๏ ... ธิดาซาตาน 2 : สี่สาวไสยเวทย์ ... ๏ | ตอนที่ 4



๏ ...  ธิดาซาตาน 2 : สี่สาวไสยเวทย์  ... ๏ | ตอนที่ 4
 การต่อสู้และการแย่งชิง
บทประพันธ์ : V4OK

กลางป่าอาถรรพ์อันมืดมิด เหล่าผู้กล้าธารใส เอื้องทราย วายุตา น็อตและเตอร์ ที่พลัดหลงกันไปคนละทิศคนละทาง ต่างเดินทางค้นหากันและกัน พวกเขาไม่รู้เลยว่าทุกย่างก้าวกำลังนำพวกเขาเข้าใกล้แผนการร้ายของลุงราม

“นี่ชั้นอยู่ที่ไหน ธารใส !! วายุตา !!?” เอื้องทรายตะโดนเมื่อพบว่าตัวเองพลัดหลงอยู่ในถิ่นที่ห่างไกลกับเพื่อนๆ ดวงตาสอดส่องไปรอบๆ

ทางด้านวายุตา ที่โดนต้นไม้ปิศาจครอบงำดูดพลังทั้งหมด ลากเธอหนีออกไปจนไกลห่างจากน็อตและเตอร์ เรื่อย ๆ

“นี่แกจะพาฉันไปไหน” วายุตลั่น เธอถูกรากต้นไม้รัดตัวจนขยับไม่ออกทั้งแขนทั้งขา ยืนนิ่งลอยอยู่ในรากที่ชูกลางป่า

ในความวุ่นวายทั้งหมดนี้ ไม่มีใครรู้ว่าลุงรามที่แฝงในเงามืดกำลังเฝ้าดูพวกเขาอยู่ เขายิ้มเย็นพร้อมพูดกับตัวเอง

“ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของข้า หึฮะฮะฮ่าๆๆ ”

เชนทร์ที่ถูดดูดลงในกับดักของลุงราม ตะโกนลั่นป่า จนร่างเขาอ่อนแอและหมดแรง

“ใครก็ได้… ช่วยฉันด้วย…” เขาพึมพำ แม้ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกไป

ลุงรามปรากฏตัวต่อหน้าเขา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้า
“ตะโกนออกไป ก็สูญเปล่า? เพราะข้าได้พรางตาของทุกคนไว้แล้ว ไม่มีใครหน้าไหน จะมองเห็นเจ้าหรือได้ยินเจ้าทั้งนั้น”

“ พวกแกกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ !” เชนทร์ตะโกน แม้จะไร้เรี่ยวแรง

ลุงรามหัวเราะเบาๆ

“อีนังเพลิงพิศ มันบอกมันรู้จุดอ่อนของเพื่อนตัวเอง แต่มันไม่รู้จุดอ่อนของตัวเอง และ จุดอ่อนของมัน ก็คือ แกยังไงละ รวมถึงเพื่อนๆ แกด้วย หึ ฮะๆๆๆฮ่า!”

ส่วนเอื้องทรายที่เดินตามหาเพื่อนไปเรื่อย ๆ ก็ได้หยุดเดิน เมื่อได้เห็นเงาของเชนทร์ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า

“นั่นมันเชนทร์นิหน่า!” เธอร้องออกมา พร้อมวิ่งเข้าไปหา

“เดี๋ยวก่อน! เชนทร์” เอื้องทรายตะโกนเรียก แต่เหมือนจะอีกฝ่ายไม่ได้ยิน

เมื่อเธอวิ่งเข้าไปถึง เชนทร์ในภาพลวงหันกลับมามองด้วยสายตาว่างเปล่า และทันใดนั้น ร่างนั้นก็แตกสลายกลายเป็นหมอกสีดำ

“นี่มันอะไรกัน!” เอื้องทรายร้องด้วยความตกใจ


ณ หน้าผาหินยักษ์ในป่าอาถรรพ์ ลุงรามได้นั่งขัดสมาธิกลางพื้นดิน รอบตัวเขามีเพียงเปลวเพลิงสีดำลุกโชน และเสียงก้องกังวานของป่า

“จิตของข้าคือพลัง… พลังของข้าคืออำนาจ… อำนาจของข้าคือสิ่งที่เหนือทุกสิ่ง” ลุงรามพูดกับตัวเอง ดวงตาหลับสนิท ราวกับจมลึกเข้าไปในมิติที่ไม่มีใครเข้าถึงได้

ขณะที่ลุงรามฝึกจิต เขาได้ยินเสียงท่านพ่อภายในจิตใจของเขาเริ่มดังขึ้น

“ผู้ที่ควบคุมจิตได้ จะควบคุมทุกสิ่ง… แต่ผู้ที่ปล่อยให้จิตอ่อนแอ จะถูกครอบงำตลอดกาล”

เตอร์และน็อตเดินทางเข้าไปในป่าอาถรรพ์หลังที่พลัดหลงกับเพื่อน ๆ ทั้งคู่พยายามตามร่องรอยที่เหลืออยู่ของพวกเธอ แต่ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศน่ากลัวและลึกลับ

“นี่ชั้นจำได้ว่า ตรงนี้ชั้นเคยผ่านแล้วนะ ” น็อตพูดพร้อมปาดเหงื่อที่ไหลซึมบนหน้าผาก

 “ฉันก็ว่าอย่างนั้น ยิ่งเราเดินเข้าไป เรายิ่งเหมือนกลับมาที่เดิม” เตอร์เห็นด้วย

ทั้งสองนั่งพักภายใต้ความเงียบของป่า แต่ทันใดนั้น บรรยากาศรอบๆ กลับเปลี่ยนไป อากาศเย็นวาบและลมหยุดพัด เสียงกระซิบเบาๆ ดังแทรกขึ้นในหูของเตอร์

“ซา หวาด ดีย์?” เสียงนั้นแผ่วเบา แต่ชวนให้หลงใหล

เตอร์ขมวดคิ้วและหันมองไปรอบๆ “เสียงอะไรน่ะ? นายได้ยินไหม?”

น็อตมองเขาด้วยความสงสัย “เสียงอะไร? ไม่มีอะไรนี่”

แต่ก่อนที่น็อตจะพูดอะไรต่อ เตอร์กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป ดวงตาของเขาเหมือนถูกครอบงำด้วยบางสิ่ง รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ครับ ท่านพ่อ” เตอร์ขานเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

น็อตรู้สึกหนาวเยือกและขนลุก เขาถอยหลังเล็กน้อย “เป็นอะไรไปเตอร์? ทำไมดูแปลกๆไป”

“ฆ่าเพื่อนของนายซะสิ?” เสียงที่สนทนากับเตอร์ ยังเอ่ยต่อไม่หยุด

“ครับ ท่านพ่อ” เตอร์พูดพลางลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาขยับเหมือนคนละคน เขายกแขนขึ้นเหมือนกำลังจะไปบีบคอน็อต 

น็อตที่ยืนอึ้งอยู่ เขาถอยหนีไปอีกสองสามก้าว แต่เตอร์กลับก้าวตามมา ใบหน้าของเตอร์ มีแววตาที่ไม่ใช่ตัวเอง

“เตอร์… นายไม่ใช่ตัวนายเองตอนนี้ หยุดเดี๋ยวนี้!” น็อตพยายามเรียกสติของเขา แต่ดูเหมือนมันจะไร้ผล

เตอร์หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเหมือนมีอีกเสียงหนึ่งซ้อนอยู่ “ไม่หรอก… ฉันก็คือฉัน แต่คนที่ต้องตายก็คือ…นาย”

น็อตรู้ทันทีว่าเตอร์ถูกบางสิ่งในป่าควบคุม เขารีบตั้งสติและมองไปรอบๆ หาวิธีช่วยเพื่อน ทันใดนั้น เขาเห็นเงาประหลาดในรูปต้นไม้ที่เหมือนกำลังกระซิบและส่งพลังบางอย่างไปยังเตอร์

“มันคือแกสินะ!” น็อตตะโกนและพุ่งเข้าไปหาต้นไม้ต้นนั้น แต่ทันทีที่เขาเข้าใกล้ รากไม้เลื้อยออกมารัดเขาไว้แน่น

เตอร์เดินเข้าใกล้น็อตมากขึ้น รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความน่ากลัวผิดปกติ

“ไม่มีใครช่วยนายได้หรอกน็อต…”

น็อตรวบรวมกำลังทั้งหมด ตะโกนออกมาด้วยเสียงดัง “เตอร์! นายต้องสู้กับมัน อย้าปล่อยให้มันครอบงำนายสิ!”

เสียงตะโกนนั้นเหมือนจะทำให้เตอร์ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเหมือนมีความสับสนแวบผ่าน “น็อต…? ฉัน…”

ในจังหวะที่เตอร์เริ่มกลับมามีสติ รากไม้ที่รัดน็อตไว้ก็คลายตัว เขารีบใช้จังหวะนั้นดึงเตอร์ออกมาจากอิทธิพลของต้นไม้ต้นนั้น

“เตอร์! เราต้องรีบออกไปจากที่นี่!” น็อตตะโกน

เตอร์พยักหน้า แม้เขาจะยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ยอมให้เพื่อนลากตัวเขาออกไป

เบื้องหลัง เสียงหัวเราะเยือกเย็นของต้นไม้ดังตามมา “มนุษย์ที่จิตใจอ่อนแอ ย่อมตกเป็นเครื่องมือของข้าได้ไม่ยาก”

ลุงรามเปิดตาขึ้นช้าๆ และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“คนแรกที่ข้าต้องจัดการ ก็คือ นังเอื้องทราย”

เสียงสายลมแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัด เอื้องทรายที่ยืนงงกับเงาของเชนทร์แตกสลายกลายเป็นหมอกสีดำ

"สวัสดีครับ คุณหนูเอื้องทราย"

เสียงของลุงรามก้องไปทั่วรอบเอื้องทราย

เอื้องทรายที่ได้ยินเสียงนั้น แต่มองไม่เห็นลุงราม

“ลุงราม! เลิกใช้เล่ห์กลและมาสู้กับฉันตรงๆ เถอะ!” เอื้องทรายตะโกนเสียงดัง พลังธาตุดินรอบตัวเธอเริ่มปะทุขึ้น

ลุงรามหัวเราะเย็นชา “โถ่ เจ้าเด็กน้อย… แกคิดหรือว่าพลังของแกคนเดียว จะเพียงพอที่จะต่อกรกับข้าเพียงลำพังได้?! เอาตำราอสูรกลับมาให้ข้าจะดีกว่า”

เอื้องทรายกำกระเป๋าที่ใส่ตำราอสูรไว้แน่น และไม่พูดอะไรมาก เธอระเบิดพลังธาตุดินออกมา รากไม้และหินใหญ่พุ่งขึ้นจากพื้นดิน มุ่งหน้าขึ้นบนอากาศ เป็นคลื่นวน

“นี่หรือพลังของเจ้า? ฮะฮะฮ่า!”

ลุงรามพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

เอื้องทรายกัดฟันแน่น ผืนป่ารอบตัวเธอสั่นสะเทือน เธอยกมือขึ้นเรียกรากไม้และผืนดินขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เธอผสานพลังทั้งหมดที่มีเข้าไว้ด้วยกัน พุ่งขึ้นไปยังต้นเสียงของลุงราม

"อ๊าก" ลุงรามที่โดนรากไม้ฟาดกลางลำตัวโดยตรง ปรากฏร่างให้เอื้องทรายเห็น

การโจมตีพลิกสถานการณ์ เมื่อเอื้องทรายใช้รากไม้พันธนาการร่างลุงราม จนถูกตรึงไว้ชั่วขณะ

แต่เพียงไม่นาน พลังแห่งความมืดของลุงรามก็ระเบิดออกมาทำลายทุกสิ่ง “เก่งเหมือนกันนิ หึหึ แต่ไม่ครณามือข้าหรอก!”

ลุงรามพุ่งเข้าโจมตีเอื้องทราย พลังแห่งเงามืดกระแทกร่างเธอจนกระเด็นล้มลง

แต่เอื้องทรายยังไม่ยอมแพ้ เธอลุกขึ้นมาอีกครั้ง แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล

เอื้องทรายรวบรวมพลังธาตุดินทั้งหมดที่มี เรียกผืนดินรอบตัวขึ้นมาปกคลุมร่างกายของเธอ

กลายเป็นเกราะหินที่แข็งแกร่ง เธอพุ่งเข้าหาลุงรามด้วยความเร็วเหนือความคาดหมาย

ลุงรามตกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังมั่นใจในพลังของตนเอง

“เจ้าคิดหรือว่าพลังดินเล็กๆ นี้จะทำอะไรข้าได้?”

เอื้องทรายไม่ตอบ เธอใช้รากไม้ขนาดใหญ่โอบรัดลุงรามไว้แน่น และใช้หินหนักหลายตันพุ่งกระแทกเขาจนร่างของเขาถูกผลักกระเด็น

ลุงรามเริ่มเห็นว่าพลังของเอื้องทรายไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความโกรธแฝงอยู่

“เจ้ามันร้ายกว่าที่ข้าคิดไว้… ข้าขอตำราๆดี ไม่ให้ สงสัยจะอยากเจอของดี!”

ลุงรามรวบรวมพลังแห่งความมืดขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้ากลับมืดครึ้ม สายฟ้าสีดำฟาดลงสู่พื้น

ทันใดนนั้นลุงรามนั่งขัดสมาธื เปลวเพลิงดับลงทันที ร่างของเขาเต็มไปด้วยไอแห่งความมืดที่ทรงพลัง

ลุงรามยื่นมือออกไปตรงหน้า เสกภาพจำลองของธารใส วายุตา และเพลิงพิศขึ้นมา

“จุดอ่อนของมนุษย์” เขากล่าว พลางยิ้มเหยียด ก่อนจะใช้พลังจิตบังคับร่างจำลอง ธารใส วายุตา และเพลิงพิศขึ้นมา เพื่อมาต่อสู้กับเอื้องทราย

“อะไรกัน!!” เอื้องทรายตกใจ

"จัดการมันซะ" สิ้นเสียงลุงราม ธิดาซาตานจำลองทั้งสามก็พร้อมเพียงกันรับคำสั่ง

“รับทราบ นายท่าน”

เอื้องทรายมองลุงรามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัว

“ธารใส วายุตา... เพลิงพิศ”

ลุงรามยิ้ม “ถ้าแกชนะเพื่อนของแกได้ ข้าจะถือว่าแกคือ ธิดาซาตาน”

ศึกครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้น เมื่อจิตที่มั่นคงของลุงรามพร้อมเผชิญกับหัวใจที่ยังเปราะบางของเอื้องทราย… เธอจะรับมือกับพลังนี้ได้หรือไม่?

ทางด้านธารใส ที่ได้ยินเสียงฟ้าลั่น เขารู้ทันทีว่า ต้องมีคนต่อสู้กัน แต่เธอไม่สามารถหนีไปไหนได้ เพราะข้างหน้าของเธอ มีเพลิงพิศดักอยู่

“มันต้องเป็นฝีมือเอื้องทรายแน่ๆ!” ธารใสกัดฟันแน่น

การต่อสู้แห่งจิตใจเริ่มขึ้น เมื่อพวกธารใสต้องเผชิญหน้ากับกับศัตรูที่ร้ายกาจ และจิตใจที่เริ่มถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำ พวกเขาจะหาทางเอาชนะลุงรามกับเพลิงพิศได้หรือไม่?
โปรดติดตามตอนต่อไป…


Link
๏ ... ธิดาซาตาน 2 : สี่สาวไสยเวทย์ ... ๏ | ตอนที่ 3
๏ ... ธิดาซาตาน 2 : สี่สาวไสยเวทย์ ... ๏ | ตอนที่ 2
๏ ... ธิดาซาตาน 2 : สี่สาวไสยเวทย์ ... ๏ | ตอนที่ 1
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่