JJNY : ‘ประชาชน’เสนอกม.คุมอำนาจสภากลาโหม│“เสรีพิศุทธ์”มองรบ.อิ๊งค์อายุสั้น│แบงก์กังวลหนี้เสียรถยนต์│ชี้ “แคมี” รุนแรง

‘ประชาชน’ เสนอ กม.คุมอำนาจสภากลาโหม รัฐบาลขออุ้ม 60 วันเพื่อความรอบคอบ
https://www.matichon.co.th/matichon-tv/news_4761487

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดย เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กับคณะ เป็นผู้เสนอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



เปิดแชตยัน พบ “ทักษิณ” ชั้น 14 จริง “เสรีพิศุทธ์” มองรัฐบาลอิ๊งค์ อายุสั้นกว่ายุคเศรษฐา
https://www.thairath.co.th/news/politic/2811429

“เสรีพิศุทธ์” โชว์หลักฐานแชตข้อความ ยัน เข้าพบ “ทักษิณ” จริงที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ปูด ไม่เอาตระกูลวงษ์สุวรรณ ร่วมรัฐบาล ลั่น ตัดขาดสัมพันธ์แล้ว มอง รัฐบาลแพทองธาร อายุสั้นกว่ายุคเศรษฐา
 
วันที่ 29 สิงหาคม 2567 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวภายหลังแถลงข่าวว่าพรรคเสรีรวมไทย ขอถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลตามมติของกรรมการบริหารพรรค 7 ต่อ 4 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจขอถอนตัว ยอมรับว่าน้อยใจที่ไม่ได้รับความสนใจ อาจเพราะพรรคเสรีรวมไทยมีแค่ 1 เสียง พรรคเพื่อไทยจึงไม่สนใจ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกันเพราะจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจในการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหลายอย่าง โดยเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ตที่ถลุงเงินไปเป็นจำนวนมาก พร้อมกล่าวต่อไปว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงก็ไม่ใช่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แต่เป็นนายทักษิณ ชินวัตร ที่คอยควบคุมบัญชาการทุกอย่าง
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เผยด้วยว่า ตนเองไม่เคยมีหนี้บุญคุณกับนายทักษิณ ขณะที่นายทักษิณเคยพูดว่าติดหนี้ตน แต่ก็ไม่บอกว่าจะชดใช้หนี้อย่างไร สุดท้ายก็เฉย และเมื่อหลายปีก่อน นายทักษิณเคยให้คำมั่นสัญญากับตนว่าจะให้ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แต่ก็เงียบ ส่วนการจะแต่งตั้งใครเป็นรัฐมนตรี จะเอาใครก็ได้ที่ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ก็ลืมตนเองทุกที อาจเป็นเพราะตนเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงเดียว พรรคอื่นอาจจะมาเพื่อหวังผล แต่ตนมาเพื่อทำงาน
 
พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้นำข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ที่มีการพูดคุยกับบุคคลหนึ่งที่คอยจัดคิวเข้าพบนายทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ขณะพักรักษาตัว เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการเข้าพบนายทักษิณจริง ภายหลังจากที่นายทักษิณ เคยปฏิเสธว่าไม่เป็นเรื่องจริง ซึ่งได้เข้าพบนายทักษิณถึง 2 ครั้ง
 
โดยครั้งแรกคือ 14 พฤศจิกายน 2566 และอีกครั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 โดยทั้ง 2 ครั้งมีการพูดคุยเรื่องที่ นายทักษิณ จะไม่เอาตระกูลวงษ์สุวรรณ เข้าร่วมรัฐบาล ส่วนเรื่องอื่นเปิดเผยไม่ได้ ขอให้รอเป็นไฮไลต์ในครั้งต่อไป พร้อมย้ำว่าการเปิดหลักฐานและการแฉในครั้งนี้ถือเป็นการตัดความสัมพันธ์ หลังจากนี้หากมีการติดต่อมาเทียบเชิญให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีก็จะไม่รับ

สำหรับหลักฐานในแชตไลน์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อธิบายรายละเอียด อาทิ วันที่ 7 มกราคม อีกฝ่ายระบุว่ามี SMS จาก “นายกฯ ปู” มา วันที่ 9 มกราคม มีการส่งไฟล์มาหัวข้อเขียนว่าหนังสือถอนร้องเรียน โดยเป็นการขอให้ถอนเรื่องร้องเรียน นายเศรษฐา ทวีสิน ก่อนที่ต่อมาวันที่ 22 มกราคม จะทวงถามว่า “ท่านเซ็นหนังสือส่ง ป.ป.ช. หรือยังครับ
 
ในช่วงท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าทำงานในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่จำเป็นจะเข้าร่วมกับพรรคใด ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป ส่วนการคาดการณ์อนาคตของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร หลังจากนี้ มองว่าอายุจะสั้นยิ่งกว่ารัฐบาลของนายเศรษฐา เพราะมีคนรอที่จะร้องเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่เกมการเมืองหลังจากนี้ระหว่างนายทักษิณกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะซัดกันนัวแน่นอน แต่ท้ายที่สุด พล.อ.ประวิตรจะสู้นายทักษิณไม่ได้ และยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยกับนายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่เป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าร่วมกันแฉคนที่พักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14



แบงก์กังวลหนี้เสียรถยนต์ เร่งปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็น NPL
https://www.dailynews.co.th/news/3803409/

นายแบงก์ ธนาคารใหญ่ กังวลหนี้เสีย NPL เร่งตัว โดยเฉพาะรถยนต์ เร่งปรับโครงสร้างก่อนเป็นหนี้เสีย

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต เปิดเผยว่า หนี้ด้อยคุณภาพหรือ NPL ของกลุ่มรายย่อยสิ้นปีนี้ อาจมีปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเล็กน้อย แต่มั่นใจสามารถบริหารจัดการได้

ส่วนหนี้เสีย NPL ที่กังวลที่สุด คือ กลุ่มรถยนต์ แม้ว่าในปัจจุบันจะอยู่ในระดับต่ำที่ 1% ก็ตาม ขณะที่หนี้เสียสินเชื่อบ้านของธนาคารปัจจุบันเริ่มทรงตัวแล้วอยู่ที่ 2% โดยช่วงที่เหลือของปี หนี้เสีย NPL บ้าน มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดประมาณ 0.1-0.2% จากหนี้เสียในปัจจุบัน

ธนาคารเห็นพอร์ตการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เป็น NPL มากขึ้น จากช่วงปลายปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 5,000-6,000 รายต่อเดือน ปัจจุบันขยับเป็นกว่า 10,000 รายต่อเดือน มองว่าหากปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็น NPL เร่งเพิ่มขึ้น จะลดหนี้เสีย NPL ได้ค่อนข้างมาก จึงอยากเน้นปรับโครงสร้างหนี้ให้มากขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่