สวัสดีครับ ทริปนี้ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล
DAY1(27/12/67)
ผมนัดเจอกับเพื่อนที่BTSหมอชิตเพื่อนัดกินข้าวกันที่ร้าน ก็เพราะกะเพรา จตุจักร

(หิวจนไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมา แต่อร่อยครับ ผมแนะนำเลย)
เมื่ออิ่มท้องพวกเราก็เรียกรถไปที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ รอขึ้นรถไฟรอบ15.10
เมื่ออิ่มท้องพวกเราก็เรียกรถไปที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์
เมื่อได้เวลาเราก็ขึ้นไปนั่งบนรถไฟ คนเยอะมากๆ โชคดีที่เราจองที่นั่งทัน ระหว่างทางก็นั่งชมวิวชิวๆ

(นั่งมาเรื่อยๆพอถึงราชบุรีก็จะมีก๋วยเตี๋ยวแห้งขึ้นมาขาย ผมที่ยังไม่หิวก็เลยยังไม่ซื้อ แต่เพื่อนซื้อมาลอง ราคาแค่10บาทต่อกล่อง)
รถไฟถึงสถานีประจวบคีรีขันธ์20.00ตามกําหนด เมื่อถึงลงจากรถไฟ เราก็เรียกซาเล้งรับจ้าง(ที่นี่ไม่มีgrab)ให้ไปส่งที่โรงแรมประจวบบีช

เราสั่งกันมาหลายอย่าง(ไม่ได้ถ่ายมาทั้งหมด) เรื่องรสชาติถือว่าใช้ได้ แต่รออาหารนานไปนิดนึง ถ้าหิวมากๆ แนะนำให้โทรมาสั่งก่อน มื้อนี้เรากินกันไปเกือบ2300 เกินที่คาดการณ์ไว้ไม่เยอะ

DAY2(28/12/67)
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมฆหรือภูเขาบัง แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่เรายังได้รูปท้องฟ้าแสนสวยมาแทน
เมื่อดูวิวจนพอใจก็ได้เวลาทานอาหารเช้ากันที่ร้านโจ๊กเกาะหลัก ที่อร่อยทั้งโจ๊กและข้าวต้มแห้ง
กินเสร็จเราก็กลับไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เช็คเอาท์แล้วเรียกซาเล้งไปส่งที่อ่าวมะนาว
พอถึงอ่าวมะนาว เราก็ไปฝากของบางส่วนไว้ที่ที่พักก่อน(พักที่ฟ้าชมคลื่น อ่าวมะนาว) แล้วพวกเราก็ไปเที่ยวที่อ่าวมะนาว รู้สึกชอบหาดนี้หลายอย่าง ทั้งเตียงชายหาดที่แค่20บาทแต่จะนอนนานแค่ไหนก็ได้ แถมยังมีกิจกรรมให้ทําหลายอย่าง ทั้งให้อาหารสัตว์ในmini zoo,ขี่ม้า,ขับatv,ยิงธนู
เราเล่นนํ้ากันอยู่สักพัก แล้วจึงไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้า(ห้องนํ้าสะอาดมาก) เมื่อเสร็จเราก็ไปหาอะไรกินที่ศูนย์อาหารแถวนั้น มีศูนย์อาหาร2แห่งใกล้ๆกัน คิดว่าไม่ต่างกันมาก เมื่อกินเสร็จก็ได้เวลาไปเช็คอินที่พักและไปรับรถที่เช่าไว้เพื่อมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติที่แรกที่เราจะไป
"อุทยานแห่งชาติกุยบุรี"
พวกเราถึงจุดชมช้างป่าประมาณ15.30(ใครที่จะมาดูช้างป่าอย่าปักหมุดไปที่อุทยานแห่ง ชาติกุยบุรี ให้ปักไปที่ ชมช้างป่า กระทิง อุทยานแห่งชาติกุยบุรีแทน) คนเยอะพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะไปชาวต่างชาติ มีคนไทยบ้างนิดหน่อย
(ชมช้างป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เหมากระบะคันละ850แต่ไม่รวมค่าเข้าอุทยานสามารถไปได้6ท่าน ใครที่ไปกันไม่กี่คนก็สามารถไปหาคนหารหน้างานได้ แต่พวกเราเลือกที่จะเหมาเพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว)
หลังจากที่ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อหารถเข้าไปชมช้างป่า เราก็นั่งรอกันอยู่ไม่เกิน15นาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ไปขึ้นรถ
เราได้เห็นทั้งช้างและกระทิง แถมยังมีไกด์ที่มากับพวกเราบรรยายเรื่องราวต่างๆนานาทําให้การมาครั้งนี้รู้สึกเต็มอิ่มมากๆ
(ใครที่อยากมาแนะนําให้มาช่วง15.00เป็นต้นไป จะได้ไม่เจอแดด และสามารถอยู่ดูได้ถึง18.00)
Day3(29/12/67)
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยวิวอ่าวมะนาวยามเช้าที่ไม่เห็นพระอาทิตย์อีกตามเคย
พวกเราตื่นสายกว่ากําหนดการณ์ เลยต้องรีบกินข้าวแล้วออกเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติที่เป็นที่นิยมที่สุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
"อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด"
ขับรถประมาณชั่วโมงนิดๆก็เริ่มเข้าเขตอุทยาน ภูเขาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่มีให้ดูตลอดทาง ผมที่นั่งรถอยู่จึงอดใจไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพไว้
เราเลือกที่จะไปถํ้าพระยานครที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก โดยการเดินทางไปนั้นต้องไปจอดรถที่วัดบางปู(ค่าจอด20บาท) แล้วมีทางเลือก2ทาง วิธีแรกคือนั่งเรือข้ามเขาลูกแรกไปแล้วไปเดินขึ้นเขาลูกที่สองกับอีกวิธีคือเดินข้ามเขาทั้งสองลูก ตอนแรกเราก็จะเลือกวิธีแรก แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าคลื่นลมแรงเกินกว่าที่เราอจะออกได้ ทุกคนจึงต้องจําใจเลือกทางที่สอง
เมื่อเสียค่าเข้าอุทยานเรียบร้อยแล้วเราก็เดินขึ้น ทางช่วงแรกค่อนข้างที่จะง่าย ขึ้นนิดหน่อย มีบรรไดบางช่วงเป็นหินตามในภาพ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบมา
ทางขึ้นเขาลูกที่สองโหดกว่าเขาลูกแรกพอสมควรเลยครับ เล่นเอาซะเหนื่อยเลย
พอข้ามเขาลูกที่สองแล้วเริ่มเจอป้ายทางลงเพื่อเข้าถํ้า ทําให้รู้สึกเหนื่อยน้อยลงไปบ้าง
พอลงจากเขาแล้วเดินไปเรื่อยๆก็จะพบกับพระตำหนักที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ภายในถํ้านั้นกว้างมากๆ แถมลมยังเย็นสบาย
นั่งรถไฟไปเที่ยวทั้ง5อุทยานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ช่วงปีใหม่ 6วัน5คืน