วันอบคุกกี้ อบเสร็จแล้วส่งให้ใครดี! และนิทานคุกกี้แสนวิเศษที่ไม่มีเวทมนต์

วันอบคุกกี้ 18 ธันวาคม Bake Cookies Day
วันอบคุกกี้ ที่เรียกได้ว่าใกล้กับวันคริสต์มาสแบบพอดี
คุกกี้เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ได้อย่างดี
ทั้งในครอบครัว เพื่อน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ต่างรุ่น
และไม่ว่าจะชาติไหน จะตะวันตก หรือฝั่งตะวันออก และแม้แต่ประเทศไทย

สิ่งที่ทำให้คุกกี้น่าสนใจคือ มีความหลากหลายมากมายทั้งหน้าตา รสชาติ รูปแบบ กรอบนอกนุ่มใน หรือจะเคี้ยวหนึบๆ ทั้งแบบมีเครื่องเทศ ทั้งแบบผลไม้ หรือคุกกี้ช็อกโกแลตของโปรดของใครหลายคน

.
คุกกี้เป็นขนมที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้ว่าจะไม่ทราบแน่ชัดถึงจุดเริ่มต้นของที่มา ว่ามีที่มาอย่างไร แต่ในแต่ละปีผู้คนต่างอบคุกกี้ทั้งเพื่อขายในร้านเบเกอรี่ เพื่อการกุศล หรือเพื่อแบ่งปันกับเพื่อนและครอบครัว

คุกกี้มีประวัติยาวนานและมีรูปแบบหลากหลาย คุกกี้ที่เก่าแก่ที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้ย้อนไปถึงเปอร์เซียในศตวรรษที่ 7

คำว่า "คุกกี้" มาจากคำว่า "koekje" ในภาษาดัตช์แปลว่า "เค้กขนาดเล็ก"

.
สูตรคุกกี้สองสูตรแรกที่เปิดตัวในหนังสือทำอาหารของชาวอเมริกัน "American Cookery" เขียนโดย "Amelia Simmons" ในปี ค.ศ. 1796 มีสูตรหนึ่งชื่อว่า "Cookies" และอีกสูตรชื่อว่า "Christmas Cookie"

คุกกี้เป็นขนมที่สามารถทำได้หลากหลายตามจินตนาการ นักทำขนมปังที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถคิดค้นคุกกี้ที่มีรสชาติและรูปแบบที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น คุกกี้ช็อกโกแลตชิปที่ได้รับการคิดค้นโดย Sue Brides และ Ruth Graves Wakefield ในปี ค.ศ. 1938 ทั้งคู่เป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในแมสซาชูเซตส์

.
คุกกี้น่ากิน น่ากิน ที่เห็นแล้วคงจะเดินตรงเข้าไปหา และหยิบมาลองกินสักชิ้นเป็นแน่กัน!

1. Chocolate Hamantaschen Cookies
คุกกี้ชอร์ตเบรด ไส้ช็อกโกแลต แยม เมล็ดป๊อบปี้ (Poppy Seed)

2. Cookie Filled with yogurt cheesecake
คุกกี้ โยเกิร์ต ชีสเค้ก

3. Chewy Pistachio Cookies
คุกกี้พิสตาชิโอ ใส่กระวาน และมะพร้าว

4. Pizookie (Pizza Cookie)

5. Chewy Lemon Blueberry Cookies

6. Crinkle lemon cookies

7. Apple Pie Cookies
พายแอปเปิ้ลคุกกี้ ไส้แอปเปิ้ลเหนียวหนึบ


.
มีคุกกี้รสชาติแปลกๆ อีกมากที่น่ากิน แต่หารูปมาลงลำบาก อย่าง
- Pesto Cookies คุกกี้สูตรเผ็ดร้อน ใส่โหระพาสับ พาร์เมซาน

- Red Velvet Cookies with Beets คุกกี้บีทรูท

- Margarita Cookies มาร์การิต้าเอามาทำเป็นคุกกี้


นิทานเรื่อง: คุกกี้แสนวิเศษที่ไม่มีเวทมนต์

.
ฉันอยากจะทำคุกกี้ที่วิเศษที่สุดในโลก..
เสียงดังขึ้นภายในห้องนอนของเด็กชาย "แซม"
เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน "โคนี่วิลล์" เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักรแห่งเวทมนต์

แซมตะโกนเสียงดั้งขึ้นแบบนี้ ด้วยความคิดที่อยากจะทำคุกกี้แสนวิเศษที่ไม่เหมือนใคร ที่ไม่ว่าใครได้กินเข้าไปแล้วจะมีความสุข

แซมเป็นเด็กที่ไม่กล้าคุยกับเพื่อน ไม่กล้าเข้าไปเล่นกับเพื่อน และทุกครั้งเมื่อเลิกเรียน เขาจะตรงกลับบ้านทันที และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องครัว เพื่อทำคุกกี้ จากที่คุณแม่ได้เคยสอนไว้ เขาเป็นคนชอบทำคุกกี้มาก และฝึกฝนทักษะอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังชอบลองทำคุกกี้รสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ

และเมื่อทุกครั้งที่สำเสร็จ ก็จะให้คุณแม่และคุณพ่อชิม แล้วเก็บส่วนที่เหลือมานั่งกินคนเดียวอยู่ในห้อง และทุกครั้งเมื่อมองออกมานอกหน้าต่าง แซมก็จะเห็น เด็กที่เรียนห้องเดียวกับเขา กำลังวิ่งเล่นสนุกกันอยู่ แต่ตัวเขากับต้องอยู่ในห้องคนเดียวและกินคุกกี้

เขาจึงคิดขึ้นมาว่า ถ้าเราทำคุกกี้ที่กินแล้วทำให้มีความสุข แล้วเอาไปให้ทุกคนในห้องเรียนได้กิน ทุกคนก็จะมีความสุขและเข้ามาคุยกับเขาและได้เป็นเพื่อนกัน

ครั้งนึง คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า ฮอบบิท นั้นใช้เวทมนต์สายลม ให้นำทางไปหาผลไม้ที่มีรสชาติหวานเป็นพิเศษ ที่จะนำมาทำขนมมอบให้กับกษัตริย์ของอนาจักร และเรื่องเล่านี้เองที่ทำให้แซมอยากเข้าไปในป่าเพื่อตามหาฮอบบิท

เช้าวันรุ่งขึ้นแซม รีบอาบน้ำสวมเสื้อผ้า และสวมรองเท้าคู่ใจที่คุณพ่อซื้อให้ในวันเกิด และเดินมาบอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่า เขาจะออกไปหาวัตถุดิบในป่า "เมลเปิล"

จากนั้นแซมก็ออกจากบ้านเดินตรงไปทางป่าเมลเปิล ซึ่งในป่านี้นั้น จะเต็มไปด้วยพืชพันธุ์ต่างๆ มากมาย และยังมีต้นไม้ที่สามารถเดินและพูดได้ ซึ่งลุงต้นไม้ใหญ่ต้นนึงก็เดินมาทักทายกับแซม

ภายในป่าแห่งนี้ เป็นที่อาศัยของ "ฮอบบิท" เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ตัวเล็ก ซึ่งแซมนั้นยังไม่เคยเจอ ได้แต่ได้ยินคุณพ่อคุณแม่เล่าเรื่องของ ฮอบบิทให้ฟังอยู่บ่อยครั้งเท่านั้น และจากที่ฟัง ฮอบบิทนั้น เป็นคนใจดี ชอบทำอาหาร และอาหารทุกจานที่ทำออกมาจะอร่อยมาก และยังชำนาญในการใช้เวทมนต์ธรรมชาติ

ระหว่างทางแซมได้เจอกับธัญพืชที่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบให้กับคุกกี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโอ๊ต ที่ส่งกลิ่นหอม, เมล็ดแฟลกซ์ขนาดใหญ่บนต้นแฟลกซ์, ผลอัลมอนด์ ที่อยู่ในดอกอัลมอนด์สีขาวอมชมพู ที่มีกลีบ 5 กลีบ, ต้นบีทรูทที่มีใบ และหัวหลากหลายสี ทั้งสีแดง สีม่วง สีเหลือง

เมื่อเดินลึกเข้าไปภายในป่า ก็ยังได้เจอกับผลไม้มากมาย อย่าง ต้นกล้วย, ส้ม, สับปะรด, อินทผลัม, เลม่อน

แซมนั้นได้เก็บเอาวัตถุดิบมากมายระหว่างทาง และเดินลึกเข้าไปมากขึ้น กว่าที่เขาเคยเดินเข้ามาในทุกครั้ง

เขาเดินมาจนถึงแม่น้ำสายเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่หลังหนึ่ง ด้านหน้าของบ้าน มีชายรูปร่างเล็ก กำลังยืนทำความสะอาดผลไม้อยู่

ชายรูปร่างเล็ก ได้เงยหน้าขึ้นมองมายังแซม จากนั้นจึงถามออกมาว่า เด็กน้อยมาทำอะไรในป่าลึกแห่งนี้

ผู้ที่กำลังถามแซมอยู่นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาเป็น ฮอบบิท เผ่าพันธุ์คนตัวเล็กนั่นเอง

"สวัสดีครับ"
"ผมชื่อแซม"
"กำลังออกมาหาวัตถุดิบในการทำคุกกี้วิเศษครับ"

แซมตอบกลับพร้อมโค้งตัวคำนับด้วยความสุภาพ ฮอบบิทจึงพูดกลับมาว่า "สวัสดี ฉันชื่อ กรีน"

จากนั้น กรีน ก็ได้บอกให้แซมเดินข้ามสะพานเล็กๆ มาหาเขาที่บ้าน เมื่อแซมเดินมาถึง กรีนจึงถามแซมว่า ทำไมถึงอยากทำคุกกี้วิเศษ

แซมจึงเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดออกไป ทั้งที่อยากจะเป็นเพื่อนกับเด็กๆ ในห้องเรียนเดียวกัน ทั้งที่อยากจะออกไปเล่นด้วยกัน

จากนั้น กรีน จึงถามขึ้นว่า
"เด็กน้อย อยากทำคุกกี้แบบไหนหรือ"

แซมจึงรีบตอบออกไปว่า
"อยากทำคุกกี้ที่ทำให้ผู้ที่กินเข้าไปแล้วมีความสุขครับ"

อย่างนั้น ฉันจะสอนคาถาง่ายๆ บทหนึ่งให้ กรีนตอบ

เอาล่ะ! พูดตามนี้นะ
"อร่อย และมีความสุข"
แซมได้พูดตาม กรีน

จากนั้น กรีน ได้บอกให้ท่องคาถานี้ในตอนที่กำลังอบคุกกี้ 10 ครั้ง และเมื่อทำเสร็จแล้ว ให้เดินออกไปให้ทุกคนที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ พร้อมกับให้พูดว่า

"สวัสดี ฉันชื่อแซม ช่วยลองกินคุกกี้ที่ฉันทำนี้ดูว่าอร่อยไหม ได้ไหม"

แซมดีใจมากที่ได้ฟังคาถาที่ฮอบบิทสอน และรีบตรงกลับมาบ้านโดยทันที

เช้าวันต่อมา แซมได้เดินไปในห้องครัวพร้อมกับ หยิบเอาวัตถุดิบที่เก็บมาได้จากเมื่อวาน และเริ่มผสมส่วนผสมคุกกี้ จากนั้นเอาเข้าเตาอบ พร้อมกับท่องคาถา "อร่อย และมีความสุข" 10 ครั้ง

เมื่ออบคุกกี้เสร็จ ก็รีบเดินนำคุกกี้เข้าไปให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้กิน จากนั้น แซมจึงเปิดประตูออกไปตรงถนนหน้าบ้าน ที่มีเด็กที่เรียนห้องเดียวกับแซม วิ่งเล่นกันอยู่หลายคน

แซมจึงพูดขึ้นว่า "สวัสดี ฉันชื่อแซม ช่วยลองกินคุกกี้ที่ฉันทำนี้ดูว่าอร่อยไหม ได้ไหม" พร้อมกับส่งคุกกี้ ที่เขาเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ให้

จากนั้น "วิล" หนึ่งในกลุ่มเด็กที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่นั้น ก็ตรงเข้ามาหาแซมพร้อมกับหยิบคุกกี้ ที่แซมยืนให้ และเอ่ย "ขอบคุณ"

วิล ได้กินคุกกี้เข้าไป พร้อมกับถามว่า คุกกี้นี้แซมทำเองหรอ มันอร่อยมาก เพื่อนๆ คนอื่นจึงเข้ามาหยิบคุกกี้ ที่แซมส่งให้ และเมื่อทุกคนได้กินก็พูดขึ้นว่า คุกกี้นี้อร่อยมาก

วิลจึงพูดขึ้นว่า มาเล่นด้วยกันไหม จากนั้น ทุกคนก็ได้วิ่งเล่นด้วยกันกับแซมอย่างสนุกสนาน

วันต่อมา กรีน ฮอบบิทที่สอนคาถาให้กับแซม ก็ได้เดินทางมาหาที่บ้าน จริงๆ แล้ว กรีน และคุณพ่อคุณแม่ของแซมนั้น รู้จักกัน กรีนได้ถามหาแซม และเล่าเรื่องราวของแซมให้กับคุณพ่อคุณแม่ของแซมฟัง

จากนั้นคุณแม่จึงเรียกแซม พร้อมบอกว่า"คุณกรีน" มาหา

แซมได้ยิน จึงรีบลงจากห้องพร้อมเดินตรงเข้าไปหา และรีบเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ว่าเขาได้เป็นเพื่อนกับทุกคนแล้ว

กรีนได้ฟัง จึงพูดขึ้นว่า แซมเด็กน้อย เวมมนต์ที่ทำให้คนที่กินคุกกี้แล้วมีความสุข และมาเป็นเพื่อนกับแซม นั้นไม่มีอยู่หลอกนะ

แซมได้ฟังก็ตกใจ และเอ่ยถามว่า แต่เมื่อพวกเขากินคุกกี้เข้าไป ทุกคนก็บอกอร่อย และทำให้เราได้กลายเป็นเพื่อนกัน

กรีน จึงอธิบายว่า เวทมนต์แบบนี้ไม่มีอยู่ แต่การที่ทำคุกกี้อร่อยนั้น เกิดจากตัวแซมที่ฝึกฝนทำคุกกี้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้คุกกี้อร่อย ส่วนที่ทุกคนมาเป็นเพื่อนนั้น เกิดจากความกล้าในตัวแซม ที่ได้เริ่มพูดกับทุกคน และที่สำคัญ คือ การแบ่งปัน ซึ่งแซมได้แบ่งปันคุกกี้ที่ทำให้กับทุกคนได้กิน สิ่งเหล่านี้ต่างหาก คือเวทมนต์ที่ไม่จำเป็นต้องร่ายคาถาใดๆ ออกมาก็ได้

แซมได้ฟังคำอธิบาย ก็เข้าใจทุกอย่าง และกล่าวขอบคุณฮอบบิทกรีนอีกครั้ง

และในทุกวัน แซมและเพื่อนๆ ก็ได้เล่นด้วยกันทุกวันอย่างสนุกสนานและมีความสุข

.
นิทานเรื่องนี่..
ความอร่อยของคุกกี้มาจากการฝึกฝนและความพยายามของตัวเราเอง
ความกล้าหาญในการเริ่มพูดคุยกับผู้อื่นก่อน และการแบ่งปันความสุขผ่านคุกกี้ ทำให้เกิดมิตรภาพที่ยั่งยืน นี่คือเวทมนต์ที่แท้จริง ที่ไม่ต้องการคาถาใดๆ 

.
วันอบคุกกี้นี้ หลายคนที่ชอบทำอาหารทำขนม ลองอบคุกกี้และมอบให้คนข้างๆ กันนะ หรือสำหรับคนที่สะดวกซื้อ ชอบซื้อคุกกี้ร้านไหนกัน มาแนะนำแบ่งปันร้านอร่อยกันครับผม

.
ขอขอบคุณข้อมูล
: whatholiday
: wikipedia
: foodfornet
: seasonalcravings
: richanddelish
นามปากกานิทาน: YiiYee
.
LookAt
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่