วันนี้เป็นวันที่ไม่ดีของผมเท่าไหร่ครับ เพราะมีงานที่ต้องไปทำ สองที่ขับรถข้ามฝั่งเมืองจากตะวันออก ไปฝั่งตะวันตก และเข้าเมืองอีกครั้ง
ผมขับรถมาเจอ คู่กรณีในวันนี้ ที่ดัน

เป็นรถรุ่นเดียวกันตัวถังเดียวกันที่ปกติผม (ขอเรียกรถว่า น้อง AR) ก็จะขับคันนี้เช่นกัน แต่วันนี้ผมเอารถคันเก่า ที่เป็นรุ่นเดียวกันแต่คนละตัวถัง (ขอแทนรถตัวเองในวันนี้ว่า น้อง AV)
ผมคิดว่า คู่กรณีน่าจะไม่พอใจที่ผมบีบแตรใส่ เนื่องจากผมรู้สึกว่าเขาจะพยายามเบียดผมในระยะกระชั่นชิดครับ ซึ่งสาเหตุมาจาก ตรงจุดนั้นเป็นสามแยก ที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเลนซ้าย แต่คู่กรณีวิ่งเลนขวา ที่ต้องเลี้ยวซ้ายและโดนทางกลับรถบีบ ทำให้เขาต้องเร่งและเบียดเข้ามาครับ
ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่า คงไม่มีเรื่องอะไร เพราะผมดูแล้ว เขาก็ขับปกติ เขามีการสลับตำแหน่งคนนั่งในรถโดยให้ผู้ชายที่นั่งฝั่งซ้ายย้ายมานั่งฝั่งขวาด้านหลัง ซึ่งผมดูการแต่งตัว ผมก็คิดว่า เป็นคนทำงาน office เพราะแต่งชุด ยูนิฟอร์ม polo ครับ
แต่พอผมเลี้ยวขวา วิ่งถนนใหญ่ ผมก็เจอว่า เขาเริ่มขับจี้ท้ายรถผม แล้วก็เลียบข้าง และผมเริ่มสังเกตว่า เขามองผมอยู่ และสักพัก เขาก็เลื่อนรถไปข้างหน้า เปิดประจกและกวักมือ ส่วนคนด้านหลังเหมือนจะชูนิ้วกลางใส่ครับ ผมก็เริ่มรู้ว่า เขาคงตามมาหาเรื่องผม
อดินารีน สูบฉีดเลยครับ แต่ผมทำใจให้นิ่งๆ ไว้ ถามว่าผมโกรธเขาไหม ที่เขาทำแบบนั้น ผมไม่โกรธเลยครับ เพราะผมรู้สึกว่า คนเราย่อมมีอารมณ์ในการขับรถได้ และบางคนไม่ชอบการที่เราบีบแตรเตือน (สารภาพตามตรงว่า ผมก็อาจบีบนานไปในช่วงก่อนหน้าครับ) การที่เขาแสดงออกมาแบบนี้เพราะเขาอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่
สิ่งที่ผมทำ ก็คือ ผมก็ขับไปเรื่อยๆ เขาจะวิ่งแซงหน้าหรือเขาจะขับตามหรือเทียบข้าง ผมก็ไม่สนใจครับ สิ่งนึงที่ผมรู้สึกยังดี คือ อย่างน้อยเขายังไม่ แกล้งเหยียบเบรคให้ชน หรือพยายามขับเบียดให้ชน หรือไม่พยายามหยุดรถผม ส่วนนึงคือ รถผมมีกล้องหน้าหลังด้วยครับ และผมก็รู้ว่ารถเขาก็มีกล้องหน้า (หรือหลัง) ด้วยเช่นกันครับ
ตอนท้ายๆ ผมก็เข้าซ้าย เขาก็เหมือนจะพยายามมาตีข้างอีกครั้ง ตอนแรกผมก็คิดว่า ผมจะแวะเข้าปั้มด้านหน้า เหมือนกัน เพื่อออกไปคุยว่า ผมทำอะไรให้พี่ และน้องในรถ ผิดใจหรือเปล่าครับ แต่มาคิดดูอีกที ผมอยู่ในมุมที่เสียเปรียบ เพราะเขามาอย่างน้อย ก็ 2 คน ผู้ชาย (อาจมีอีกคนนั่งฝั่งซ้ายหลัง) และผมเองก็มีธุระตอนบ่ายโมงครึ่ง ถ้าสมมุติว่าลงไปคุยที่ปั้ม แล้วเขามาในลักษณะพุ่งเข้ามาทำร้ายผม ผมจะต้องเสียเวลาและบาดเจ็บครับ
ผมเลยเลือกที่จะวิ่งรถไปต่อ และคู่กรณีก็เร่งแซงไป และเข้าซ้ายเลี้ยวออกไม่ขึ้นสะพาน ผมก็ไปทำธุระได้ตามปกติครับ คู่กรณีก็ได้ระบายความโกรธที่มีต่อผมออกมา และผมก็ยังอยู่ได้และไปทำธุระได้ทันตามกำหนด
ถามว่าเรื่องนี้สอนอะไรผม ผมรู้สึกว่า การใช้แตรรถ ในปัจจุบัน เราต้องระมัดระวังให้มากครับ ทุกวันนี้ผมแทบไม่บีบแตร ใครจะเบียดปาดผมก็ให้เขาแซงไป ใครจะขับรถและผมขวาง ผมก็จะหลบซ้ายให้ครับ ผมก็ยังมีวันที่ต้องบีบและตกในสถานะการณ์แบบนี้
ผมว่าบางทีคราวหน้า ถ้าผมบีบใครแบบนี้ในจังหวะที่มันจำเป็นจริงๆ ผมคงเลือกที่จะวิ่งห่างๆ ครับ ยอมรับว่าในจังหวะนั้น ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะมีอะไร ผมก็เลย ขับตามไปปกติ มันเลยกลายเป็นว่า เขาอาจคิดว่าผมจะขับตามหาเรื่อง หรือว่าตอนที่เขาขับจี้และข้างหน้าเบรคผมเบรค เขาอาจคิดว่าผมแกล้งเลยโมโหผม หรือเปล่านะครับ
สุดท้าย ผมคิดว่า เราควรจะขับรถใจเย็นให้มากที่สุดครับ ขับสุภาพ ไม่เบียดไม่ปาดไม่แซง ทุกวันนี้เวลาผมขับรถแล้วเขาไม่ให้ทาง ผมก็จะรอจังหวะ ถึงมันจะช้า แต่มันดีกว่าเราไปเบียดแล้วทะเลาะกัน ในบางครั้งตามแยก ถ้าผมเข้าไม่ได้จริงๆ ผมจะยอมไปติดไฟแดง หรือไปกลับรถ จะได้ไม่ต้องไปเบียดใคร
และสุดท้ายที่สุด ผมก็ขออภัยทางคู่กรณีที่วันนี้ผมทำให้คุณโกรธครับ หากว่าทางคุณมาอ่าน หรือคนรู้จักของคุณมาอ่าน ก็ขออภัย ที่ทำให้คุณมีความรู้สึกแบบนั้นครับ เราโชคดีกันมากที่วันนี้เราไม่ปะทะกัน และหวังว่าในเวลานี้ที่คุณอ่าน คุณจะใจเย็นลงแล้วและปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นออกไปครับ
วันนี้ผมมีเรื่องบนท้องถนน แต่ผมเลือกที่จะไม่ตอบโต้ คู่กรณีที่กำลังโกรธผม...ถ้าผมทำให้ผิดใจ ก็ขอโทษจากใจจริงครับ
ผมขับรถมาเจอ คู่กรณีในวันนี้ ที่ดัน
ผมคิดว่า คู่กรณีน่าจะไม่พอใจที่ผมบีบแตรใส่ เนื่องจากผมรู้สึกว่าเขาจะพยายามเบียดผมในระยะกระชั่นชิดครับ ซึ่งสาเหตุมาจาก ตรงจุดนั้นเป็นสามแยก ที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเลนซ้าย แต่คู่กรณีวิ่งเลนขวา ที่ต้องเลี้ยวซ้ายและโดนทางกลับรถบีบ ทำให้เขาต้องเร่งและเบียดเข้ามาครับ
ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่า คงไม่มีเรื่องอะไร เพราะผมดูแล้ว เขาก็ขับปกติ เขามีการสลับตำแหน่งคนนั่งในรถโดยให้ผู้ชายที่นั่งฝั่งซ้ายย้ายมานั่งฝั่งขวาด้านหลัง ซึ่งผมดูการแต่งตัว ผมก็คิดว่า เป็นคนทำงาน office เพราะแต่งชุด ยูนิฟอร์ม polo ครับ
แต่พอผมเลี้ยวขวา วิ่งถนนใหญ่ ผมก็เจอว่า เขาเริ่มขับจี้ท้ายรถผม แล้วก็เลียบข้าง และผมเริ่มสังเกตว่า เขามองผมอยู่ และสักพัก เขาก็เลื่อนรถไปข้างหน้า เปิดประจกและกวักมือ ส่วนคนด้านหลังเหมือนจะชูนิ้วกลางใส่ครับ ผมก็เริ่มรู้ว่า เขาคงตามมาหาเรื่องผม
อดินารีน สูบฉีดเลยครับ แต่ผมทำใจให้นิ่งๆ ไว้ ถามว่าผมโกรธเขาไหม ที่เขาทำแบบนั้น ผมไม่โกรธเลยครับ เพราะผมรู้สึกว่า คนเราย่อมมีอารมณ์ในการขับรถได้ และบางคนไม่ชอบการที่เราบีบแตรเตือน (สารภาพตามตรงว่า ผมก็อาจบีบนานไปในช่วงก่อนหน้าครับ) การที่เขาแสดงออกมาแบบนี้เพราะเขาอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่
สิ่งที่ผมทำ ก็คือ ผมก็ขับไปเรื่อยๆ เขาจะวิ่งแซงหน้าหรือเขาจะขับตามหรือเทียบข้าง ผมก็ไม่สนใจครับ สิ่งนึงที่ผมรู้สึกยังดี คือ อย่างน้อยเขายังไม่ แกล้งเหยียบเบรคให้ชน หรือพยายามขับเบียดให้ชน หรือไม่พยายามหยุดรถผม ส่วนนึงคือ รถผมมีกล้องหน้าหลังด้วยครับ และผมก็รู้ว่ารถเขาก็มีกล้องหน้า (หรือหลัง) ด้วยเช่นกันครับ
ตอนท้ายๆ ผมก็เข้าซ้าย เขาก็เหมือนจะพยายามมาตีข้างอีกครั้ง ตอนแรกผมก็คิดว่า ผมจะแวะเข้าปั้มด้านหน้า เหมือนกัน เพื่อออกไปคุยว่า ผมทำอะไรให้พี่ และน้องในรถ ผิดใจหรือเปล่าครับ แต่มาคิดดูอีกที ผมอยู่ในมุมที่เสียเปรียบ เพราะเขามาอย่างน้อย ก็ 2 คน ผู้ชาย (อาจมีอีกคนนั่งฝั่งซ้ายหลัง) และผมเองก็มีธุระตอนบ่ายโมงครึ่ง ถ้าสมมุติว่าลงไปคุยที่ปั้ม แล้วเขามาในลักษณะพุ่งเข้ามาทำร้ายผม ผมจะต้องเสียเวลาและบาดเจ็บครับ
ผมเลยเลือกที่จะวิ่งรถไปต่อ และคู่กรณีก็เร่งแซงไป และเข้าซ้ายเลี้ยวออกไม่ขึ้นสะพาน ผมก็ไปทำธุระได้ตามปกติครับ คู่กรณีก็ได้ระบายความโกรธที่มีต่อผมออกมา และผมก็ยังอยู่ได้และไปทำธุระได้ทันตามกำหนด
ถามว่าเรื่องนี้สอนอะไรผม ผมรู้สึกว่า การใช้แตรรถ ในปัจจุบัน เราต้องระมัดระวังให้มากครับ ทุกวันนี้ผมแทบไม่บีบแตร ใครจะเบียดปาดผมก็ให้เขาแซงไป ใครจะขับรถและผมขวาง ผมก็จะหลบซ้ายให้ครับ ผมก็ยังมีวันที่ต้องบีบและตกในสถานะการณ์แบบนี้
ผมว่าบางทีคราวหน้า ถ้าผมบีบใครแบบนี้ในจังหวะที่มันจำเป็นจริงๆ ผมคงเลือกที่จะวิ่งห่างๆ ครับ ยอมรับว่าในจังหวะนั้น ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะมีอะไร ผมก็เลย ขับตามไปปกติ มันเลยกลายเป็นว่า เขาอาจคิดว่าผมจะขับตามหาเรื่อง หรือว่าตอนที่เขาขับจี้และข้างหน้าเบรคผมเบรค เขาอาจคิดว่าผมแกล้งเลยโมโหผม หรือเปล่านะครับ
สุดท้าย ผมคิดว่า เราควรจะขับรถใจเย็นให้มากที่สุดครับ ขับสุภาพ ไม่เบียดไม่ปาดไม่แซง ทุกวันนี้เวลาผมขับรถแล้วเขาไม่ให้ทาง ผมก็จะรอจังหวะ ถึงมันจะช้า แต่มันดีกว่าเราไปเบียดแล้วทะเลาะกัน ในบางครั้งตามแยก ถ้าผมเข้าไม่ได้จริงๆ ผมจะยอมไปติดไฟแดง หรือไปกลับรถ จะได้ไม่ต้องไปเบียดใคร
และสุดท้ายที่สุด ผมก็ขออภัยทางคู่กรณีที่วันนี้ผมทำให้คุณโกรธครับ หากว่าทางคุณมาอ่าน หรือคนรู้จักของคุณมาอ่าน ก็ขออภัย ที่ทำให้คุณมีความรู้สึกแบบนั้นครับ เราโชคดีกันมากที่วันนี้เราไม่ปะทะกัน และหวังว่าในเวลานี้ที่คุณอ่าน คุณจะใจเย็นลงแล้วและปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นออกไปครับ