-อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ
สัตต์เป็นผู้มีอวิชชาเป็นนิวรณ์ มีตัณหาเป็นสังโยชน์
-ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหาย
เงื่อนต้น ของภวตัณหา ไม่ปรากฎ
-เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ
เวทนา เป็นปัจจัยแห่งตัณหา
-..ตณฺหา ปนายํ
กตฺถ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ
กตฺถ นิวีสมานา นิวีสตีติ ฯ
ก็ตัณหานั้นแล
ย่อมอุบัติ นับว่าอุบัติขึ้นที่ใด
ย่อมตั้ง นับว่าตั้งขึ้น ทีใด
คำว่าตัณหา ปรากฎอยู่ ในที่ต่างๆ ตามพระดำรัส ทั้งหมดนั้นมีความสอดรับกัน หรือขัดแย้งกันเอง..ท่านลองพิจารณาดูครับ
แต่อย่าลืมว่า พระดำรัส ว่า คำของพระองค์เอง สอดรับกัน นับแต่ราตรีแห่งการรู้แจ้งนั้น
ตัณหา - พระดำรัส สอดรับ หรือ ขัดแย้งกันเอง
สัตต์เป็นผู้มีอวิชชาเป็นนิวรณ์ มีตัณหาเป็นสังโยชน์
-ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหาย
เงื่อนต้น ของภวตัณหา ไม่ปรากฎ
-เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ
เวทนา เป็นปัจจัยแห่งตัณหา
-..ตณฺหา ปนายํ
กตฺถ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ
กตฺถ นิวีสมานา นิวีสตีติ ฯ
ก็ตัณหานั้นแล
ย่อมอุบัติ นับว่าอุบัติขึ้นที่ใด
ย่อมตั้ง นับว่าตั้งขึ้น ทีใด
คำว่าตัณหา ปรากฎอยู่ ในที่ต่างๆ ตามพระดำรัส ทั้งหมดนั้นมีความสอดรับกัน หรือขัดแย้งกันเอง..ท่านลองพิจารณาดูครับ