"บุคคลฆ่ามารดาบิดาเสียได้ ย่อมไม่มีทุกข์" พระสูตรนี้ ถ้าไม่อาศัยอรรถกถาช่วยแปลความหมายให้ แล้วจะแปลกันเองได้ถูกหรือ?

เพราะอาศัยอรรถกถาที่พระอริยสงฆ์ในอดีตได้ช่วยอธิบายขยายความหมายให้แจ่มแจ้งขึ้น
 
"ก็ในพระคาถานี้ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยว่า ตัณหา ชื่อว่ามารดา เพราะให้สัตว์ทั้งหลายเกิดในภพ ๓ เพราะบาลีว่า "ตัณหายังบุรุษให้เกิด."
               อัสมิมานะ ชื่อว่าบิดา เพราะอัสมิมานะอาศัยบิดาเกิดขึ้นว่า "เราเป็นราชโอรสของพระราชาชื่อโน้น หรือเป็นบุตรของมหาอำมาตย์ของพระราชาชื่อโน้น" เป็นต้น.

****************************************************

ถ้าปราศจากพระอรรถกถาจารย์ช่วยอธิบายขยายความหมายให้แจ่มแจ้งชัดเจน   พวกเราก็ตีความพระสูตรบทนี้ไปเองต่างๆ นาๆ อย่างมั่วๆ โดยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง

พวกเราชาวพุทธ ถูกสอนให้ท่องไตรสรณคมณ์ จนขึ้นใจ ตั้งแต่เด็กจนโต

1. พุทธัง สรณัง คัจฉามิ <<< ข้าพเจ้าขอถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
2. ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ <<< ข้าพเจ้าขอถือพระธรรมเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
3. สังฆัง สรณัง คัจฉามิ <<< ข้าพเจ้าขอถือพระสงฆ์เป็นที่พึ่งเป็นสรณะ (คำว่า "พระสงฆ์" ในบทนี้ มุ่งหมายถึงพระอริยสงฆ์เท่านั้น)

แต่ปัจจุบัน ชาวพุทธบางกลุ่มบางสำนักบางลัทธิ กลับเหยียบย่ำดูถูกด้อยค่าคัมภีร์อรรถกถาจารย์ที่บรรพชนสงฆ์ได้รักษาสืบต่อด้วยการสวดท่องสาธยายมาเป็นเวลานับพันๆ ปี  โดยดูถูกด้อยค่าปัญญาของพระอรรถกาจารย์ซึ่งเป็นพระอริยสงฆ์ที่ได้มีจิตเมตตาอนุเคราะห์เกื้อกูลพุทธบริษัทรุ่นหลังที่ไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักต์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  จึงได้รจนาคัมภีร์อรรถกถาเพื่อเป็นประโยขน์ของชาวพุทธรุ่นหลัง 

******************************************************

แต่แปลกที่ลูกศิษย์ของลัทธินี้ กลับเชิดชูพระอาจารย์เจ้าสำนัก ด้วยการพึ่งคำอธิบาย การแปลความหมายของพระสูตร จากพระอาจารย์เจ้าสำนัก  แล้วด้อยค่าดูถูกดูแคลนพระอริยสงฆ์ในอดีตที่รจนาคัมภีร์อรรถกถาจารย์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่