สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
เห็น tag วิทยาศาสตร์ กับ ปรัชญา
สิ่งที่ จขกท. ขอให้คนอื่นทำนั้น คือ prove a non-existance of something หากพิสูจน์ไม่ได้ จะทำให้คำกล่าวอ้างเป็นจริง อันนี้เข้าข่ายตรรกะวิบัติ appeal to ignorance
ยกตัวอย่างที่สอดคล้องกัน เช่น นาย A อ้างตัวละครจากงานเขียนฉบับหนึ่งว่า ศาสตราจารย์สเนปมีตัวตนจริง หากใครเห็นแย้งให้พิสูจน์ความไม่มีตัวตนของศาสตราจารย์สเนปมา ซึ่งใครๆ ก็ทราบดีว่า มันไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่ามีหรือไม่มี เพราะศาสตราจารย์เป็นตัวละครสมมติในนวนิยาย เป็นสิ่ง non-existance
ฉะนั้น ในทางวิทยาศตร์ที่มีรากมาจากปรัชญา และตรรกะศาตร์ จะไม่ให้การพิสูจน์ non-exsistance เป็นภาระของผู้อื่น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ดังตัวอย่างที่ยกข้างต้น แต่กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดนจะให้ภาระการพิสูจน์ หรือ burden of proof ตกกับผู้กล่าวอ้าง เช่น เมื่อนาย A อ้างว่าศาสตราจารย์สเนปมีจริง นาย A ย่อมต้องมี burden of proof ในการพิสูจน์ existance ของศาสตราจารย์สเนปให้วิญญูชนเห็นจนสิ้นข้อสงสัย
และหากนาย A พิสูจน์ existance ของศาสตราจารย์สเนปไม่ได้ เพราะไม่ปรากฎหลักฐานใดๆ ถึงการดำรงอยู่ของศาตราจารย์สเนปใน observed หรือ known universe ซึ่งก็คือ null results เราจะใช้ตรรกะ reject claim ที่ว่า ศาตราจารย์สเนปมีตัวตนจริง ตามหลัก Evidence of absence
หวังว่าจะพอเข้าใจมากขึ้นนะครับ
สิ่งที่ จขกท. ขอให้คนอื่นทำนั้น คือ prove a non-existance of something หากพิสูจน์ไม่ได้ จะทำให้คำกล่าวอ้างเป็นจริง อันนี้เข้าข่ายตรรกะวิบัติ appeal to ignorance
ยกตัวอย่างที่สอดคล้องกัน เช่น นาย A อ้างตัวละครจากงานเขียนฉบับหนึ่งว่า ศาสตราจารย์สเนปมีตัวตนจริง หากใครเห็นแย้งให้พิสูจน์ความไม่มีตัวตนของศาสตราจารย์สเนปมา ซึ่งใครๆ ก็ทราบดีว่า มันไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่ามีหรือไม่มี เพราะศาสตราจารย์เป็นตัวละครสมมติในนวนิยาย เป็นสิ่ง non-existance
ฉะนั้น ในทางวิทยาศตร์ที่มีรากมาจากปรัชญา และตรรกะศาตร์ จะไม่ให้การพิสูจน์ non-exsistance เป็นภาระของผู้อื่น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ดังตัวอย่างที่ยกข้างต้น แต่กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดนจะให้ภาระการพิสูจน์ หรือ burden of proof ตกกับผู้กล่าวอ้าง เช่น เมื่อนาย A อ้างว่าศาสตราจารย์สเนปมีจริง นาย A ย่อมต้องมี burden of proof ในการพิสูจน์ existance ของศาสตราจารย์สเนปให้วิญญูชนเห็นจนสิ้นข้อสงสัย
และหากนาย A พิสูจน์ existance ของศาสตราจารย์สเนปไม่ได้ เพราะไม่ปรากฎหลักฐานใดๆ ถึงการดำรงอยู่ของศาตราจารย์สเนปใน observed หรือ known universe ซึ่งก็คือ null results เราจะใช้ตรรกะ reject claim ที่ว่า ศาตราจารย์สเนปมีตัวตนจริง ตามหลัก Evidence of absence
หวังว่าจะพอเข้าใจมากขึ้นนะครับ
แสดงความคิดเห็น
ขอเหตุผล ว่าทำไมพระเจ้าถึงไม่มีจริง