เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาเคยประเมินว่าจะเกิดขึ้นแล้ว จากกรมทรัพฯ
และตอบคำถามที่สำคัญคือ จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นที่ไทยอีกหรือไม่
ตัวแปรสำคัญคือ รอยเลื่อน สะกาย (Sagaing Fault) รอยเลื่อนนี้เคยเกิดเหตุสำคัญแล้ว เนื่องจากในปี 2023ได้เกิด แผ่นดินไหวขนาด 5.6 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน และมีการพูดถึงปัญหานี้ ล่วงหน้าสองปีคือ
"กรมทรัพยากรธรณีเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รอยเลื่อนสะกายในประเทศเมียนมายังมีพลังสะสม และอาจก่อให้เกิด แผ่นดินไหวขนาด 7.5 ได้ภายในระยะเวลา 5-10 ปีข้างหน้า แต่จะ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในประเทศไทย" อ้างอิง nationthailand JUNE 22, 2023สาเหตุสำคัญที่ กรมทรัพฯมั่นใจว่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงเพราะยืนบนข้อมูลว่า อาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ สร้างตามมาตราฐานหรือควรสร้างตามมาตราฐาน
หรือก็คือปัญหาหลักของกรุงเทพ วันนี้คือ การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตราฐานเป็นหลัก
สรุป timeline
2023 | รัฐประเมินล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว และจะกระทบถึงไทย แต่บอกว่าจะไม่เป็นไรเพราะ อาคารเรามีมาตราฐาน
26/03/2025 | ก่อนเกิดล่วงหน้าสองวัน พม่าประกาศเตือนว่าจะเกิดรุนแรงตรงรอยเลื่อนที่จะกระทบถึงไทย
28/03/2025 | 13:25 แผ่นดินไหวที่ประเทศไทยโดยไม่มีการแจ้งเตือน
28/03/2025 | 20:25 sms เตือนแผ่นดินไหวจากหน่วยงานรัฐ
แล้วจะเกิดขึ้นอีกไหม?
เรามาดูอดีตเกี่ยวกับรอยเลื่อนกันบ้าง
เหตุการณ์สำคัญของ รอยเลื่อนนี้ที่เคยตรวจวัดได้คือ
1906 --> 7
1931 --> 7.7 (มีบันทึกว่ารู้สึกได้ที่กรุงเทพ)
1946 --> 7.5
1956 --> 7.1
2023 --> 5.6(กรมทรัพฯ ประเมินว่าจะเกิด 7.5 ใน 5-10 ปี)
2025 --> 7.7
ความรุนแรงของ วันที่ 28 มีนาคมที่กรุงเทพ เทียบ 4-5 ริกเตอร์ (คือ คนทั่วไปทั้งหมดรู้สึกได้ อาคารที่ได้มาตราฐานจะสั่นไหวแต่ไม่เสียหาย)
เทียบเคียงเบื้องต้น ความรุนแรงที่สะกาย ถ้าเกินขึ้น 7.0 ขึ้นไป กรุงเทพ จะได้รับความเสียหายที่ 4-5 (ความแตกต่างประมาณ 2-3) ซึ่งเป็นค่าประมาณการ ไม่ใช่แผ่นดินไหวโดยตรงและภาคเหนือจะได้รับแรงสั่นสะเทือนที่ราวๆ (ความแตกต่างประมาณ1.5-2) และจากข้อมูลมีความเป็นไปได้ว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีก
ถอดบทเรียน
บทเรียนนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ตึกสูง และสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย จะต้องใหความสำคัญอย่างมากต่อมาตราฐาน การรับมือกับแผ่นดินไหว เพราะ ถ้า ถ้ารอยเลื่อนเกิดการสั่นไปที่ 8-9 กรุงเทพจะได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงโดยเฉพาะที่ 8.5 ขึ้นไป แม้อาคารที่อยู่ในมาตาราฐานก็จะมีความเสี่ยง
อย่างไรก็ดี มาตราฐานอาคารทั่วไปควรรับแรงสั่นได้ที่ต่ำกว่า 6.0 การที่อาคารได้รับเสียหายถึงขั้นถล่ม หรืออื่นๆ สะท้อนถึงปัญหาความไม่ได้มาตราฐานร้ายแรงในการก่อสร้าง และ ตอนนี้ ถึงเวลาที่ต้องเร่งตรวจสอบคุณภาพของอาคารต่างๆในประเทศไทย โดยเฉพาะอาครสูง ควรรองรับการสั่นได้ที่ 7.0 (โดยเฉพาะทางเหนือเช่นเชียงใหม่)เพราะไม่วันใดก็วันหนึ่ง อาจเกิดขึ้นได้ที่ประเทศไทย
เนื่องจากหลังปี 2000 ประเทศไทย มีอาคารสูงเพิ่มขึ้นซึ่งต่างจากปี 1930 ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่
1.เร่งตรวจสอบ การก่อสร้างที่ต่ำกว่ามาตราฐาน
2.รัฐบาลควรพิจารณาแผนรับมือ และพัฒนาระบบการแจ้งเตือน
3.ประชาชนควรได้รับการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในแผ่นดินไหว
ต่อไป

แผ่นดินไหวล่าสุด กรมทรัพฯ รู้ล่วงหน้า 2 ปี พม่ารู้ล่วงหน้า 2 วัน
2023 | รัฐประเมินล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว และจะกระทบถึงไทย แต่บอกว่าจะไม่เป็นไรเพราะ อาคารเรามีมาตราฐาน
แล้วจะเกิดขึ้นอีกไหม?
เทียบเคียงเบื้องต้น ความรุนแรงที่สะกาย ถ้าเกินขึ้น 7.0 ขึ้นไป กรุงเทพ จะได้รับความเสียหายที่ 4-5 (ความแตกต่างประมาณ 2-3) ซึ่งเป็นค่าประมาณการ ไม่ใช่แผ่นดินไหวโดยตรงและภาคเหนือจะได้รับแรงสั่นสะเทือนที่ราวๆ (ความแตกต่างประมาณ1.5-2) และจากข้อมูลมีความเป็นไปได้ว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีก
บทเรียนนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ตึกสูง และสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย จะต้องใหความสำคัญอย่างมากต่อมาตราฐาน การรับมือกับแผ่นดินไหว เพราะ ถ้า ถ้ารอยเลื่อนเกิดการสั่นไปที่ 8-9 กรุงเทพจะได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงโดยเฉพาะที่ 8.5 ขึ้นไป แม้อาคารที่อยู่ในมาตาราฐานก็จะมีความเสี่ยง