคราะห์ตาม
ขอแลกเปลี่ยนมุมมองกับชาวพุทธด้วยกันต่อพระเยซู สารภาพว่าก่อนหน้าเคยมองพระเยซูในแง่ลบเหมือนชาวพุทธหลายคน
1. อยากสนทนากับเฉพาะชาวพุทธด้วยกัน
2. ขอข้ามเรื่องปาฏิหาริย์ทั้งหมด และสนทนาในมุมมองของสังคมศาสตร์และศาสนวิทยา
3. กระทู้นี้ชื่นชมพระเยซูจากการตกผลึก ดังนั้น ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเนื้อหาไม่ดี
หลังจากที่เราพยายามทำความเข้าใจที่มาของคริสตศาสนา คือ เราเองก็มองว่าศาสนาพุทธ สอนครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไม่โกรธ การให้ความรักกับผู้อื่น(รวมถึงสัตว์ด้วย ไม่ใช่แค่กับมนุษย์ด้วยกัน) การไม่โกหก ไม่ผิดประเวณี การให้ การอภัย ความขยัน การซื่อสัตย์ ฯลฯ ใด ๆ ก็ตามที่เป็นพื้นฐานของกุศลธรรม ที่ชาวคริสต์ยกย่องว่านี่แหละสูงส่งมาก เพราะพระเยซูทรงประกาศสอนนั้น ชาวพุทธเรามองว่านั่นก็มีใน basic ในคำสอนพระพุทธเจัาท่านอยู่แล้ว (ซึ่งแน่นอนว่าศาสนาพุทธมีเรื่องของ สมถกรรมฐาน 40 และมหาสติปัฏฐาน 4 และพระอภิธรรมซึ่งซับซ้อนกว่ามากขึ้นไปมากกว่าการแค่ทำความดีสุด ๆ )
ทีนี้ ชาวพุทธหลายคน รวมถึงเราแต่ก่อนที่จะตกผลึกด้วย เราก็มีแฟนเป็นคาธอลิค ก็เลยพยายามทำความเข้าใจ ว่า แล้วคนคนนึง (พระเยซู) เนี่ย อยู่ดี ๆ จะตั้งตัวเองว่าเป็นบุตรของพระเจ้า หรือเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าของยิวมาเลย ทำไม ? ตามความคิดชาวพุทธหลายคนเลยเวลาเห็นชาวคริสต์ยกย่องพระเยซูและคำสอนเช่น เอาแก้มอีกข้างให้เค้าตบ ชาวพุทธเราๆ ก็รู้ดี ว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนในกกจูปมสูตรหนักกว่านี้อีก ขนาดที่ว่า ถ้ามีคนเอามีดมาตัดแขนตัดขาเราแล้วเราโกรธแค่นิดเดียว พระพุทธเจ้าท่านบอกเลยว่าเรานั้นไม่ได้ทำตามคำสอนของพระองค์เลย ท่านเอาหนักขนาดนั้น ลองเทียบการโดนตบแก้มกับการโดนตัดขาดู อันไหนโหดเหี้ยมกว่ากัน ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็ไปสุด
แต่ถึงชาวพุทธจะมองว่า คำสอนศาสนาคริสต์เบากว่า เบาไป และไม่จริงเรื่องพระเจัา จนหลายครั้ง หลายคนทกระทบกระเทียบชาวคริสต์ และหงุดหงิดใจกับการสรรเสริญพระเยซู ในฐานะที่เราอ่านคัมภีร์พันธสัญญาเก่ามาละ จะขอเล่าย่อ ๆ และตั้งโจทก์ให้ฟัง ว่าถ้าคุณ (ชาวพุทธ) เป็นพระเยซู จะทำยังไง ?
ในคัมภีร์เดิมของยิวเลย มีแต่การฆ่าสัตว์ การบูชายัญ ฆ่าแพะ ฆ่าวัว เผานก บนแท่นพิธี เพื่อให้พระเจ้าล้างบาปให้ และการชักชวนให้ทำอะไรที่ป่าเถื่อน เช่น ถ้าใครเย้ยหยันพระยะโฮวาห์ ให้เอาหินขว้างให้ตาย และยังมีการอนุญาติให้ฆ่าคนในอีกบางกรณี (ลองอ่านในเลเวนีติ โหดมาก) เรียกได้ว่าเป็นการสอนที่ทำให้สังคมอยู่กันอย่างทำร้ายกันและกันทั้งคนและสัตว์ด้วยกันเอง และเราต่างรู้กันดีว่าการฆ่าสัตว์บูชายัญนั้น พระพุทธเจ้าท่านตรัสเลยว่าไม่มีประโยชน์และจะทำให้ลงนรกด้วย
ทุกท่านจะเริ่มเห็นโจทย์แล้วว่า คำสอนไม่โอเคเลย
แล้วถ้ามีใครสักคน อยากปฏิวัติศาสนาเดิมให้ดีขึ้นล่ะ ? แน่นอน บุคคลนั้นต้องลงทุนเป็นศาสดาเอง ไม่ว่าจะด้วยการกล่าวว่าตนเองเป็นพระเจ้า(เดิม) หรือเป็นบุตรของพระเจ้า(เดิม) เพื่อที่ให้คนที่ยังเชื่อในพระเจ้า(เดิม) ยอมฟังว่านี่ก็คือพระเจัาเดียวกันนะ แต่มา patch คำสอนให้ เป็นพันธสัญญาใหม่
ซึ่งการที่พระเยซูทรงลงทุนแก้และล้างคำสอนเดิม ๆ ที่ให้มนุษย์เอาหินปาคนทำผิดหรือเผานกเชือดแพะ กลายมาเป็นรักกัน อภัยกัน ท่านก็ต้องเอาตัวท่านเองเป็นศาสดาและทำให้คนเชื่อว่าท่านคือพระเจ้าหรือพระบุตร และนั่นสุ่มเสี่ยงต่อการที่คนหัวโบราณมองว่าท่านดูหมิ่นพระเจ้า(เดิม)และยกตนเองเป็นพระเจ้า
ท่ามกลางคำสอนในพันธสัญญาเดิม ซึ่งในทางพุทธเราทราบดีว่าแต่ละข้อชวนแต่ให้สร้างบาปกรรมและอกุศลทั้งนั้น พระเยซูกลับพยายามดันให้คนรับคำสอนซึ่งจะทำให้คนเกิดกุศลจิต นั่นแปลว่า ถ้าตัดเรื่องที่พระเยซูทรงกล่าวเรื่องพระเจัาออกไป ท่านเป็นบุคคลท่านนึงที่พยายามจะล้างความเชื่อจากพันธสัญญาเดิมที่ทำให้คนทำอกุศลกรรม มาสร้างกุศลกรรม และทรงอาจจะเออออห่อหมก ยกย่องพระเจ้า(เดิม)บ้าง ตามพันธสัญญาเดิม เพื่อให้คนที่ฟังยอมเชื่อว่านั่นก็คือศาสนาเดิมนั่นแหละ แต่พระเจ้าให้ทำตัวใหม่นะ แทนที่จะบอกว่าฉันจะตั้งศาสนาใหม่
สมมุติว่าเราเป็นชาวพุทธไปอยู่ตรงนั้น แล้วรู้ดีว่ารอบตัวเต็มไปด้วยการบูชายัญ และเราทราบว่าอะไรเป็นกุศลเป็นอกุศล เราคงไม่บอกไปตรง ๆ ว่าอย่าเชื่อพระเจ้าเลย พระเจ้าไม่มีหรอก มาทำบุญกัน มาให้เกียรติบิดามารดากัน มาอภัยกัน มาแบ่งปันคนอื่นกัน โดยเชื่อเรื่องจิตและบาปบุญกันเถอะนะ ซึ่งในสังคมที่เชื่อแน่ ๆ ว่าพระเจ้ามีจริง ยังไงซะเราก็ต้องยกหัวขึ้นมาว่านั่นพระเจ้าพูด
นั่นคือกุญแจไขว่า ทำไม พระเยซูถึงตรัสว่า "เราขอสั่งให้พวกท่านรักกัน" คือแบบ ตอนแรกที่เราอ่าน ..ห๊ะ สั่ง สั่งให้รักเนี่ยนะ พอมาคิดตามบริบทว่าถ้าเป็นพระเยซูที่ท่านต้องมารับบทแก้ไขพันธสัญญาเดิม ก็อ๋อ ใช่ ท่านคงต้องใช้คำว่าสั่งนั่นแหละ เพราะท่านอยู่ในฐานะพระเจ้าหรือพระบุตร (แล้วแต่การตีความ)
แต่มีสองจุดที่ทั้งน่าเคารพและอีกจุดคือน่าสงสัย
1. การที่ทรงใช้ตัวพระองค์เองมาประกาศคำสอนของพระเจ้าชุดใหม่ เสี่ยงค่อการที่คนกลุ่มเดิมจะมองว่าท่านลบหลู่พระเจ้า และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านถูกลงโทษ ซึ่งพระองค์เองก็ยังทรงยืนกรานที่จะไม่เปลี่ยนคำพูดว่าทรงไม่ใช่พระเจ้า และในที่สุดก็ถูกทรมาน ซึ่งในมุมนี้ถ้ามองว่าท่านไม่ได้เป็นพระเจ้าเลยจริง ก็น่านับถือว่าท่านอุตส่าห์ยอมถูกลงโทษเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น
ซึ่งก๊นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าถ้าวันนี้ ไม่มีพันธสัญญาใหม่ ยังมีแต่พันธสัญญาเดิมอยู่ โลกจะอยู่กันยังไง ประเทศตกวันตก, ฝรั่ง คงล่าอาณานิคมและเอาพิธีบูชายัญไปสอนประเทศอื่น ๆ แน่ ๆ และโลกคงเต็มไปด้วยการทำร้ายกันเต็มไปหมด แต่เพราะมีพันธสัญญาใหม่ช่วยไว้ เราถึงได้เห็นคนที่เค้าศรัทธาที่จะทำความดีเพราะเขื่อในพระเยซูกัน ถึงแม้ชาวพุทธเราจะมองว่านั่นเป็นแค่กุศลธรรมที่ทำให้ไปติดแหงกแค่บนสวรรค์ก็ตาม
2. ข้อนี้สงสัยสุด ๆ ว่า พระเยซูได้ "คำสอนด้านกุศลธรรม" เหล่านั้น เพื่อมาเปลี่ยนให้พันธสัญญาใหม่ เต็มไปด้วความรัก ความอ่อนโยน การถ่อมตน ฯลฯ จากไหน ? ส่วนตัวมองว่า อาจมีการส่งต่อคำสอนจากชมพูทวีปไป
ส่วนตัวในฐานะที่ศึกษาพระไตรปิฎก อรรถกถา ท่องจิตปรมัถต์ 121 ดวงมาแล้ว เรื่องสุเมธดาบสก็ทราบดี ไม่ได้แตะศาสนาพุทธแบบเผิน ๆ (ในส่วนของการอ่าน) และศึกษาฝั่งคาธอลิคมาด้วย จึงตกผลึกในทางสังคมศาสตร์และศาสนวิทยา แบบไม่เอาปาฏิหารย์ว่า พระเยซูท่านไม่ใช่บุคคลที่เราเคยมองว่าขัดขวางศาสนาพุทธเลย ตรงกันข้าม ท่านก็พยายามช่วยมนุษย์ให้ไปสวรรค๋ก่อนเหมือนกัน แต่ way ที่จะทรงทำได้ในบริบทสังคมนั้น ๆ มันต้องพลิกแพลงและต้องยอมเปลืองตัว (เสียสละพระองค์เอง) พระเยซู(ถ้าตัดปาฏิหาริย์ออก) ท่านถือเป็นบุคคลที่มีเมตตาจิตและหวังดีจริง ๆ ต่อมนุษย์ เอาตรง ๆ จากที่อ่านสุภาษิตในพระคัมภีร์ เหมือนท่านเอาศาสนาพุทธในส่วนวิธีไปสวรรค์เบื้องต้นมาย่อให้ด้วยซ้ำ
หลังจากที่ตกผลึกตรงนี้ได้ เวลาที่เห็นคริสตจักรหรือไม้กางเขนหรือเวลานึกถึงพระเยซูก็ชื่นใจตลอด และมองว่าโลกมีคน(บุคคล) ที่กล้าต่อสู้เพื่อช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นจนเป็นได้ทุกวันนี้จริง ๆ อยู่ 2 พระองค์
อย่างไรแล้ว มีข้อมูลสำคัญที่ได้สนทนากับ GpT อยากให้ทุกท่านลองอ่านและวิเคราะห์ตาม