องค์ฌาน 5 เป็นสภาวะทางกายและจิต บ่งบอกถึงความสงบของสมาธิ

องค์ฌาน 5 เป็นสภาวะทางกายและจิต บ่งบอกถึงความสงบของสมาธิ ประกอบด้วย

1. วิตก คือ นึก หรือ ตรึก
2.วิจารณ์ คือ ตรอง
เช่น ระลึกถึง “พุทโธ“ เรียกว่า ตรึก รู้ว่ากำลังภาวนา พุทโธ ต่อเนื่อง เรียกว่า “ตรอง” จิตที่รวมเป็น ปฐมฌาน จะระลึกถึง ตรึกตรอง ”พุทโธ“ หรือ “ลมหายใจเข้า-ออก” ต่อเนื่องไม่ขาดสาย นิวรณ์ 5 คือ กามฉันทะ พยาบาท ความง่วง ความฟุ้งซ่าน ความลังเลสงสัย จะไม่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

3. ปีติ เมื่อจิตสงบขึ้นอีกระดับ จิตจะทิ้งคำบริกรรม พุทโธ มาอยู่ที่ลมหายใจละเอียดต่อเนื่องเป็นสาย เกิดสภาวะปีติ คือ สุขที่แผ่ซ่าน ประกอบด้วย ขนชูชันน้ำตาไหล เสียวซ่านถึงรูขุมขน กายโยกเอนเหมือนกายดุจคลื่นซัดต้องฝั่ง รู้สึกตัวเบาเหมือนลอยขึ้นไปในอากาศ ปีติซาบซ่านรู้สึกเย็นซ่านเอิบอาบไปทั่วกาย บางคนเห็นแสงสว่างขาวนวลสว่างจ้า คือ ทุติยฌาน

4.สุข เมื่อจิตสงบ ปีติ คือ สุขที่แผ่ซ่าน จะรวมเป็นสุขทางใจ เป็นบรมสุขที่ไม่สามารถหาสุขใดในโลกเทียบเท่าได้ เอาสุขทั้งชีวิตมารวมกัน สุขของพระเจ้าจักรพรรดิก็ไม่เท่าสุขในตติยฌาน ลมหายใจจะแผ่วเบา เหมือนดับไป แต่ยังสัมผัสลมหายใจละเอียดแผ่วเบาได้อยู่ กายจะตั้งตรงเหมือนไม้บรรทัด ความเศร้าใจ ทุกข์ใจ จะมลายหายไปหมด จิตมีปัญญาสว่างไสว

5.เอกัคคตาและอุเบกขา เมื่อสามารถก้าวข้ามสุขไปได้ ลมหายใจและกายจะดับสนิทเหมือนคนไม่หายใจ จิตจะทิ้งสุขและทุกข์ เหลือแต่จิตตั้งมั่น (เอกัคคตา) และอุเบกขา คือ ไม่สุข ไม่ทุกข์ เรียกว่า จตุตถฌาน อวิชชาจะถูกลอกออกจากจิตจนหมดแต่ยังมีเชื้ออยู่ จะปรากฏความเดิมแท้ของจิต คือ ผ่องใส ส่องสว่างเป็นประภัสสร เป็นแก้วปนะกานพรึก จิตเป็นกลางอย่างยิ่ง เหมาะแก่การวิปัสสนาให้จิตเกิดปัฐญาเบื่อหน่ายคลายกำหนัดในขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

จิตจะเกิดปัญญารู้เห็นตามความเป็นจริงได้ใน ปฐมฌานขึ้นไปและดีที่สุดในจตุตถฌาน เรียกว่า สัมมาสมาธิ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่