สมุน ระบอบทักษิณ รุมสกรัม ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชาชนต้องช่วยกัน #SAVE ครั้งใหญ่


ผมเป็นคนหนึ่งที่ทนไม่ได้ กับคนที่ด้อยสติปัญญา เอาแต่อวดเก่ง โดยเฉพาะนักการเมืองไทย ที่หาความสามารถใดๆไม่เจอ แต่จำเป็นต้องอวดนายใหญ่ ว่าตนนี้รู้ดีนักดีหนา แม้ในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องไปอวดรู้ ก็ไม่มีคนไปว่าอะไร แต่ในที่สุดแล้ว คนก็จะจับทางได้ว่า ที่พยายามอวดรู้กันนักหนา รู้กว่าคนที่ควรจะรู้ดีเป็นที่สุด ก็เพื่อที่จะเป็นการกดดัน เพื่อนำไปสู่ให้ได้ถึงผลประโยชน์ส่วนตัวของนายใหญ่ หรือใครบางคนที่นายใหญ่ต้องการ การเมืองไทยในตอนนี้และที่แล้วมา มันวนเวียนกันอยู่เพียงแค่นี้ แม้กระทั่งล่าสุด สั่งสมุนที่รู้เรื่องเศรษฐกิจแบบผิดๆถูกๆ ไปกดดันผู้ว่าแบงก์ชาติ ให้ทำการลดดอกเบี้ย ผมไม่จำเป็นต้องไปหาเหตุผล เหตุจำเป็นว่าเป็นเช่นไร รู้สึกแค่เพียงว่า มันช่างไม่รู้จักกาละเทศะ เป็นแค่บริวารขี้ข้าระดับล่างแค่นี้ ไปแส่อะไรกับสิ่งไม่เชี่ยวชาญ ไม่ชำนาญ ไม่ใช่หน้าที่ เรื่องแบบนี้ควรเป็นหน้าที่ของผู้ว่าแบงก์ชาติ และคณะกรรมการ ตัดสินใจ โดยวิเคราะห์จากเหตุปัจจัยหลายๆด้าน ไม่ใช่หมารับใช้ใครที่ไหนก็มาสั่งการ กดดัน บงการเรื่องที่ส่วนสำคัญยิ่งยวดขนาดนี้ได้ มันต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์มากเพียงพอ เป็นมืออาชีพในด้านนี้ แล้วก็ได้มีผลงาน การดูแลในด้านนี้มาอย่างดี การที่เราได้รบ.ที่มาจากนักการเมืองด้อยคุณภาพรวมกัน เหมือนพวกขี้เหร่นัดกันมาแบบนี้ แถมยังอวดรู้อวดเก่งไปเสียหมด พวกที่เข้ามามีอำนาจเดี๋ยวเดียวก็ไป จนแทบจำชื่อใครไม่ได้ ปล่อยให้มันสามารถตัดสินใจบงการให้ใครทำในสิ่งที่จะต้องเป็นภาระนี้ต่อไปอีกนาน มันไม่ควรจะยอมได้ คนที่ทำงานดี ที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์ ที่ยังคงต่อสู้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติ อย่างผู้ว่าแบงก์ชาติ เข้าใจได้เลยว่าทำไมคนมีความรู้มากมาย ต้องการที่จะSaveไว้ เพราะนี่คือความมั่นคงอย่างแท้จริงของประเทศ คนเก่ง ฉลาด มีความรู้ความสามารถที่แท้จริงอย่างนี้ นานๆทีถึงจะได้มีอย่างนี้สักคน

เรื่องลดดอกเบี้ย มองผิวเผินดูเหมือนช่วยเหลือคนเป็นหนี้ คนอยากซื้อบ้านแต่กู้ผ่านยาก แต่การที่ยังไม่ควรลดมันจะเต็มไปด้วยเหตุผลมากมายกว่านี้ คนที่กู้เงินมาแล้วแทบทั้งหมด จะไม่ได้ผลประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย เพราะกู้แบบดอกเบี้ยคงที่มาทั้งนั้น คนที่เป็นหนี้อยู่ในตอนนี้ ตกอยู่ในสภาพจ่ายแต่ดอก ไม่มีศักยภาพจะผ่อนต้นคืนถึง60% ของลูกหนี้ทั้งหมด เท่าที่รู้ยังมีปัจจัยอีกมากมาย ที่จะส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจ จากการลดดอกเบี้ยโดยไม่วัดจากสภาวะแท้จริง นักการเมืองที่ได้อำนาจแบบฉาบฉวย แลกสินบนคนละหมื่น แล้วเข้ามาอวดรู้แบบนี้ ปล่อยให้มาแทรกแซงองค์กรที่สำคัญยิ่งยวดแบบนี้ได้ มีหวังประเทศพังกันพอดี พวกที่ล้วนมีแค่ประสบการณ์ขี้ข้า แต่หาความเชี่ยวชาญใดๆแทบไม่เจอ

ดอกเบี้ยไม่ลด บ้านใหม่ๆ ก็ขายไม่ออก แต่หนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นจาก50 ไปแตะ90% ตอนนี้ลดดอกเบี้ย ก็จะยิ่งเพิ่มหนี้ให้สูงขึ้นก็เป็นหายนะไม่ต่างกัน เป็นเพราะประเทศไทยมีการใช้จ่าย โดยไม่มีวินัยทางการคลังมานานเกินไป อันเนื่องมาจากวิกฤตโควิด มันก็เลยทำให้เราตกอยู่ในสภาวะ ที่ไม่สามารถรองรับวิกฤตหนี้ใดๆได้เพิ่มเติมอีกต่อไปแล้ว เราอยู่ในระบอบที่นักการเมืองเอาแต่กดดัน สั่งการ แต่พอเกิดผลร้าย กลับไม่ขอรับผิดชอบใดๆ รับแต่ชอบไม่รับผิด แต่ที่แน่ชัด การสั่งการให้ใครๆกระทำตาม มีแค่เพียงเพื่อน้อยนิด ที่จะคิดทำเพียงเพราะเห็นว่าเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่