โดยเนื้อเรื่องที่จะกล่าว ล้วนเป็นความจริงทั้งหมด
ใครที่อยากจะอ่านเรื่องราวเรื่องนี้ เตรียมสมองและดวงตาเอาไว้ให้พร้อม เนื้อเรื่องมีความละเอียด
และที่ต้องเล่าละเอียดกริบเลย เพราะเดียวทุกคนจะหาว่าหนู ใส่ร้ายครอบครัวนะคะ (ชื่อของตัวละครในเนื้อหา จะเป็นนามสมมุติทั้งหมด)
เริ่มจากเหตุการจากรุ่นของแม่หนูเลยแล้วกันนะคะ
แม่หนูชื่อ(พู่กันต์) ตั้งแต่เด็กๆพู่กันต์ ได้ถูกแม่ของตัวเองส่งมาให้กับครอบครัวหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ปู่โถ่ เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ ประกอบไปด้วย
- คุณยาย -คุณตา มีลูก3คน
พี่โต(ผญ.) ชื่อ ไข่มุก
พี่คนกลาง(ผช.) ชื่อ เบ็ซ
น้องคนเล็ก(ผช.) ชื่อ นนท์
พอพู่กันต์ ได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น ก็เกิดเหตุการ
ขึ้น คือ นนท์เนี่ยไม่ชอบพู่กัน เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่พู่กันต์ย้ายเข้ามา คุณยาย และคุณตา ก้รักและเอ็นดูพู่กันต์มากกว่า นนท์
ระยะเวลาผ่านไปจนพู่กันต์ได้เข้าเรียน ม.ต้น พู่กันต์เล่นเที่ยวเล่นกับผู้ชายอยู่ทุกๆวัน แอบหนีเที่ยวบ้าง โดดเรียนบ้าง สูบบุรี่ ดื่มแอลกอฮอล
ด้วยความที่ที่บ้านเลี้ยงแบบปล่อยๆ ก็เลยไม่มีใครได้ว่าอะไรพู่กันต์ แต่เพราะอย่างงั้น จึงทำให้พู่กันต์ได้ให้กำเนิดเด็กคนนึงขึ้นมาที่มีชื่อว่า เพ้นท์ (คนตั้งกระทู้)
ตั้งแต่ที่พู่กันต์ให้กำเนิดเด็กขึ้นมา ในตอนนั้นก็ถูกไล่ออกจากบ้านมาเป็นที่เรียบร้อย เพราะที่บ้านรับไม่ได้ ที่พูากันต์ปล่อยตัวจนเลยเถิด มี เพ้นท์ ตั้งแต่อายุ14
พอคลอดเสร้จพู่กันต์ก็อายุ15 แล้วด้วยความที่เลี้ยงเด็กไม่เป้น บวกกับ ไม่มีเงิน ไม่มีที่ไป จึงได้นำเด็กมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้าน ของครอบครัวปู่โถ่ ตั้งแต่นั้นมาเพ้นท์ ก็ได้รับการรับเลี้ยงจากครอบครัวนี้
ในตอนที่มีคนมาเจอเพ้นท์ ซึ้งคนๆนั้นคือคุณยาย
ได้มาเจอและรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือลูกของหลานที่ตนเองรับมาเลี้ยง เลยนึกสงสารเลยนำเพ้นท์มารับเลี้ยงต่อ ในช่วงนั้น ไข่มุก เบ็ซ และ นนท์ ก็30ต้นๆกันแล้ว เลยคุยกันว่า ใครจะเป็นคนเอาเด็กไปเลี้ยง
ด้วยความที่ไข่มุก ยังมีหน้าที่การงานที่ต้องทำจนไม่มีเวลาทำอะไรเลยได้ปฎิเศษ ส่วน นนท์ที่อีกแค่เดือนเดียวลูกของนนท์ก็จะกำเนิดออกมา
ดีงนั้นหน้าที่การเลี้ยงเพ้นท์จนได้ตกเป็นของเบ็ซ
ในตอนที่เบ็ซได้เพ้นท์มาเลี้ยง ก้คบหาดูใจกับ ผู้หญิงที่มีชื่อว่า อันอัน
ข้อมูลสมาชิกครอบครัวในช่วงที่เพ้นท์กำเนิดมาแรกๆ
-คุณยาย -คุณตา
-ป้าไข่มุก สามีชื่อ ลุงจันท์
-พ่อเลี้ยงเบ็ซ ภรรยาชื่อ ป้าอันอัน
-ลุงนนท์ ภรรยาชื่อ ป้าแนน
เบ็ซกับอันอันดีใจมาก ที่จะได้เด็กมารับเลี้ยง เพราะทั้งคู่ก็ฝันว่า อยากมีลูก แต่ด้วยภาระหน้าที่ จึงไม่ค่อยได้คิดเรื่องนั้นทากนัก
หลังจากผ่านไปได้1เดือน ป้าแนน ก็ได้ให้กำเนิดเด็กผู้หญิงที่มีชื่อว่า สมาย
ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ทั้งเบ็ซ อันอัน แนน
และนนท์ ก็ได้ตั้งใจรักและดูแล เพ้นท์กับสมายมาตลอด
ระยะเวลาก็ผ่านไปจน ทั้งเพ้นท์และสมายได้เริ่มเข้าเรียนป.1 สถานที่ที่ สมายเรียน เป็นโรงเรียนเอกชน
ส่วนเพ้นท์ ก็เป็นโรงเรียน รัฐบาล แถมฟรีอีกต่างหากไม่เสียค่าใช้จ่ายเรื่องเรียน และอุปกร ต่างๆ
ช่วงนั้นยังไม่มีอะไรมาก แต่เบ็ซกับอันอัน เริ่มมีอาการที่เปลี่ยนไปคือ ทั้งคู่เริ่มไม่ได้มีความสุขที่อยุ่ด้วยกัน และเริ่มมีปากมีเสียงกันนิดหน่อย
จนระยะเวลาก็ผ่านไป เพ้นท์และสมายก็ขึ้นป.3
สมายก็ได้ย้ายรร.ไปเรียนอินเตอร์ ส่วนเพ้นท์ก็เรียนอยู่ที่เดิม ห้องที่เพ้นท์เรียนมาตั้งแต่ป.1คือห้องEP
มีวันนึง เบ็ซก็มารับเพ้นท์ที่รร.แล้วให้เหตุผลกับคุณครูว่า ต้องว่าเพ้นท์ไปงานศพ พอเพ้นท์กำลังนั่งรถไป เพ้นท์ก็ถามขึ้นว่า "งานศพ? คืออะไรหรอคะ"
เบ็ซก็บอกว่า งานศพคุณตาหน่ะ เพ้นท์ได้แต่สงสัยว่าคุณตาเป็นอะไร ทำไมถึงต้องรีบไป ทั้งๆที่เพ้นท์ ยังเรียนอยู่ จนไปถึง เพ้นท์ก็ได้แต่อึ้งและงงเข้าไปใหญ่ ว่า ทำไมมีแต่คนร้องไห้กัน จนคุณยายก็ได้เดินมา บอกให้เพ้นท์ไปไหว้คุณตา เพ้นท์ก็ไปทั้งๆที่ยังงงอยู่ (ตั้งแต่เด็กๆที่บ้านแทบไม่คุบหรือบอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องคนตายเลย หรือความเชื่อต่างๆ เช่น นอนกินข้าวแล้วจะเป็นงูนะ เอาตัวไปหุ้มกับเสื้อเหมือนคนตาย ้หรือ เล่นซ่อนแอบตอนกลางคืนแล้วผีจะมาหลอก/บังตา) พอป้าไข่มุกมาอธิบาย ว่าคุณตาเป็นอะไร เพ้นท์ก็ได้แต่อ้ำอึ้ง และเก้บตัวเงียบอยุ่คนเดียว
และตั้งแต่คุณตาเสีย ได้สักพัก เบ็ซกับอันอัน ก็แยกกันอยู่ (แต่ยังไม่ได้หย่ากันนะคะ)
ผ่านไปได้เกือบปี ชีวิตที่เคยสงบสุขของเพ้นท์ กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีผญ.คนนึง มีชื่อว่า ยิม เข้ามาในบ้าน และเบ็ซก็ได้แนะนำให้ทุกคนรู้จัก ว่านี่คือแฟนใหม่เบ็ซ ในขนะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นพนันกันเองในบ้าน
ก็ได้แต่อึ้งๆกันนิดหน่อย และต้อนรับยิม โดยการชวนมาร่วมวงด้วย ช่วงแรกๆที่เบ็ซคบกับยิม คือ ยิมทำตัวดีมากๆ อ่อมน้อมถ่อมต้นสุดๆ แต่ ในขนะที่ทั้ง2คบกันอย่างหวานชื่น ก็จะดูเหมือนว่า เบ็ซ กับ อันอัน ยังไม่ได้เซ็นหย่ากัน พอยิม คบกับเบ็ซไปสักพัก ก็ได้มารู้ว่า อันอันคือภรรยาคนเก่า ที่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า สาเหตุที่รู้เพราะ อันอัน ได้กลับมาหาเพ้นท์ และมาบอกกับเบ็ซที่บ้านว่า จะเอาเพ้นท์ ไปกินไอติมไปเดินเที่ยวกันอันอัน ซึ้งเบ็ซก็ไม่ได้อะไร เลยอนุญาติไป และยิมก็ได้ถามว่า คนนั้นคือใคร ป้าแนนจึงได้บอกว่า เป็นภรรยาที่ห่างกันไปปีนึงแล้วหน่ะ แต่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า พอยิมรู้เข้า ก่อนนอน จึงได้บอกกับเบ็ซว่า ถ้าคิดจะรักและสร้างครอบครัวกับยิมจริงๆ ก็ไปเซ็นใบหย่า จะได้ถูกต้องตามกฎหมาย เบ็ซก็ตกลง วันถัดมาก้ได้ทำการไปเซ็นใบหย่า ในตอนนั้น เพ้นท์ก็ยังได้รับความรักที่ดีไม่เคยขาดตกบกพร่องอะไรจนเพ้นท์ขึ้นป.4 เบ็ซกับยิมก็มีลูกกัน
จึงได้จัดพิถีแต่งงานกัน และนี่แหละคือจุดเริ่มของความสุขที่หายไปของเพ้นท์
ตั้งแต่เบ็ซกับยิมแต่งงานกัน นิสัยของยิมก็เปลี่ยนไปทันที ยิมเริ่มไม่ถ่อมตน เริ่มใช้อารม ไม่มีเหตุผล และเริ่มทำตัวเป็นใหญ่กับคนในบ้าน รวมถึงเพ้นท์ก็โดนเช่นกัน เบ็ซจากที่เคย เป็นห่วงเป็นใยรักเพ้นท์ไม่เคยขาดใจ พอตนมีลูกแท้ๆของตัวเอง ก็ทิ้งเพ้นท์อย่างกับหมูกับหมา ค่าขนมรร.ให้บ้างไม่ให้บ้าง ทั้งที่ๆที่บ้านและตนเองก็ไม่ได้ขัดสนอะไร (ต้องขอใช้คำว่ามีฐาณะเลยแหละ เพราะมีที่ดิน มีเงิน มีบ้านหลังที่2-3 เงินเก้บ ฯลฯอีกมากมาย)
วันไปรร. ก็ไปสนเพ้นท์แค่บางครั้ง วันที่ตัวเองไม่อยากไปก็นอนอยู่บ้าน ไม่ตื่นมาส่งเพ้นท์ไปรร. เพ้นท์จึงต้องลำบากไปรร.เอง ตั้งแต่ป.4 มีไปบ้าง และยายก็ไปส่งบ้าง
พอขึ้นป.5มา ยิมก็ได้ให้กำเนิดลูกของตน ที่มีชื่อว่า ครีม ตั้งแต่ตอนนั้น เบ็ซที่เคยรักแทบไม่ด่าแทบไม่ตี
กลับกลายเป้นเพ้นท์ทำอะไรนิดๆหน่อยก็ทั้งดุทั้งด่า
ตีเพ้นท์ทีมากสุดก็30ทีรวด แยกเป็น 3เซ็ท เซ็ทละ10
เว้นพัก 5วิ เรื่องนี้เพ้นท์จำได้แม่น เพราะตัวเองเป็นคนโดน ไหนจะเรื่องอื่นๆอีก วันๆนึง วันไหนที่ไม่ได้ด่าเพ้นท์เหมือนจะขาดใจตาย อย่างน้อยก็ต้องให้ได้ด่า จนเพ้นท์หดหู่ให้ได้ เป็นอย่างงี้เรื่อยมา ตอนเพ้นท์อยู่ป.5 ช่วง ป.5เพ้นท์เรียนออนไลน์เพราะตอนนั้นโควิดระบาด จึงได้แต่ใช้โทสับเรียนเอาผ่านแอพ
มีวันนึง ยิม กดกริ่งเรียกให้เพ้นท์ ลงไปดูครีม เพราะตนเองจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ตอนนั้นเพ้นท์ยังใส่หูฟังเรียนzoomอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงกดกริ่งจากข้างล่าง
พอเพ้นท์เรียนเสร้จ เพ้นท์ก็กำลังจะวางโทสับ ยิมก็ขึ้นมาพร้อมกระชากผมเพ้นท์ ดึงหูเพ้นท์จนตกเก้าอี้ ด้วยความที่ยิมโมโห เลยทำอะไรสิ้นคิด ตอนขึ้นมาเรียกเพ้นท์ลงไป ก่อนจะมาทำร้ายร่างกาย ก็ได้ทำการทิ้งครีมอยู่บนมอเตอร์ไซ โดยไม่รู้เลยว่าลูกตนเองจะตกมาหรือไม่ ซึ้งใช่ค่ะ ครีมเด่กวัยไม่ถึงขวบ ตกมอเตอร์ไซ ร้องไห้ลั่นซอย เบ็ซได้ยินเลยรีบมาดูครีม ในระหว่างนั้น ยิมก็ได้แต่ตบตี กระชากผมเพ้นท์ และทำการตรวจสอบโทสับว่าเพ้นท์เรียนจริงมั้ย ประเด็นคือ ตอนนั้นอะ คุณครูให้เพ้นท์้ข้าแอพตอบคำถาม ซึ่งมันตะคล้ายๆเกมอะค่ะ อันนี้ก้จำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร แต่เห้นปัจจุบันก้ยังมีคนเล่นกันอยุ่นะคะแอพนั้น คุณครูก็เอามาทำช้อยส์ตอบคำถามให้นร.เล่นบ่อยๆ นั้นแหละค่ะ แอพนั้น น่าจะชื่อ Kahoodรึเปล่า นะคะ ด้วยความที่มันคล้ายๆเกม เพราะมีน่าตาที่ดูมีสีสันและน่ารัก ยิมเลยเข้าใจผิดมั้งคะ เลยโมโหยกใหญ่ และดึงผมจน เพ้นท์ตกเก้าอี้
เพ้นท์ก็ได้แต่ร้องไห้ แต่ยิ่งร้อง ยิมก็ยิ่งตบหน้าเพ้นท์
หลังจากนั้นไม่นาน เบ็ซก็รีบวิ่งขึ้นมา พร้อมอุ้มครีม
เลยเอ่ยกล่าวว่ายิมว่า ทำไมไม่ดูแลลูกให้ดีๆ ลูดตกมอเตอร์ไซเนี่ย ทำไมถึงวางลูกไว้บนนั้น ยิมก็ได้เอ่ยว่า ก็ไอเพ้นท์ไง มันมัวแต่เล่นเกมเนี่ย เรียนก็ไม่เรียน ชั้นกดกริ่งไปตั้งนาน มันก็ไม่ลงมา เบ็ซ ก็หันมาหาเพ้นท์พร้อมพูดขึ้นว่า "จริงหรอ" เพ้นท์ไม่ทันจะได้อธิบาย ยิมก้เอาแต่โยนความผิดมาให้เพ้นท์ จนเบ็ซหมดอารมจะฟัง เลยบอกกับเพ้นท์ว่า ต่อไปนี้ เวลาไปเที่ยวไหนจะไม่เอาเพ้นท์ไปด้วยแล้ว โทสับก็ไม่ต้องเล่น ให้เรียนไม่เรียน เพ้นท์เรียบพูดสุดแรง ว่าแล้วเพ้นท์จะเรียนยังไง เบ็ซเลยให้ใช้โน๊ตบุ้คไปก่อน โดยตั้งค่ารหัสเพื่อกันไม่ให้เพ้นท์โหลดอะไรมาเล่น
ถ้าจะเล่นก้ดูการ์ตูนอะไรแนวๆนั้นในแอพแดงไป
ตอนนั้นเพ้นท์ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะอย่างน้อย ก้ยังได้เรียนอยู่ ก็เป็นแบบนั้นเรื่อยมา เวลาเบ็ซพาครีมไปเที่ยว ก็ไม่เคยจะพาเพ้นท์ไปเลย ด้วยความที่ก้เป็นเด็กอะเนอะ ก็มีน้อยใจกันบ้าง แต่ก็ได้แต่พยายามเข้าใจ ว่าเราไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขา มันก็ไม่แปลกที่เขาจะรักเราน้อยลง พยายามไม่สนใจเรื่องนั้น จนเพ้นท์ขึ้นป.6
ขึ้นป.6เพ้นท์ก็ได้ไปเรียน ที่รร.แล้ว ในช่วงป.6เพ้นท์ได้เงินไปรร. 20บาท ค่าข้าว ที่รร.มีให้ฟรีตอนพักเที่ยงตลอด เลยไม่ได้เสียตังในเรื่องข้าว ไป/กลับ ก้มีเบ็ซไปส่ง แต่ก็เช่นเคย ไปบ้างไม่ไปบ้าง แต่รร.ก็ไม่ได้ไกลนักห่างจากบ้านแค่ กิโลกว่าๆ เพ้นท์ก้เดินไปก้เริ่มชินแล้ว ช่วงนั้นเพ้นท์ตั้งใจเรียนมาก เพราะเคยไปขอเบ็ซว่า ขอเล่นเกมได้มั้ย หนูอยากเอาไปเล่นกับเพื่อน เบ็ซก็บอกว่า ได้ แต่ต้องได้เกรดเทอม1เกิน 3.50 เพ้นท์ก็ตกลง และตั้งใจมาก เพราะเพ้นท์ตั้งแต่เด่กจนโตเพ้นท์ไม่เคยขออะไรเลย ไม่ใช่เพราะว่า ได้ตลอดโดยไม่ต้องขอ แต่เพราะเพ้นท์ไม่มีอะไรที่อยากได้เลยไม่ขอ ครั้งนั้นเป้นการขอครั้งแรกเพ้นท์จึงมีหวังอย่างมาก เลยตั้งใจทำการบ้านส่ง ตั้งใจสอบตอนปลายเทอม1 และผลคะแนนที่ออกมา ก็เหมาะสมกับการที่เพ้นท์พยายาม เพ้นท์ได้ 3.88
เพ้นท์ดีใจมาก เพราะคะแนนมันมากกว่าที่เพ้นท์คิดไว้ จึงรีบกลับบ้านเอาไปให้เบ็ซดู เมื่อเบ็ซดู ก็กลับบอกว่า เอามาให้ดูทำไม ทำได้ก็ยังไม่ดีพอ ทำไมไม่ให้ได้เกรด4 เพ้นท์จึงบอกออกไปว่า ก็เบ็ซบอกให้ได้เกรดมากกว่า3.50 ถึงจะให้หนูเล่นเกมไม่ใช่หรอคะ
เบ็ซได้แต่เงียบ แล้วบอกว่า ไม่ได้ จะเล่นเกมได้ก็ต่อเมื่อมีวุฒิภาวะมากพอ หรือตอนอายุ18 ค่อยมีโทสับ แล้วก้จะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของ
เพ้นท์ก็ได้แต่เงียบ เพราะหมดหวัง เลยได้แต่ขึ้นห้องไปร้องไห้อยู่คนเดียว ทั้งๆที่พยายามมาก แต่หลับหมดหวังในครั้งแรก เพ้นท์เลยจำ หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันเพ้นท์ก็ไม่เคยขออะไรจากใครเลย
ตอนป.6เทอม2 เพ้นท์สอบได้ที่1 ได้เกรด 4.00
เพ้นท์ดีใจมากๆ ที่ตัวเองทำได้ดีขนาดนี้
แต่ก็ต้องอึ้งกลับคำพูดของเบ็ซตอนที่เพ้นท์เอาคะแนนไปให้ดู ไม่ได้หวังที่อยากจะได้ของอะไรจากเบ็ซ แต่สิ่งที่เบ็ซพูด ทำเอาเพ้นท์เริ่มที่จะคิดสั้น
เบ็ซกล่าวว่า "หึ เกรด4ใครๆก็ทำได้ อย่าได้ใจไปหน่อยเหอะ แล้วดูดิ ทำไมถึงได้เกรด4ก็ไม่รู้ ภาษาไทย ยังไม่ได้เต็มเลย ได้80 กูถามจริงเหอะ นี่พยายามสุดความสามารถของแล้วอ่อ ถ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ ก็อย่าหวังจะได้อะไรเหอะ"
เพ้นท์ถึงกับเงียบ และกล่าวขอโทษ เลยเดินออกมาจากตรงนั้น ขึ้นห้องเอาคะแนนสอบไปเก้บแล้วก้ลงมากินข้าว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่วงดึกตอนเพ้นท์จะขึ้นไปนอน ยายก้ไปเจอกระดาษคะแนน เลยบอกกับเพ้นท์ว่า โห ทำคะแนนได้ดีขนาดนี้เลยหรอเนี่ย เก่งจังหลานรัก มาให้กอดหน่อย ตอนนั้นเพ้นท์จากที่เกือบจะคิดสั้น ก้ได้ไปกิดยายด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นถึงความพยายามของเรา แต่เพราะยายที่เอาแต่คอยให้กำลังใจเรา เรื่องแย่ๆเลยพาลเกิดกับยายไปด้วย
เบ็ซเริ่มไม่ให้เงินยายใช้ทั้งๆที่เป้นแม่แท้ๆ แถมกลับต่อว่าท่าน ว่าโง่บ้าง ตามไม่ทันบ้าง ตคอกเสียงใส่ และอีกหลายๆอย่าง หนักสุดก้ไม่ให้ตังค์ใช้นี่แหละ คือยายเพ้นท์เขาไ
เด็ก14ร้อง เจอแบบนี้ควรทำยังไงดี !
ใครที่อยากจะอ่านเรื่องราวเรื่องนี้ เตรียมสมองและดวงตาเอาไว้ให้พร้อม เนื้อเรื่องมีความละเอียด
และที่ต้องเล่าละเอียดกริบเลย เพราะเดียวทุกคนจะหาว่าหนู ใส่ร้ายครอบครัวนะคะ (ชื่อของตัวละครในเนื้อหา จะเป็นนามสมมุติทั้งหมด)
เริ่มจากเหตุการจากรุ่นของแม่หนูเลยแล้วกันนะคะ
แม่หนูชื่อ(พู่กันต์) ตั้งแต่เด็กๆพู่กันต์ ได้ถูกแม่ของตัวเองส่งมาให้กับครอบครัวหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ปู่โถ่ เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ ประกอบไปด้วย
- คุณยาย -คุณตา มีลูก3คน
พี่โต(ผญ.) ชื่อ ไข่มุก
พี่คนกลาง(ผช.) ชื่อ เบ็ซ
น้องคนเล็ก(ผช.) ชื่อ นนท์
พอพู่กันต์ ได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น ก็เกิดเหตุการ
ขึ้น คือ นนท์เนี่ยไม่ชอบพู่กัน เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่พู่กันต์ย้ายเข้ามา คุณยาย และคุณตา ก้รักและเอ็นดูพู่กันต์มากกว่า นนท์
ระยะเวลาผ่านไปจนพู่กันต์ได้เข้าเรียน ม.ต้น พู่กันต์เล่นเที่ยวเล่นกับผู้ชายอยู่ทุกๆวัน แอบหนีเที่ยวบ้าง โดดเรียนบ้าง สูบบุรี่ ดื่มแอลกอฮอล
ด้วยความที่ที่บ้านเลี้ยงแบบปล่อยๆ ก็เลยไม่มีใครได้ว่าอะไรพู่กันต์ แต่เพราะอย่างงั้น จึงทำให้พู่กันต์ได้ให้กำเนิดเด็กคนนึงขึ้นมาที่มีชื่อว่า เพ้นท์ (คนตั้งกระทู้)
ตั้งแต่ที่พู่กันต์ให้กำเนิดเด็กขึ้นมา ในตอนนั้นก็ถูกไล่ออกจากบ้านมาเป็นที่เรียบร้อย เพราะที่บ้านรับไม่ได้ ที่พูากันต์ปล่อยตัวจนเลยเถิด มี เพ้นท์ ตั้งแต่อายุ14
พอคลอดเสร้จพู่กันต์ก็อายุ15 แล้วด้วยความที่เลี้ยงเด็กไม่เป้น บวกกับ ไม่มีเงิน ไม่มีที่ไป จึงได้นำเด็กมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้าน ของครอบครัวปู่โถ่ ตั้งแต่นั้นมาเพ้นท์ ก็ได้รับการรับเลี้ยงจากครอบครัวนี้
ในตอนที่มีคนมาเจอเพ้นท์ ซึ้งคนๆนั้นคือคุณยาย
ได้มาเจอและรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือลูกของหลานที่ตนเองรับมาเลี้ยง เลยนึกสงสารเลยนำเพ้นท์มารับเลี้ยงต่อ ในช่วงนั้น ไข่มุก เบ็ซ และ นนท์ ก็30ต้นๆกันแล้ว เลยคุยกันว่า ใครจะเป็นคนเอาเด็กไปเลี้ยง
ด้วยความที่ไข่มุก ยังมีหน้าที่การงานที่ต้องทำจนไม่มีเวลาทำอะไรเลยได้ปฎิเศษ ส่วน นนท์ที่อีกแค่เดือนเดียวลูกของนนท์ก็จะกำเนิดออกมา
ดีงนั้นหน้าที่การเลี้ยงเพ้นท์จนได้ตกเป็นของเบ็ซ
ในตอนที่เบ็ซได้เพ้นท์มาเลี้ยง ก้คบหาดูใจกับ ผู้หญิงที่มีชื่อว่า อันอัน
ข้อมูลสมาชิกครอบครัวในช่วงที่เพ้นท์กำเนิดมาแรกๆ
-คุณยาย -คุณตา
-ป้าไข่มุก สามีชื่อ ลุงจันท์
-พ่อเลี้ยงเบ็ซ ภรรยาชื่อ ป้าอันอัน
-ลุงนนท์ ภรรยาชื่อ ป้าแนน
เบ็ซกับอันอันดีใจมาก ที่จะได้เด็กมารับเลี้ยง เพราะทั้งคู่ก็ฝันว่า อยากมีลูก แต่ด้วยภาระหน้าที่ จึงไม่ค่อยได้คิดเรื่องนั้นทากนัก
หลังจากผ่านไปได้1เดือน ป้าแนน ก็ได้ให้กำเนิดเด็กผู้หญิงที่มีชื่อว่า สมาย
ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ทั้งเบ็ซ อันอัน แนน
และนนท์ ก็ได้ตั้งใจรักและดูแล เพ้นท์กับสมายมาตลอด
ระยะเวลาก็ผ่านไปจน ทั้งเพ้นท์และสมายได้เริ่มเข้าเรียนป.1 สถานที่ที่ สมายเรียน เป็นโรงเรียนเอกชน
ส่วนเพ้นท์ ก็เป็นโรงเรียน รัฐบาล แถมฟรีอีกต่างหากไม่เสียค่าใช้จ่ายเรื่องเรียน และอุปกร ต่างๆ
ช่วงนั้นยังไม่มีอะไรมาก แต่เบ็ซกับอันอัน เริ่มมีอาการที่เปลี่ยนไปคือ ทั้งคู่เริ่มไม่ได้มีความสุขที่อยุ่ด้วยกัน และเริ่มมีปากมีเสียงกันนิดหน่อย
จนระยะเวลาก็ผ่านไป เพ้นท์และสมายก็ขึ้นป.3
สมายก็ได้ย้ายรร.ไปเรียนอินเตอร์ ส่วนเพ้นท์ก็เรียนอยู่ที่เดิม ห้องที่เพ้นท์เรียนมาตั้งแต่ป.1คือห้องEP
มีวันนึง เบ็ซก็มารับเพ้นท์ที่รร.แล้วให้เหตุผลกับคุณครูว่า ต้องว่าเพ้นท์ไปงานศพ พอเพ้นท์กำลังนั่งรถไป เพ้นท์ก็ถามขึ้นว่า "งานศพ? คืออะไรหรอคะ"
เบ็ซก็บอกว่า งานศพคุณตาหน่ะ เพ้นท์ได้แต่สงสัยว่าคุณตาเป็นอะไร ทำไมถึงต้องรีบไป ทั้งๆที่เพ้นท์ ยังเรียนอยู่ จนไปถึง เพ้นท์ก็ได้แต่อึ้งและงงเข้าไปใหญ่ ว่า ทำไมมีแต่คนร้องไห้กัน จนคุณยายก็ได้เดินมา บอกให้เพ้นท์ไปไหว้คุณตา เพ้นท์ก็ไปทั้งๆที่ยังงงอยู่ (ตั้งแต่เด็กๆที่บ้านแทบไม่คุบหรือบอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องคนตายเลย หรือความเชื่อต่างๆ เช่น นอนกินข้าวแล้วจะเป็นงูนะ เอาตัวไปหุ้มกับเสื้อเหมือนคนตาย ้หรือ เล่นซ่อนแอบตอนกลางคืนแล้วผีจะมาหลอก/บังตา) พอป้าไข่มุกมาอธิบาย ว่าคุณตาเป็นอะไร เพ้นท์ก็ได้แต่อ้ำอึ้ง และเก้บตัวเงียบอยุ่คนเดียว
และตั้งแต่คุณตาเสีย ได้สักพัก เบ็ซกับอันอัน ก็แยกกันอยู่ (แต่ยังไม่ได้หย่ากันนะคะ)
ผ่านไปได้เกือบปี ชีวิตที่เคยสงบสุขของเพ้นท์ กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีผญ.คนนึง มีชื่อว่า ยิม เข้ามาในบ้าน และเบ็ซก็ได้แนะนำให้ทุกคนรู้จัก ว่านี่คือแฟนใหม่เบ็ซ ในขนะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นพนันกันเองในบ้าน
ก็ได้แต่อึ้งๆกันนิดหน่อย และต้อนรับยิม โดยการชวนมาร่วมวงด้วย ช่วงแรกๆที่เบ็ซคบกับยิม คือ ยิมทำตัวดีมากๆ อ่อมน้อมถ่อมต้นสุดๆ แต่ ในขนะที่ทั้ง2คบกันอย่างหวานชื่น ก็จะดูเหมือนว่า เบ็ซ กับ อันอัน ยังไม่ได้เซ็นหย่ากัน พอยิม คบกับเบ็ซไปสักพัก ก็ได้มารู้ว่า อันอันคือภรรยาคนเก่า ที่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า สาเหตุที่รู้เพราะ อันอัน ได้กลับมาหาเพ้นท์ และมาบอกกับเบ็ซที่บ้านว่า จะเอาเพ้นท์ ไปกินไอติมไปเดินเที่ยวกันอันอัน ซึ้งเบ็ซก็ไม่ได้อะไร เลยอนุญาติไป และยิมก็ได้ถามว่า คนนั้นคือใคร ป้าแนนจึงได้บอกว่า เป็นภรรยาที่ห่างกันไปปีนึงแล้วหน่ะ แต่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่า พอยิมรู้เข้า ก่อนนอน จึงได้บอกกับเบ็ซว่า ถ้าคิดจะรักและสร้างครอบครัวกับยิมจริงๆ ก็ไปเซ็นใบหย่า จะได้ถูกต้องตามกฎหมาย เบ็ซก็ตกลง วันถัดมาก้ได้ทำการไปเซ็นใบหย่า ในตอนนั้น เพ้นท์ก็ยังได้รับความรักที่ดีไม่เคยขาดตกบกพร่องอะไรจนเพ้นท์ขึ้นป.4 เบ็ซกับยิมก็มีลูกกัน
จึงได้จัดพิถีแต่งงานกัน และนี่แหละคือจุดเริ่มของความสุขที่หายไปของเพ้นท์
ตั้งแต่เบ็ซกับยิมแต่งงานกัน นิสัยของยิมก็เปลี่ยนไปทันที ยิมเริ่มไม่ถ่อมตน เริ่มใช้อารม ไม่มีเหตุผล และเริ่มทำตัวเป็นใหญ่กับคนในบ้าน รวมถึงเพ้นท์ก็โดนเช่นกัน เบ็ซจากที่เคย เป็นห่วงเป็นใยรักเพ้นท์ไม่เคยขาดใจ พอตนมีลูกแท้ๆของตัวเอง ก็ทิ้งเพ้นท์อย่างกับหมูกับหมา ค่าขนมรร.ให้บ้างไม่ให้บ้าง ทั้งที่ๆที่บ้านและตนเองก็ไม่ได้ขัดสนอะไร (ต้องขอใช้คำว่ามีฐาณะเลยแหละ เพราะมีที่ดิน มีเงิน มีบ้านหลังที่2-3 เงินเก้บ ฯลฯอีกมากมาย)
วันไปรร. ก็ไปสนเพ้นท์แค่บางครั้ง วันที่ตัวเองไม่อยากไปก็นอนอยู่บ้าน ไม่ตื่นมาส่งเพ้นท์ไปรร. เพ้นท์จึงต้องลำบากไปรร.เอง ตั้งแต่ป.4 มีไปบ้าง และยายก็ไปส่งบ้าง
พอขึ้นป.5มา ยิมก็ได้ให้กำเนิดลูกของตน ที่มีชื่อว่า ครีม ตั้งแต่ตอนนั้น เบ็ซที่เคยรักแทบไม่ด่าแทบไม่ตี
กลับกลายเป้นเพ้นท์ทำอะไรนิดๆหน่อยก็ทั้งดุทั้งด่า
ตีเพ้นท์ทีมากสุดก็30ทีรวด แยกเป็น 3เซ็ท เซ็ทละ10
เว้นพัก 5วิ เรื่องนี้เพ้นท์จำได้แม่น เพราะตัวเองเป็นคนโดน ไหนจะเรื่องอื่นๆอีก วันๆนึง วันไหนที่ไม่ได้ด่าเพ้นท์เหมือนจะขาดใจตาย อย่างน้อยก็ต้องให้ได้ด่า จนเพ้นท์หดหู่ให้ได้ เป็นอย่างงี้เรื่อยมา ตอนเพ้นท์อยู่ป.5 ช่วง ป.5เพ้นท์เรียนออนไลน์เพราะตอนนั้นโควิดระบาด จึงได้แต่ใช้โทสับเรียนเอาผ่านแอพ
มีวันนึง ยิม กดกริ่งเรียกให้เพ้นท์ ลงไปดูครีม เพราะตนเองจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ตอนนั้นเพ้นท์ยังใส่หูฟังเรียนzoomอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงกดกริ่งจากข้างล่าง
พอเพ้นท์เรียนเสร้จ เพ้นท์ก็กำลังจะวางโทสับ ยิมก็ขึ้นมาพร้อมกระชากผมเพ้นท์ ดึงหูเพ้นท์จนตกเก้าอี้ ด้วยความที่ยิมโมโห เลยทำอะไรสิ้นคิด ตอนขึ้นมาเรียกเพ้นท์ลงไป ก่อนจะมาทำร้ายร่างกาย ก็ได้ทำการทิ้งครีมอยู่บนมอเตอร์ไซ โดยไม่รู้เลยว่าลูกตนเองจะตกมาหรือไม่ ซึ้งใช่ค่ะ ครีมเด่กวัยไม่ถึงขวบ ตกมอเตอร์ไซ ร้องไห้ลั่นซอย เบ็ซได้ยินเลยรีบมาดูครีม ในระหว่างนั้น ยิมก็ได้แต่ตบตี กระชากผมเพ้นท์ และทำการตรวจสอบโทสับว่าเพ้นท์เรียนจริงมั้ย ประเด็นคือ ตอนนั้นอะ คุณครูให้เพ้นท์้ข้าแอพตอบคำถาม ซึ่งมันตะคล้ายๆเกมอะค่ะ อันนี้ก้จำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร แต่เห้นปัจจุบันก้ยังมีคนเล่นกันอยุ่นะคะแอพนั้น คุณครูก็เอามาทำช้อยส์ตอบคำถามให้นร.เล่นบ่อยๆ นั้นแหละค่ะ แอพนั้น น่าจะชื่อ Kahoodรึเปล่า นะคะ ด้วยความที่มันคล้ายๆเกม เพราะมีน่าตาที่ดูมีสีสันและน่ารัก ยิมเลยเข้าใจผิดมั้งคะ เลยโมโหยกใหญ่ และดึงผมจน เพ้นท์ตกเก้าอี้
เพ้นท์ก็ได้แต่ร้องไห้ แต่ยิ่งร้อง ยิมก็ยิ่งตบหน้าเพ้นท์
หลังจากนั้นไม่นาน เบ็ซก็รีบวิ่งขึ้นมา พร้อมอุ้มครีม
เลยเอ่ยกล่าวว่ายิมว่า ทำไมไม่ดูแลลูกให้ดีๆ ลูดตกมอเตอร์ไซเนี่ย ทำไมถึงวางลูกไว้บนนั้น ยิมก็ได้เอ่ยว่า ก็ไอเพ้นท์ไง มันมัวแต่เล่นเกมเนี่ย เรียนก็ไม่เรียน ชั้นกดกริ่งไปตั้งนาน มันก็ไม่ลงมา เบ็ซ ก็หันมาหาเพ้นท์พร้อมพูดขึ้นว่า "จริงหรอ" เพ้นท์ไม่ทันจะได้อธิบาย ยิมก้เอาแต่โยนความผิดมาให้เพ้นท์ จนเบ็ซหมดอารมจะฟัง เลยบอกกับเพ้นท์ว่า ต่อไปนี้ เวลาไปเที่ยวไหนจะไม่เอาเพ้นท์ไปด้วยแล้ว โทสับก็ไม่ต้องเล่น ให้เรียนไม่เรียน เพ้นท์เรียบพูดสุดแรง ว่าแล้วเพ้นท์จะเรียนยังไง เบ็ซเลยให้ใช้โน๊ตบุ้คไปก่อน โดยตั้งค่ารหัสเพื่อกันไม่ให้เพ้นท์โหลดอะไรมาเล่น
ถ้าจะเล่นก้ดูการ์ตูนอะไรแนวๆนั้นในแอพแดงไป
ตอนนั้นเพ้นท์ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะอย่างน้อย ก้ยังได้เรียนอยู่ ก็เป็นแบบนั้นเรื่อยมา เวลาเบ็ซพาครีมไปเที่ยว ก็ไม่เคยจะพาเพ้นท์ไปเลย ด้วยความที่ก้เป็นเด็กอะเนอะ ก็มีน้อยใจกันบ้าง แต่ก็ได้แต่พยายามเข้าใจ ว่าเราไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขา มันก็ไม่แปลกที่เขาจะรักเราน้อยลง พยายามไม่สนใจเรื่องนั้น จนเพ้นท์ขึ้นป.6
ขึ้นป.6เพ้นท์ก็ได้ไปเรียน ที่รร.แล้ว ในช่วงป.6เพ้นท์ได้เงินไปรร. 20บาท ค่าข้าว ที่รร.มีให้ฟรีตอนพักเที่ยงตลอด เลยไม่ได้เสียตังในเรื่องข้าว ไป/กลับ ก้มีเบ็ซไปส่ง แต่ก็เช่นเคย ไปบ้างไม่ไปบ้าง แต่รร.ก็ไม่ได้ไกลนักห่างจากบ้านแค่ กิโลกว่าๆ เพ้นท์ก้เดินไปก้เริ่มชินแล้ว ช่วงนั้นเพ้นท์ตั้งใจเรียนมาก เพราะเคยไปขอเบ็ซว่า ขอเล่นเกมได้มั้ย หนูอยากเอาไปเล่นกับเพื่อน เบ็ซก็บอกว่า ได้ แต่ต้องได้เกรดเทอม1เกิน 3.50 เพ้นท์ก็ตกลง และตั้งใจมาก เพราะเพ้นท์ตั้งแต่เด่กจนโตเพ้นท์ไม่เคยขออะไรเลย ไม่ใช่เพราะว่า ได้ตลอดโดยไม่ต้องขอ แต่เพราะเพ้นท์ไม่มีอะไรที่อยากได้เลยไม่ขอ ครั้งนั้นเป้นการขอครั้งแรกเพ้นท์จึงมีหวังอย่างมาก เลยตั้งใจทำการบ้านส่ง ตั้งใจสอบตอนปลายเทอม1 และผลคะแนนที่ออกมา ก็เหมาะสมกับการที่เพ้นท์พยายาม เพ้นท์ได้ 3.88
เพ้นท์ดีใจมาก เพราะคะแนนมันมากกว่าที่เพ้นท์คิดไว้ จึงรีบกลับบ้านเอาไปให้เบ็ซดู เมื่อเบ็ซดู ก็กลับบอกว่า เอามาให้ดูทำไม ทำได้ก็ยังไม่ดีพอ ทำไมไม่ให้ได้เกรด4 เพ้นท์จึงบอกออกไปว่า ก็เบ็ซบอกให้ได้เกรดมากกว่า3.50 ถึงจะให้หนูเล่นเกมไม่ใช่หรอคะ
เบ็ซได้แต่เงียบ แล้วบอกว่า ไม่ได้ จะเล่นเกมได้ก็ต่อเมื่อมีวุฒิภาวะมากพอ หรือตอนอายุ18 ค่อยมีโทสับ แล้วก้จะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของ
เพ้นท์ก็ได้แต่เงียบ เพราะหมดหวัง เลยได้แต่ขึ้นห้องไปร้องไห้อยู่คนเดียว ทั้งๆที่พยายามมาก แต่หลับหมดหวังในครั้งแรก เพ้นท์เลยจำ หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันเพ้นท์ก็ไม่เคยขออะไรจากใครเลย
ตอนป.6เทอม2 เพ้นท์สอบได้ที่1 ได้เกรด 4.00
เพ้นท์ดีใจมากๆ ที่ตัวเองทำได้ดีขนาดนี้
แต่ก็ต้องอึ้งกลับคำพูดของเบ็ซตอนที่เพ้นท์เอาคะแนนไปให้ดู ไม่ได้หวังที่อยากจะได้ของอะไรจากเบ็ซ แต่สิ่งที่เบ็ซพูด ทำเอาเพ้นท์เริ่มที่จะคิดสั้น
เบ็ซกล่าวว่า "หึ เกรด4ใครๆก็ทำได้ อย่าได้ใจไปหน่อยเหอะ แล้วดูดิ ทำไมถึงได้เกรด4ก็ไม่รู้ ภาษาไทย ยังไม่ได้เต็มเลย ได้80 กูถามจริงเหอะ นี่พยายามสุดความสามารถของแล้วอ่อ ถ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ ก็อย่าหวังจะได้อะไรเหอะ"
เพ้นท์ถึงกับเงียบ และกล่าวขอโทษ เลยเดินออกมาจากตรงนั้น ขึ้นห้องเอาคะแนนสอบไปเก้บแล้วก้ลงมากินข้าว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่วงดึกตอนเพ้นท์จะขึ้นไปนอน ยายก้ไปเจอกระดาษคะแนน เลยบอกกับเพ้นท์ว่า โห ทำคะแนนได้ดีขนาดนี้เลยหรอเนี่ย เก่งจังหลานรัก มาให้กอดหน่อย ตอนนั้นเพ้นท์จากที่เกือบจะคิดสั้น ก้ได้ไปกิดยายด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นถึงความพยายามของเรา แต่เพราะยายที่เอาแต่คอยให้กำลังใจเรา เรื่องแย่ๆเลยพาลเกิดกับยายไปด้วย
เบ็ซเริ่มไม่ให้เงินยายใช้ทั้งๆที่เป้นแม่แท้ๆ แถมกลับต่อว่าท่าน ว่าโง่บ้าง ตามไม่ทันบ้าง ตคอกเสียงใส่ และอีกหลายๆอย่าง หนักสุดก้ไม่ให้ตังค์ใช้นี่แหละ คือยายเพ้นท์เขาไ