กฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม. ต่อไปนี้คือข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายเหล่านี้:
1. พระราชกฤษฎีกาลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า:
- ในปี 2565 รัฐบาลไทยได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าลง 80% ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ถึง 10 พฤศจิกายน 2568.
- พระราชกฤษฎีกานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5.
2. มาตรการทางกฎหมายศุลกากร:
- มีการจัดเก็บภาษีศุลกากรสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอัตราร้อยละ 80 ของราคารถยนต์ที่นำเข้า ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับรถยนต์ประเภทสันดาปภายใน.
- อัตราภาษีศุลกากรนี้ไม่สอดคล้องกับหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535.
3. ข้อจำกัดในการจดทะเบียน:
- ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกได้ จะต้องใช้มอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่า 15 กิโลวัตต์ และต้องวิ่งได้เร็วกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.
4. มาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า:
- รัฐบาลไทยยังมีการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น การยกเว้นภาษีรถยนต์ประจ้าปีในระยะแรก และการจัดเก็บภาษีรถยนต์ประจ้าปีสะเท่ากับรถยนต์ประเภทสันดาปภายใน แต่อัตราที่ต่อกว่าในปัจจุบัน.
โดยรวมแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม แต่ยังมีข้อจำกัดและปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายขึ้นในประเทศไทย.
------
References:
-
https://www.kaohoon.com/news/570521
-
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/download/264434/177285/1023491
-
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gradlawtujournal/article/download/114771/88857/294639
กฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
1. พระราชกฤษฎีกาลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า:
- ในปี 2565 รัฐบาลไทยได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าลง 80% ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ถึง 10 พฤศจิกายน 2568.
- พระราชกฤษฎีกานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5.
2. มาตรการทางกฎหมายศุลกากร:
- มีการจัดเก็บภาษีศุลกากรสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอัตราร้อยละ 80 ของราคารถยนต์ที่นำเข้า ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับรถยนต์ประเภทสันดาปภายใน.
- อัตราภาษีศุลกากรนี้ไม่สอดคล้องกับหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535.
3. ข้อจำกัดในการจดทะเบียน:
- ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกได้ จะต้องใช้มอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่า 15 กิโลวัตต์ และต้องวิ่งได้เร็วกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.
4. มาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า:
- รัฐบาลไทยยังมีการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น การยกเว้นภาษีรถยนต์ประจ้าปีในระยะแรก และการจัดเก็บภาษีรถยนต์ประจ้าปีสะเท่ากับรถยนต์ประเภทสันดาปภายใน แต่อัตราที่ต่อกว่าในปัจจุบัน.
โดยรวมแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม แต่ยังมีข้อจำกัดและปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายขึ้นในประเทศไทย.
------
References:
- https://www.kaohoon.com/news/570521
- https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/download/264434/177285/1023491
- https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gradlawtujournal/article/download/114771/88857/294639