หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] ทริปนี้มีเรื่องมาเล่า #ตอนที่ 4 >ปลายหนาวนี้ ที่ "อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" ขี่รถเที่ยว 2 วัน 1 คืน
กระทู้รีวิว
อุทยานแห่งชาติ
เขาใหญ่
สถานที่ท่องเที่ยว
ภาพถ่ายทิวทัศน์
ทริปนี้มีเรื่องมาเล่า #Chapter 4# ขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยว "เขาใหญ่" 2 วัน 1 คืน
>> ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ จนทำให้ผมนึกถึงทริปหนึ่งของผม ช่วงปลายหนาว ณ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่บอกได้เลยว่าหลายๆ คนคงชอบไปเที่ยวที่นี่กัน เพราะเป็นสถานที่สัมผัสธรรมชาติ และสัตว์ป่าที่เดินทางจากกรุงเทพไปแค่ 100 กว่ากิโล ใช้เวลาเดินทางแค่ 2-3 ชั่วโมงเอง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างดีมาก การเดินทางก็สะดวก
>> ซึ่งผมเลือกเดินทางวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ตามความสะดวกไม่มีอะไรมาก และการเดินทางครั้งนี้ของผมเลือกที่จะเดินทางขึ้นจากฝั่งปราจีนบุรี ตรงด่านตรวจเนินหอม เพราะจุดหมายแรกที่ผมจะแวะเที่ยวคือ ที่น้ำตกเหวนรก ที่จะอยู่ใกล้มากกว่าถ้าใช้เส้นทางขึ้นจากฝั่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมมาเที่ยวเขาใหญ่ 4 ครั้ง ไม่เคยได้แวะเที่ยวเลย และการขี่รถจากสมุทรปราการผมว่าผมชอบการขี่รถจากถนนฝั่งนี้มากกว่าเพราะไม่อยากวิ่งถนนมิตรภาพที่รถบรรทุกเยอะ อีกทั้งเส้นทางนี้ยังใกล้กว่า และที่สำคัญผมอยากเห็นช้างป่าครับ ซึ่งอันที่จริงเขาใหญ่สามารถขึ้นได้จาก 2 เส้นทาง คือ
>> เส้นทางแรก ใช้ถนนหมายเลข 2090 ถนนธนะรัตน์ จากฝั่งปากช่อง นครราชสีมา ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางนี้เยอะ เพราะมีจุดแวะเที่ยวจุดอื่นๆ เยอะ ของกินเยอะ มีความเจริญมากกว่า โดยวิ่งผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เส้นทางนี้จะค่อนข้างชัน ทางโค้งคดเคี้ยวเยอะ มีจุดชมวิว กม.30 ให้แวะชมวิว แต่ระยะทางสั้นกว่า โอกาสพบช้างป่าค่อนข้างน้อยมาก แต่ก็มีลิงตามไหล่ทางเยอะช่วงป่าเริ่มแห้งแล้ง
>> เส้นทางสอง ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3077 จากฝั่งเนินหอม ปราจีนบุรี ซึ่งมีการสัญจรน้อยกว่าอีกฝั่ง แต่นักปั่นจักรยานใช้เส้นทางนี้เยอะ เพราะทางไม่ชันมาก ทางโค้งคดเคี้ยวน้อยกว่า แต่ระยะทางจะไกลกว่า ฝั่งนี้โอกาสพบช้างป่าสูง ช่วงหน้าแล้งอาจพบได้ทุกวัน ทั้งเดินบนถนน และป่าข้างถนน มีโอกาสพบสัตว์อื่นๆ ด้วย และเหมือนฝั่งนี้จะพบลิงน้อยกว่า
>> ซึ่งถนนทั้ง 2 เส้น จะไปบรรจบกันที่ถนนที่เป็นทางแยกไปลานกางเต็นท์ลำตะคอง หรือทางไปน้ำตกเหวสุวัตนั่นเองครับ
>> ถ้าถามความชอบของผมว่าส่วนตัวชอบเส้นทางไหน ก็คงตอบยาก เพราะขึ้นกับช่วงเวลา และฤดูกาล ถ้าช่วงหน้าฝน หลังฝนตกใหม่ๆ ผมก็ชอบขึ้นทางฝั่งปากช่อง เพราะจะได้ชมหมอกไหลที่บริเวณจุดชมวิว กม.30 และเส้นทางนี้ทางชัน โค้งเยอะ ขับขี่รถสนุกดี แต่ถ้าช่วงหน้าแล้ง หน้าฝนก็ดี ผมก็ชอบขึ้นทางฝั่งเนินหอม แต่เฉพาะตอนขี่รถมอเตอร์ไซค์นะ เพราะอยู่เจอช้างป่า เจอสัตว์ป่า ฝนตกมอสจะขึ้นเขียวตามริมถนน ต้นไม้ร่มลื่นดี แต่ถ้ามารถยนต์ทางนี้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะพอมีช้างป่า รถจะติดยาว และเสียเวลานานมากๆ
>> โม้ยาวมานานละ ออกเดินทางกันดีกว่า555 ผมออกเดินทางจากสมุทรปราการตอนบ่ายโมง มาถึงด่านตรวจเนินหอม ประมาณ 16.00 น.
>> ชำระค่าเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท ค่ารถมอเตอร์ไซค์ 20 บาท เสร็จแล้วก็พร้อมลุยกันเลยครับ
>> ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปต่อกัน เราก็แวะเข้าห้องน้ำตรงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตรงเลยด่านตรวจไปสัก 30 เมตร แต่ห้องน้ำฝั่งนี้จะดูเงียบๆ ไม่ค่อยดีเท่าฝั่งปากช่อง ไม่มีร้านค้าขายของมากมายเห็นมีแค่ 1 ร้าน ที่ขายน้ำ และศูนย์บริการที่ปิดเงียบ
>> ถนนฝั่งขึ้นจากเนินหอม
>> หลังจากขี่รถมอเตอร์ไซค์ยาวต่อเนื่องมา เราก็เดินทางมาถึงลานจอดรถของน้ำตกเหวนรกที่เวลาประมาณ 16.25 น. โดยถนนช่วงที่ผ่านมานั้นจะมีโอกาสเจอช้างป่าได้น้อย เพราะทางมีความชันมากกว่าเส้นทางที่เราจะเดินทางต่อไปยังลานกางเต็นท์ลำตะคอง ซึ่งที่นี่ก็จะมีห้องน้ำ และร้านค้าขายน้ำดื่ม และของกินด้วย โดยเจ้าของร้านค้าบอกกับเราว่าตอนนี้มาช้างป่าลงบริเวณทางที่เราจะขี่รถผ่านไปต่อด้วย ซึ่งพี่ที่มากับผมเขาบอกเลยว่า ไม่อยากเจอช้างเลย เขากลัว
>> โดยก่อนที่เราจะเข้าไปยังลานกางเต็นท์ เราจะไปจองส่องสัตว์ในคืนนี้ด้วยที่ทำการอุทยาน ซึ่งมีรอบตอน 19.00 น. และ 20.00 น. แต่ไม่รู้เราจะไปทันได้จองไหม เพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว
>> ได้เวลาเดินไปน้ำตกเหวนรกกัน ซึ่งเปิดให้เข้าเที่ยวได้ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00 น. มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมีทางเดินปกติไม่ชัน 850 เมตร และช่วงทางชันลงบันไดไปน้ำตก 80 เมตร
>> เส้นทางเดินจะเป็นทางเดินคอนกรีต มีบันได และสะพานเป็นช่วงๆ เดินง่ายเลย และบรรยากาศก็ร่มลื่นเย็นสบายมากๆ
>> และก็เดินมาถึงสะพานที่เป็นจุดข้าม คลองท่าด่าน ที่เป็นลำธารไหลลงไปเป็นนำตกเหวนรกนั่นเอง และก็เป็นน้ำที่ไหลลงไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชลอีกที
>> น้ำช่วงนี้น้อยมากๆ หวังว่าน้ำตกคงจะมีน้ำไหลอยู่นะ
>> พอข้ามสะพานมาก็จะเป็นทางเดินเหมือนช่วงแรกๆ อีกครั้ง
>> และก็จะเดินมาถึงจุดที่อุทยานทำเป็นเป็นรั้วกั้นช้าง ที่มีลักษณะเป็นเสาตั้งเรียงเป็นแนวรั้ว ประมาณ 400 เมตร กันข้ามตลอดแนวของลำธารที่จะไหลลงไปที่น้ำตก เพราะเมื่อปี 2542 มีช้างป่าพลัดข้ามไป และตกลงไปที่น้ำตกเหวนรกนั่นเอง
>> พอพ้นจากรั้วกั้นช้างก็จะมาถึงจุดระเบียงชมวิวเหนือน้ำตก ซึ่งก็มองไม่เห็นน้ำตกเหรอ นอกจากลำธาร และแนวรั้วกั้นช้าง กับมีที่นั่งให้ได้นั่งพัก
>> มีศาลานั่งพักอีกจุดก่อนถึงบันได ขึ้น-ลง ไปยังน้ำตกด้านล่าง
>> หลังจากเดินลงบันไดชัน 80 เมตร เรามาถึงแล้ว น้ำตกเหวนรก น้ำช่วงนี้น้อยมากๆ แต่ก็ยังมีคนเข้ามาชมเยอะอยู่นะ ถึงแม้ที่นี้จะมาได้แค่ชมน้ำตก ไม่สามารถเล่นได้ก็ตาม
>> ถ่ายภาพไปอวดเพื่อนสักหน่อย เที่ยวมาตั้ง 4 ครั้ง ในที่สุดครั้งที่ 5 เราก็ได้มาเที่ยวที่นี่สักที
>> สักพักด้านความมัวแต่ถ่ายภาพ อ้าวคนไปไหนหมด ทำไหมเหลือแค่เราคนเดิน ตอนนี้ก็เวลา 17.00 น. แล้ว น้ำตกเหวนรกที่ไร้ผู้คน
ชื่อสินค้า:
เที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงปลายหนาว 2 วัน 1 คืน
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวเขาใหญ่ มีอะไรมากกว่าที่คิด
สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากจะมาแชร์ทริปสั้นๆ ที่ผมประทับใจมากมากกับการมาเที่ยวในครั้งนี้ ซึ่งที่นี้ ก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต้องบอกก่อนเลยว่าปกติ ถ้าผมมีเวลาว่า
BEERwillgo
เที่ยวเขาใหญ่ ไปแบบงงๆ ในวันคนเยอะๆ - -" 2 วัน 1 คืน
สวัสดีครับ ผู้เข้ามาอ่านทุกท่าน กระทู้นี้ ผมก็จะมารีวิวการไปเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน ซึ่งได้ไปเที่ยใมา ในช่วงวันที่ 1 - 2 มกราคม 61 ที่ผ่านมานี่เอง เพราะ นานๆ ผมกับแ
Errorhours nut
หนีกรุง กางเต็นท์ ดูสัตว์ ชมธรรมชาติ เขาใหญ่
หนีกรุง กางเต็นท์ ดูสัตว์ ชมธรรมชาติ เขาใหญ่ ทริปนี้เป็นทริปที่ 5 ของเรา จากเพจ @สะดุดขาเต้นท์ อาทิตย์แรกของเดือน มันก็จะฟินๆหน่อย หาที่ใช้เงินกัน 555 ตามประสาส
สมาชิกหมายเลข 4785517
รีวิว รีสอร์ทสำหรับคนชอบตันไม้และการถ่ายภาพ มาสูดอากาศให้เต็มปอดที่ Vivace Khaoyai Resort, Thailand ฉบับคนไม่มีรถ
สวัสดีค่ะ เป็นกระทู้แรกที่ตั้งใจเขียน เพื่อเป็นข้อมูลให้สำหรับคนที่ไม่มีรถ และต้องการอยากมาพักผ่อนที่เขาใหญ่ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับอากาศเย็นสบาย ๆ โดย
PHLOENISM
เที่ยวเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 2018 (2 วัน 1 คืน)
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมสมัครเป็นสมาชิก Pantip มาก็นานละ มีเเต่มาตามอ่านกระทู้ วันนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 2 วัน 1 คืน เลยออยากจะนำภาพและสถานที่ท่
สมาชิกหมายเลข 2890242
บลูแพลนเที่ยวชวนคุย : "อุทยานแห่งชาติ"ในไทย ที่ประทับใจมากที่สุด
ประเทศไทยเรามีอุทยานแห่งชาติถึงร้อยกว่าแห่ง ตั้งแต่ยอดดอยสูงเสียดฟ้าที่มีทะเลหมอกหน้าหนาว ไปจนถึงน้ำใสราวกระจกของทะเลทางใต้ แต่ละที่ก็มีเสน่ห์ต่างกันไป นอกจากวิ
บลูแพลนเที่ยว
ครั้งแรกของอุทยานไทย! อุทยานแห่งชาติดอยภูคา คว้ารางวัลเหรียญเงิน Green Destinations Awards 2026 ณ ประเทศเยอรมนี
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ได้รับรางวัล เหรียญเงิน (Silver Award) จากการประกาศผลรางวัล Green Destinations Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายในงานมหกรรมส่งเสริมกา
tankura
ต้นฉำฉากลางน้ำ...มุมลับๆที่ไม่ลับอีกต่อไป พาเที่ยวเมืองพร้าวใน 1 วัน by…x-file
สวัสดีค่ะเพื่อนสมาชิกพันทิปผู้รักการท่องเที่ยวทุกท่าน กระทู้นี้อิฉันในฐานะคนเชียงใหม่จะพาทุกท่านไปเที่ยวอำเภอพร้าว อำเภอหนึ่งของ จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเมื่อก่อนไม
x-file Happy Makers
ใครจะไปเล่นสงกรานต์ที่ไหนบ้างเเนะนำที
ใครมีสถานที่เล่นสงกรานต์สนุกๆช่วยเเนะนำที
สมาชิกหมายเลข 8055288
ถนนเส้นนี้ อยู่ในจังหวัดใดหรือครับ
แล้วอยู่แถวอำเภอไหน ภูเขาสวยจัง
จักรพรรดิแดนรักทหารErosPhoenix
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อุทยานแห่งชาติ
เขาใหญ่
สถานที่ท่องเที่ยว
ภาพถ่ายทิวทัศน์
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] ทริปนี้มีเรื่องมาเล่า #ตอนที่ 4 >ปลายหนาวนี้ ที่ "อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" ขี่รถเที่ยว 2 วัน 1 คืน
>> ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ จนทำให้ผมนึกถึงทริปหนึ่งของผม ช่วงปลายหนาว ณ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่บอกได้เลยว่าหลายๆ คนคงชอบไปเที่ยวที่นี่กัน เพราะเป็นสถานที่สัมผัสธรรมชาติ และสัตว์ป่าที่เดินทางจากกรุงเทพไปแค่ 100 กว่ากิโล ใช้เวลาเดินทางแค่ 2-3 ชั่วโมงเอง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างดีมาก การเดินทางก็สะดวก
>> ซึ่งผมเลือกเดินทางวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ตามความสะดวกไม่มีอะไรมาก และการเดินทางครั้งนี้ของผมเลือกที่จะเดินทางขึ้นจากฝั่งปราจีนบุรี ตรงด่านตรวจเนินหอม เพราะจุดหมายแรกที่ผมจะแวะเที่ยวคือ ที่น้ำตกเหวนรก ที่จะอยู่ใกล้มากกว่าถ้าใช้เส้นทางขึ้นจากฝั่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมมาเที่ยวเขาใหญ่ 4 ครั้ง ไม่เคยได้แวะเที่ยวเลย และการขี่รถจากสมุทรปราการผมว่าผมชอบการขี่รถจากถนนฝั่งนี้มากกว่าเพราะไม่อยากวิ่งถนนมิตรภาพที่รถบรรทุกเยอะ อีกทั้งเส้นทางนี้ยังใกล้กว่า และที่สำคัญผมอยากเห็นช้างป่าครับ ซึ่งอันที่จริงเขาใหญ่สามารถขึ้นได้จาก 2 เส้นทาง คือ
>> เส้นทางแรก ใช้ถนนหมายเลข 2090 ถนนธนะรัตน์ จากฝั่งปากช่อง นครราชสีมา ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางนี้เยอะ เพราะมีจุดแวะเที่ยวจุดอื่นๆ เยอะ ของกินเยอะ มีความเจริญมากกว่า โดยวิ่งผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เส้นทางนี้จะค่อนข้างชัน ทางโค้งคดเคี้ยวเยอะ มีจุดชมวิว กม.30 ให้แวะชมวิว แต่ระยะทางสั้นกว่า โอกาสพบช้างป่าค่อนข้างน้อยมาก แต่ก็มีลิงตามไหล่ทางเยอะช่วงป่าเริ่มแห้งแล้ง
>> เส้นทางสอง ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3077 จากฝั่งเนินหอม ปราจีนบุรี ซึ่งมีการสัญจรน้อยกว่าอีกฝั่ง แต่นักปั่นจักรยานใช้เส้นทางนี้เยอะ เพราะทางไม่ชันมาก ทางโค้งคดเคี้ยวน้อยกว่า แต่ระยะทางจะไกลกว่า ฝั่งนี้โอกาสพบช้างป่าสูง ช่วงหน้าแล้งอาจพบได้ทุกวัน ทั้งเดินบนถนน และป่าข้างถนน มีโอกาสพบสัตว์อื่นๆ ด้วย และเหมือนฝั่งนี้จะพบลิงน้อยกว่า
>> ซึ่งถนนทั้ง 2 เส้น จะไปบรรจบกันที่ถนนที่เป็นทางแยกไปลานกางเต็นท์ลำตะคอง หรือทางไปน้ำตกเหวสุวัตนั่นเองครับ
>> ถ้าถามความชอบของผมว่าส่วนตัวชอบเส้นทางไหน ก็คงตอบยาก เพราะขึ้นกับช่วงเวลา และฤดูกาล ถ้าช่วงหน้าฝน หลังฝนตกใหม่ๆ ผมก็ชอบขึ้นทางฝั่งปากช่อง เพราะจะได้ชมหมอกไหลที่บริเวณจุดชมวิว กม.30 และเส้นทางนี้ทางชัน โค้งเยอะ ขับขี่รถสนุกดี แต่ถ้าช่วงหน้าแล้ง หน้าฝนก็ดี ผมก็ชอบขึ้นทางฝั่งเนินหอม แต่เฉพาะตอนขี่รถมอเตอร์ไซค์นะ เพราะอยู่เจอช้างป่า เจอสัตว์ป่า ฝนตกมอสจะขึ้นเขียวตามริมถนน ต้นไม้ร่มลื่นดี แต่ถ้ามารถยนต์ทางนี้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะพอมีช้างป่า รถจะติดยาว และเสียเวลานานมากๆ
>> โม้ยาวมานานละ ออกเดินทางกันดีกว่า555 ผมออกเดินทางจากสมุทรปราการตอนบ่ายโมง มาถึงด่านตรวจเนินหอม ประมาณ 16.00 น.
>> ชำระค่าเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท ค่ารถมอเตอร์ไซค์ 20 บาท เสร็จแล้วก็พร้อมลุยกันเลยครับ
>> ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปต่อกัน เราก็แวะเข้าห้องน้ำตรงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตรงเลยด่านตรวจไปสัก 30 เมตร แต่ห้องน้ำฝั่งนี้จะดูเงียบๆ ไม่ค่อยดีเท่าฝั่งปากช่อง ไม่มีร้านค้าขายของมากมายเห็นมีแค่ 1 ร้าน ที่ขายน้ำ และศูนย์บริการที่ปิดเงียบ
>> ถนนฝั่งขึ้นจากเนินหอม
>> หลังจากขี่รถมอเตอร์ไซค์ยาวต่อเนื่องมา เราก็เดินทางมาถึงลานจอดรถของน้ำตกเหวนรกที่เวลาประมาณ 16.25 น. โดยถนนช่วงที่ผ่านมานั้นจะมีโอกาสเจอช้างป่าได้น้อย เพราะทางมีความชันมากกว่าเส้นทางที่เราจะเดินทางต่อไปยังลานกางเต็นท์ลำตะคอง ซึ่งที่นี่ก็จะมีห้องน้ำ และร้านค้าขายน้ำดื่ม และของกินด้วย โดยเจ้าของร้านค้าบอกกับเราว่าตอนนี้มาช้างป่าลงบริเวณทางที่เราจะขี่รถผ่านไปต่อด้วย ซึ่งพี่ที่มากับผมเขาบอกเลยว่า ไม่อยากเจอช้างเลย เขากลัว
>> โดยก่อนที่เราจะเข้าไปยังลานกางเต็นท์ เราจะไปจองส่องสัตว์ในคืนนี้ด้วยที่ทำการอุทยาน ซึ่งมีรอบตอน 19.00 น. และ 20.00 น. แต่ไม่รู้เราจะไปทันได้จองไหม เพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว
>> ได้เวลาเดินไปน้ำตกเหวนรกกัน ซึ่งเปิดให้เข้าเที่ยวได้ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00 น. มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมีทางเดินปกติไม่ชัน 850 เมตร และช่วงทางชันลงบันไดไปน้ำตก 80 เมตร
>> เส้นทางเดินจะเป็นทางเดินคอนกรีต มีบันได และสะพานเป็นช่วงๆ เดินง่ายเลย และบรรยากาศก็ร่มลื่นเย็นสบายมากๆ
>> และก็เดินมาถึงสะพานที่เป็นจุดข้าม คลองท่าด่าน ที่เป็นลำธารไหลลงไปเป็นนำตกเหวนรกนั่นเอง และก็เป็นน้ำที่ไหลลงไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชลอีกที
>> น้ำช่วงนี้น้อยมากๆ หวังว่าน้ำตกคงจะมีน้ำไหลอยู่นะ
>> พอข้ามสะพานมาก็จะเป็นทางเดินเหมือนช่วงแรกๆ อีกครั้ง
>> และก็จะเดินมาถึงจุดที่อุทยานทำเป็นเป็นรั้วกั้นช้าง ที่มีลักษณะเป็นเสาตั้งเรียงเป็นแนวรั้ว ประมาณ 400 เมตร กันข้ามตลอดแนวของลำธารที่จะไหลลงไปที่น้ำตก เพราะเมื่อปี 2542 มีช้างป่าพลัดข้ามไป และตกลงไปที่น้ำตกเหวนรกนั่นเอง
>> พอพ้นจากรั้วกั้นช้างก็จะมาถึงจุดระเบียงชมวิวเหนือน้ำตก ซึ่งก็มองไม่เห็นน้ำตกเหรอ นอกจากลำธาร และแนวรั้วกั้นช้าง กับมีที่นั่งให้ได้นั่งพัก
>> มีศาลานั่งพักอีกจุดก่อนถึงบันได ขึ้น-ลง ไปยังน้ำตกด้านล่าง
>> หลังจากเดินลงบันไดชัน 80 เมตร เรามาถึงแล้ว น้ำตกเหวนรก น้ำช่วงนี้น้อยมากๆ แต่ก็ยังมีคนเข้ามาชมเยอะอยู่นะ ถึงแม้ที่นี้จะมาได้แค่ชมน้ำตก ไม่สามารถเล่นได้ก็ตาม
>> ถ่ายภาพไปอวดเพื่อนสักหน่อย เที่ยวมาตั้ง 4 ครั้ง ในที่สุดครั้งที่ 5 เราก็ได้มาเที่ยวที่นี่สักที
>> สักพักด้านความมัวแต่ถ่ายภาพ อ้าวคนไปไหนหมด ทำไหมเหลือแค่เราคนเดิน ตอนนี้ก็เวลา 17.00 น. แล้ว น้ำตกเหวนรกที่ไร้ผู้คน
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้