เราเป็นคนกรุงเทพฯมาอยู่แพร่ได้เกินสิบปีแล้ว! ใจจริงไม่คิดจะอยู่นานขนาดนี้และนานกว่านี้ แต่สถานการณ์บังคับน่ะ เลยจำใจอยู่

เราเป็นพุทธมามกะที่ปฏิบัติตามหลักศาสนา เราเองก็รู้สึกว่าสบายและเป็นสุขดีกับการทำวัตร,สวดมนต์เช้า-เย็นทีละช.ม.ครึ่ง,ทานมังสวิรัติฯลฯ
แต่คนที่นี่เขามองว่าเราเคร่ง...ซึ่งนำพาความผิดหวังมาให้กับคนที่นี่

อย่างนี้แปลว่าเราผิดหรือเปล่าวะ?!

เป็นเรื่องปรกติของเราเลยที่จะไม่สื่อสารกับพวกไร้สัมมาทิฏฐิ...คนที่นี่เราก็ไม่สื่อสารด้วย เวลาเดินสวนกันก็ยิ้มบางๆให้ แล้วรีบเดินจากไปเลยไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น
จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา...เราเริ่มมาตราการตัดระบบการสื่อสารกับคนที่นี่อย่างสิ้นเชิง

คือคนที่นี่นอกจากจะไม่พิจารณาถึงบุญกริยาวัตถุ๓ในการดำเนินชีวิตแล้ว...
มันยังชอบพูดอะไรโง่ๆเช่นเราเอาแบงค์พันไปซื้อของ ไม่มีทอนพูดว่าไม่มีทอนมันก็จบ แต่มันพูดว่า...
"ทำไมไม่มาซื้อตอนเย็น?"เราก็นึกในใจ...ฉันจะกินเช้าจะให้มาซื้อตอนเย็นหรือ?
และบางทีก็เหมือนกับจะชวนคุย แต่เห็นเราเงียบๆหน้านิ่งๆ พวกมันก็จะตั้งกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของเราที่มันไม่มีอะไรเสียหายเลยนั่นแหละขณะที่เราอยู่
พูดให้เราเสียจนได้ เพื่อยุให้เราโต้ตอบ จะได้มีการสื่อสารเกิดขึ้น
หรือเมื่อเช้าก็เหมือนกัน คือคนมาซื้อของเยอะ หน้าร้านก็แคบ เราก็ต้องหลบให้คนมาอื่นเขาเลือกของบ้าง ไอ้คนขายผู้ชายมันก็เห่าขึ้น
"พี่ศรซูดเข้าซูดออกอยู่นั่นแหละ แล้วก็ไม่ซื้ออะไร"
จริงๆเราจะซื้อนะ แต่พอได้ยินแบบนี้ก็เดินออกมาเงียบๆเลย เดินไปดูร้านอื่น
คือเราเบื่ออาหารที่นี่เหลือเกิน! ลองนึกภาพตามนะ...แผงกับข้าวสดในหมู่บ้านที่ทุรกันดารๆในตอนเช้าเนี่ยมันก็จะมีผักแก่ๆเหี่ยวๆอยู่ไม่กี่กำ หมู,ไก่ชิ้นเขียวซีดแห้งๆอยู่ไม่กี่ชิ้นหรอก

ขอถามคนทางเหนือหน่อย...ไอ้คำว่า
ซูดเข้าซูดออกนี่มันความหมายเดียวกันกับคำว่า
เข้าๆออกๆของคนภาคกลางหรือเปล่า?
คือเราอยู่ทางเหนือมาเกินสิบปีก็จริง แต่เราไม่เข้าใจภาษาเหนือเลยนะ อย่างเวลาผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายนี่เราก็แปลไม่ออก!
อย่างคำว่า"รายปู้น""ปู้เตี้ย"ฯลฯอะไรเนี่ยเราก็ไม่รู้ความหมายเหมือนกัน!

แต่ทุกๆการกระตุ้นยั่วยุนี่เราก็เฉยๆนะ...
เวลาที่หมามันเห่าเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องเห่าตอบหรอก

อีกเรื่องเลยคือเรื่องงานประเพณีต่างๆในหมู่บ้าน เราเองก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปเข้าร่วมด้วย ก็เพื่อนก็ไม่ใช่เพื่อน ญาติก็ไม่ใช่ญาตินี่ แค่รู้จักกันผิวเผินเท่านั้น
แบบนี้ถ้าไป...คนภาคกลางเขาถือว่าไร้มารยาท! จะมาหาของกินฟรีในงาน
อย่างงานศพ...สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เราไม่เคยไปเลยนะ! แต่ป่าช้านี่เราเข้าไปบ่อย ก็ไปวิ่งออกกำลังกายตอน๐๕.๓๐น.น่ะ คือทางคอนกรีตสำหรับเวียนศพมันช่างเหมาะกับการวิ่งออกกำลังกายเหลือเกิน!

อีกเหตุผลหนึ่งคือเราไม่อยากจะไปเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์,เป้ารองรับมือเท้าเวลาพวกขี้เมามันมีเรื่องกันด้วย...คนพวกนี้ขี้เหล้าเมายากันเหลือเกิน! กินเหล้ากันไม่ดูกาลเทศะกันเลย
เราไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มฌาปนกิจกับคนที่นี่ด้วย คือเราเชื่อว่าเราไม่ใช่คนบาปหนาพอถึงขั้นที่ว่าจะต้องใช้เมรุร่วมกับคนที่นี่
มีความเชื่อที่น่าแปลกอยู่เรื่องหนึ่ง...คือเราบริจาคโลหิตเป็นประจำบริจาคไป๘๒ครั้งแล้ว ปลายเดือนที่จะถึงนี้คือครั้งที่๘๓
เชื่อไหม?!...เราไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลยนะ ทั้งๆที่เราขี่จักรยานเข้าอ.เด่นชัยบ่อยๆ ไปตอนเช้ามืดด้วย! ระยะทางก็ราวยี่สิบกิโลฯ
ตอนช่วงโควิด ไม่มีรถประจำทาง เราก็ขี่จักรยานไปในเมืองแพร่ ก็ราวหกสิบกิโลฯ
พวกชาวบ้านนี่โดนอุบัติเหตุหนักๆถึงเข้าโรงพยาบาลกันบ่อยๆ ก็ทางถนนมั่ง ,กินเหล้าในงานตีกันมั่งฯลฯ
ชาวบ้านที่นี่เขาก็แช่งเราอยู่เหมือนกันว่าให้เราโดนมั่ง!...แต่เราก็ไม่โดนสักที
ชาวบ้านทั่วๆไปที่นี่ชอบขอพร,ภาวนาให้คนนั้นคนนี้ตายกันอยู่แล้ว เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก...มันมีข้าวมีเหล้ากินฟรีกันน่ะ...ของชอบ!
อยากกินของฟรีจนไม่คิดถึงความทุกข์ยากเศร้าโศกของผู้อื่น
แต่งานศพเราเห็นทีจะต้องผิดหวังแล้ว!

สุดท้ายนี้เราอยากจะถามเพื่อนๆว่า...
ถ้าเราต้องอยู่ร่วมกับคนที่ชอบพูดอะไรโง่ๆทำอะไรโง่ๆ เพื่อนๆจะรับมืออย่างไร?
เราจะรออ่านคอมเม้นต์นะ วันนี้เราอยากคุยกับเพื่อนๆมั่ง.
เล่าเรื่องเมืองแพร่
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะเราเป็นพุทธมามกะที่ปฏิบัติตามหลักศาสนา เราเองก็รู้สึกว่าสบายและเป็นสุขดีกับการทำวัตร,สวดมนต์เช้า-เย็นทีละช.ม.ครึ่ง,ทานมังสวิรัติฯลฯ
แต่คนที่นี่เขามองว่าเราเคร่ง...ซึ่งนำพาความผิดหวังมาให้กับคนที่นี่
อย่างนี้แปลว่าเราผิดหรือเปล่าวะ?!
เป็นเรื่องปรกติของเราเลยที่จะไม่สื่อสารกับพวกไร้สัมมาทิฏฐิ...คนที่นี่เราก็ไม่สื่อสารด้วย เวลาเดินสวนกันก็ยิ้มบางๆให้ แล้วรีบเดินจากไปเลยไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น
จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา...เราเริ่มมาตราการตัดระบบการสื่อสารกับคนที่นี่อย่างสิ้นเชิง
คือคนที่นี่นอกจากจะไม่พิจารณาถึงบุญกริยาวัตถุ๓ในการดำเนินชีวิตแล้ว...มันยังชอบพูดอะไรโง่ๆเช่นเราเอาแบงค์พันไปซื้อของ ไม่มีทอนพูดว่าไม่มีทอนมันก็จบ แต่มันพูดว่า...
"ทำไมไม่มาซื้อตอนเย็น?"เราก็นึกในใจ...ฉันจะกินเช้าจะให้มาซื้อตอนเย็นหรือ?
และบางทีก็เหมือนกับจะชวนคุย แต่เห็นเราเงียบๆหน้านิ่งๆ พวกมันก็จะตั้งกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของเราที่มันไม่มีอะไรเสียหายเลยนั่นแหละขณะที่เราอยู่ พูดให้เราเสียจนได้ เพื่อยุให้เราโต้ตอบ จะได้มีการสื่อสารเกิดขึ้น
หรือเมื่อเช้าก็เหมือนกัน คือคนมาซื้อของเยอะ หน้าร้านก็แคบ เราก็ต้องหลบให้คนมาอื่นเขาเลือกของบ้าง ไอ้คนขายผู้ชายมันก็เห่าขึ้น
"พี่ศรซูดเข้าซูดออกอยู่นั่นแหละ แล้วก็ไม่ซื้ออะไร"
จริงๆเราจะซื้อนะ แต่พอได้ยินแบบนี้ก็เดินออกมาเงียบๆเลย เดินไปดูร้านอื่น
คือเราเบื่ออาหารที่นี่เหลือเกิน! ลองนึกภาพตามนะ...แผงกับข้าวสดในหมู่บ้านที่ทุรกันดารๆในตอนเช้าเนี่ยมันก็จะมีผักแก่ๆเหี่ยวๆอยู่ไม่กี่กำ หมู,ไก่ชิ้นเขียวซีดแห้งๆอยู่ไม่กี่ชิ้นหรอก
ขอถามคนทางเหนือหน่อย...ไอ้คำว่าซูดเข้าซูดออกนี่มันความหมายเดียวกันกับคำว่าเข้าๆออกๆของคนภาคกลางหรือเปล่า?
คือเราอยู่ทางเหนือมาเกินสิบปีก็จริง แต่เราไม่เข้าใจภาษาเหนือเลยนะ อย่างเวลาผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายนี่เราก็แปลไม่ออก!
อย่างคำว่า"รายปู้น""ปู้เตี้ย"ฯลฯอะไรเนี่ยเราก็ไม่รู้ความหมายเหมือนกัน!
แต่ทุกๆการกระตุ้นยั่วยุนี่เราก็เฉยๆนะ...เวลาที่หมามันเห่าเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องเห่าตอบหรอก
อีกเรื่องเลยคือเรื่องงานประเพณีต่างๆในหมู่บ้าน เราเองก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปเข้าร่วมด้วย ก็เพื่อนก็ไม่ใช่เพื่อน ญาติก็ไม่ใช่ญาตินี่ แค่รู้จักกันผิวเผินเท่านั้น
แบบนี้ถ้าไป...คนภาคกลางเขาถือว่าไร้มารยาท! จะมาหาของกินฟรีในงาน
อย่างงานศพ...สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เราไม่เคยไปเลยนะ! แต่ป่าช้านี่เราเข้าไปบ่อย ก็ไปวิ่งออกกำลังกายตอน๐๕.๓๐น.น่ะ คือทางคอนกรีตสำหรับเวียนศพมันช่างเหมาะกับการวิ่งออกกำลังกายเหลือเกิน!
อีกเหตุผลหนึ่งคือเราไม่อยากจะไปเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์,เป้ารองรับมือเท้าเวลาพวกขี้เมามันมีเรื่องกันด้วย...คนพวกนี้ขี้เหล้าเมายากันเหลือเกิน! กินเหล้ากันไม่ดูกาลเทศะกันเลย
เราไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มฌาปนกิจกับคนที่นี่ด้วย คือเราเชื่อว่าเราไม่ใช่คนบาปหนาพอถึงขั้นที่ว่าจะต้องใช้เมรุร่วมกับคนที่นี่
มีความเชื่อที่น่าแปลกอยู่เรื่องหนึ่ง...คือเราบริจาคโลหิตเป็นประจำบริจาคไป๘๒ครั้งแล้ว ปลายเดือนที่จะถึงนี้คือครั้งที่๘๓
เชื่อไหม?!...เราไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลยนะ ทั้งๆที่เราขี่จักรยานเข้าอ.เด่นชัยบ่อยๆ ไปตอนเช้ามืดด้วย! ระยะทางก็ราวยี่สิบกิโลฯ
ตอนช่วงโควิด ไม่มีรถประจำทาง เราก็ขี่จักรยานไปในเมืองแพร่ ก็ราวหกสิบกิโลฯ
พวกชาวบ้านนี่โดนอุบัติเหตุหนักๆถึงเข้าโรงพยาบาลกันบ่อยๆ ก็ทางถนนมั่ง ,กินเหล้าในงานตีกันมั่งฯลฯ
ชาวบ้านที่นี่เขาก็แช่งเราอยู่เหมือนกันว่าให้เราโดนมั่ง!...แต่เราก็ไม่โดนสักที
ชาวบ้านทั่วๆไปที่นี่ชอบขอพร,ภาวนาให้คนนั้นคนนี้ตายกันอยู่แล้ว เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก...มันมีข้าวมีเหล้ากินฟรีกันน่ะ...ของชอบ!
อยากกินของฟรีจนไม่คิดถึงความทุกข์ยากเศร้าโศกของผู้อื่น
แต่งานศพเราเห็นทีจะต้องผิดหวังแล้ว!
สุดท้ายนี้เราอยากจะถามเพื่อนๆว่า...ถ้าเราต้องอยู่ร่วมกับคนที่ชอบพูดอะไรโง่ๆทำอะไรโง่ๆ เพื่อนๆจะรับมืออย่างไร?
เราจะรออ่านคอมเม้นต์นะ วันนี้เราอยากคุยกับเพื่อนๆมั่ง.