▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ชีวิตในต่างแดน
เที่ยวจีน
เรียนต่อต่างประเทศ
เรียนภาษาระยะสั้น
ภาษาจีน
แชร์ประสบการณ์เรียนซัมเมอร์ที่ฮาร์บิน
*ปล.ไม่ได้ถ่ายรูปป้ายมหาลัยมา อันนี้เป็นซุปเป้อมาร์เก็ตในมอ
และในกระทู้นี้ที่มนอยากจะแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆ ที่กำลังคิดจะไปเรียนที่ประเทศจีน ระยะเวลาสั้นๆ คือ ทำไมมนถึงไปเรียนที่ฮาร์บิน เตรียมตัวยังไงบ้าง การเดินทาง อาหาร ห้องพัก ที่เที่ยว และสิ่งที่ได้จากการไปเรียนที่ฮาร์บินค่ะ 🙇🏻♀️🙇🏻♀️
คือ มนต้องบอกก่อนเลยว่านี้เป็นครั้งแรกของมนที่ไปเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศ มนคุยกันกับเพื่อนว่า อยากไปช่วงกรฎกาคมเพราะว่าช่วงนั้นจะปิดเทอม ม.6 พอดี ซึ่งการหาคอร์สที่จะไปนั้นยากมาก เพราะส่วนมากจะจัดกันในช่วงเมษา จนมาเจอบริษัท Goodtime Education ซึ่งเค้าจัดในช่วงที่เราว่างพอดี ตอนนั้นคือไม่แน่ใจมากว่าจะไปเรียนที่ฮาร์บินดีไหม เพราะว่าฮาร์บินขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหนึ่งที่หนาวที่สุดในประเทศจีน ซึ่งมนเคยไปเที่ยวมาครั้งหนึ่งคือ อุณหภูมิติดลบ ช่วงนั้นคือคิดหนักมากว่าจะไปดีไหม เพราะเราทนอากาศหนาวไม่เก่ง แต่โชคดีที่ตอนนั้นเป็นหน้าร้อนพอดี อากาศอยู่ประมาณ 33 - 12 องศา แล้วในเว็ปไซต์ของบริษัทที่ไปด้วย ขอเรียกสั้นๆว่า กู๊ดไทม์แล้วกันนะคะ ได้แจ้งรายละเอียดตารางของแต่ละวันไว้ชัดเจนคือ เรียนตั้งแต่ จ.-ศ. เรียนตั้งแต่ 8.30-12.00 แต่มีพักให้ระหว่างเรียนนะ อย่าพึ่งใจเสียยยย แล้วมันทำให้เราได้ฝึกภาษาจีนจริงๆนะ แล้ววันหยุดเราก็จะได้เที่ยว ทำให้เราเห็นภาพตอนที่เราอยู่จีนได้ชัดขึ้น
ถ่ายตอนที่รอคาบเริ่ม 555 เหงาจัด และมีหนังสือให้ใช้ ราคาหนังสือก็แล้วแต่ห้องที่เรียน อย่างตอนมนเรียนก็จะอยู่ที่ 60 หยวน
หลังจากที่ตัดสินใจไปเรียนแล้วก็เริ่มทำเอกสารและวีซ่าซึ่งทางบริษัทกู๊ดไทม์คอยช่วยอยู่ตลอดเลยค่อนข้างสบายมาก แต่อีกอย่างที่ตอนนั้นกลัวมากคือ จะมีการสอบวัดห้องว่าเราจะได้เรียนห้องไหน ซึ่งไม่รู้ว่าสอบแบบไหน วัดคะแนนจากอะไร แต่ตอนที่มนสอบนั้นจะเป็นการสอบพูดตัวต่อตัวกับอาจารย์คนจีน ตอนสอบอาจารย์ก็จะเริ่มจากถามคำถามทั่วไป และมีอ่านคำถามในจอแล้วตอบ แต่ว่าที่แปลกใจคือระบบจีนไม่เหมือนกับไทยตรงที่ ห้อง A คือ ห้องเริ่มต้นเรียนตั้งแต่ตัวเลข แต่ห้อง F คือ ยิ่งกว่าคนจีนเก่งเกิ๊น แต่งกลอนได้ด้วย ตอนนั้นมนอยู่ห้อง C+คือค่อนข้างพูดได้ เทียบง่ายๆคือเรียนประมาณ HSK 5
ต่อมาคือการเดินทางที่ฮาร์บิน อยากจะบอกว่าง่ายมากกก มีทุกอย่างตั้งแต่ เดิน รถไฟได้ดิน รถเมล์ รถบัส ปั่นจักรยาน แท็กซี่ มีหมดและใช้ง่ายมาก ซึ่งราคารถเมล์ 2 หยวนทุกสาย ตลอดสายด้วยถูกกว่าเมืองไทย (2 หยวน ประมาณ 10 บาท) อยากไปไหนไปได้ทุกที่ ซึ่งตอนที่มนอยู่ฮาร์บินนั้น จะใช้รถไฟใต้ดินกับรถเมล์เป็นส่วนใหญ่เพราะจะครอบคลุมไปทุกสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ตอนที่ไปก็สามารถSearch เตรียมล่วงหน้าได้เลย หรือตอนที่มนไปมนก็ให้อาจารย์ที่สอนแนะนำหรือ ถามพี่ๆที่เรียนอยู่มาก่อน รถไฟใต้ดินที่เมืองฮาร์บินมีทั้งหมด 3 สาย สายสีเขียว เหลือง แดง แต่มีสายสีแดงสายเดียวที่ผ่านมหาลัย
อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คืออาหาร อาหารจีนจะแตกต่างจากไทยตรงที่อาหารจีนจะเน้นรสเค็ม แต่ไทยจะเน้นหวาน แต่ถามว่ากินได้ไหมคือ กินได้ ไม่อดตายแน่นอนค่ะ และที่สำคัญที่สุดคือ เมืองฮาร์บิน ราคาอาหารถูกกว่าบ้านเราอีก ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ราคา 50 บาท ขนาดเท่าก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา 3 ชามรวมกัน ข้าวหน้าหมูชามยักษ์ 100 บาทแต่เป็นเซ็ต อาหารในห้างก็ประมาณ 150-300 บาท ใกล้เคียงบ้านเราแถมมีตัวเลือกให้เยอะมากเดินไปไหนก็เจอแต่ของกิน ถูกใจสายกินแบบมนมาก 😭😭😭อยู่เมืองไทยคือกินข้าวมื้อละ 2 จาน แต่มาที่นี้คือกินไม่หมดซักจาน และเมนูที่แนะนำให้ลองคือ ชาดอกมะลิของ Chagee กลิ่นมะลิหอมเตะจมูกมากเลย แล้วรสชาติคือหวานอ่อนมีความละมุนของนมอยู่ด้วย (หรือหลอนเองก็ไม่รู้😅😅) แนะนำให้ลองจริงๆ อีกอย่างที่กินบ่อยมากก็คือ โยเกิร์ต+องุ่นปั่น อร่อยมีเนื้อองุ่นอยู่ในนั้นแล้วไม่หวานมาก สามารถกินได้ทุกวัน ไม่ต้องกลัวเป็นเบาหวาน
ถ้าสั่งไม่เป็น วิธีง่ายคือใช้ชี้รูปเอา 😅
ที่พักก็เป็นอีกอย่างที่สำคัญมาก พอดีว่ามนไปคนเดียว ต้องแรนต้อมรูมเมต (รูมเมตเป็นเพื่อนๆที่ไปกับกู๊ดไทม์ด้วยกันนะคะ) ห้องมนมีรูมเมต 2 คน นับตัวเองด้วยเป็น 3 คน ตอนนั้นตั้งแต่ไปถึงหน้าตึกคือ นึกว่านอนโรงแรมดูใหม่มาก เป็นหอนักศึกษาต่างประเทศโดยเฉพาะ พึ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ในห้องก็จะมี ห้องครัว ห้องนอน 2 ห้อง ห้องนั่งเล่น โต๊ะเขียนหนังสือ 3 ชุด เตียง ผ้าปูที่นอนมีเตรียมไว้ให้ ห้องอาบน้ำในตัว เครื่องซักผ้า คือดีเริ่ศ แต่ก็มีของที่เราต้องไปเองด้วยหรือค่อยไปซื้อเพิ่มก็ได้เช่น ถังขยะ ทิชชู่ น้ำยาล้างจาน เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่พี่ๆกู๊ดไทม์เขาได้แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไร และของใช้ร่วมกันต่างๆ ก็หารกันกับรูมเมต ช่วยกันทำความสะอาด แล้วเราต้องนำขยะไปทิ้งที่หน้าหอเอง (อันนี้โชคดีที่รูมเมตรักสะอาดมาก ทำความสะอาดบ่อยสุดๆ)
เรื่องที่ทุกคนน่าจะอยากรู้ที่สุด สถานที่ท่องเที่ยว เมืองฮาร์บินขึ้นชื่อเรื่องความหนาว แต่พอไปหน้าร้อนฮาร์บินมีอะไรให้เที่ยว อยากจะบอกว่าเยอะนะ อันนี้คือเที่ยวทุกวัน หลังเลิกเรียนก็คือเที่ยว ไปหมดทุกที่ แต่ที่ที่ไปบ่อยที่สุดคือ Popmart กับ Art Toys ราคาต่างกับที่ไทยใช้ได้เลยนะ ที่นี้ถูกกว่าเกือบครึ่ง หิ้วกลับไทยมาเยอะมาก
และที่ๆคนไปเยอะสุดคือ ถนนจงหยาง (zhongyang street) 中央大街 เป็นแหล่งนักท่องเที่ยวประมาณ Siam Square บ้านเรา จากมหาลัยก็นั่งรถเมล์สาย 813 ไปกลับได้เลย หรือนั่งรถไฟก็ได้ แต่ต้องต่ออีกสาย สถานที่ท่องเที่ยวที่มนเคยไปก็จะมี Harbin Polarland ฮาร์บินโรสซิปแลนด์ Capital Island Bowuguan วัดจี๋เล่อ โรงโอเปร่าฮาร์บิน พิพิธภัณฑ์ 731 สวนสัตว์เสือ สวนดอกไม้ Ice Skating และที่ขาดไม่ได้คือ Sun Island ข้างในมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้งปั่นจักรยาน ถีบเรือเป็ด ถนนของกิน ที่ถ่ายรูป สวนสนุก และนั่งกระเช้า (แนะนำว่าให้ซื้อแบบนั่งไปกลับจะคุ้มกว่า นั่งไปอย่างเดียว 60 หยวน ไปกลับ 100 หยวน)
สุดท้ายแล้วคือ มนได้อะไรจากการไปเรียนครั้งนี้ ที่ได้แน่ๆคือภาษาเพราะคนที่ฮาร์บินพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แม้จะเป็นในสถานที่ท่องเที่ยว มันเหมือนสอนให้พูดภาษาจีนสุดๆ พูดผิดพูดถูกไม่รู้ แต่เอาตัวเองให้รอดพอ😅 และอีกข้อที่ได้คือ มิตรภาพ เพื่อนที่อยู่ในรูปกลุ่มคือ เพื่อนท่ี่พึ่งมารู้จักกันที่นี่ (มนมีเพื่อนมาด้วยแต่เป็นเพื่อนผช. ) คนนี้เป็นรูมเมตของคนนี้ คนนี้เป็นรูมเมตของคนนั้น สุดท้ายก็รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งตอนกลับไทยมาแล้ว แต่พวกเราก็ยังมีการติดต่อหากันอยู่ คบกันนานมากกก สำหรับคนที่จะไปคนเดียวไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา มีเพื่อนแน่นอน และสุดท้ายจริงๆละ ต้องขอบคุณพี่ๆกู๊ดไทม์มากที่ทำให้มนมีประสบการณ์ไปเรียนที่ฮาร์บินสนุกๆ กู๊ดไทม์ซัพพอตเราเยอะมาก คือตอนเราหลงพี่เขาก็เป็นคนคุยกับคนขับให้จนพาเรากลับถึงพี่พัก หายาให้ตอนป่วย และจัดเตรียมเอกสารให้ทั้งหมด เจอปัญหาอะไรแค่ทักไปถาม ทางกู๊ดไทม์สามารถช่วยเราได้เลย🤟🏻
หวังว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้จะได้ไม่มากก็น้อย แต่ของให้ได้ละกัน แหะๆ ถ้าจะไปเรียนที่จีนก็ขอให้มีความสุขมากนะคะะะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็สามารถทักมาถามได้นะที่ IG:@ramonasawakarn ไม่มีกั๊ก555555
*มนไปเรียนวันที่ 1-27 กรกฎาคม 2567