👵👦🇹🇭อย่าให้พลังแห่ง soft power หนัง “หลานม่า” ต้องเสียเปล่าอย่างน่าเสียดาย
🎬🎥“Superpower of Touching (the Touching)”
หนัง“หลานม่า” สร้างปรากฏการณ์ที่น่าภูมิใจอีกครั้งหลังจากออกฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ได้เพียง 1 วัน โดยโกยรายได้ไปถึง 21 ล้านหยวน หรือราว 100 ล้านบาทในเวลาเพียง 1 วัน 13 ชั่วโมง
และยังได้คะแนนจากเวบไซด์รีวิวหนังโต้วป้านสูงถึง 9.0 คะแนน โดยคนจีนที่ได้ดูหนังหลานม่า หรือชื่อจีนว่า 奶奶的外孙 ส่วนชื่ออังกฤษยางมาก คือ “How to make millions before grandma dies”
ภาพยนตร์เรื่อง 'หลานม่า' สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกสุทธิ 1,088.5 ล้านบาทหลังจากที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของแต่ละประเทศ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่สามารถทำรายได้ทะลุ 1 พันล้านบาท หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง 'พี่มากพระโขนง' และ 'ฉลาดเกมส์โกง' ที่สามารถทะยานสู่สถิติดังกล่าวไปก่อนหน้า
โดยภาพยนตร์หลานม่ากวาดรายได้ในแต่ละประเทศอาเซียนไปได้อย่างท่วมท้น ประกอบไปด้วย 1) ไทย 337 ล้านบาท, 2) มาเลเซีย 116 ล้านบาท, 3) อินโดนีเซีย 412 ล้านบาท, 4) สิงคโปร์ 91 ล้านบาท, 5) ฟิลิปปินส์ 42 ล้านบาท, 6) เวียดนาม 81 ล้านบาท, 7) ฮ่องกง 6.5 ล้านบาท และ 😎 ลาว 3 ล้านบาท
การฉายที่จีนเพียง 1 วัน ทำให้รายได้รวมของหนังพุ่งขึ้นทะลุ 1,400 ล้านบาทแล้ว
🎬Power of “Touching” ภาพยนตร์ ‘หลานม่า‘ ประสบความสำเร็จจากการสะท้อนเรื่องจริงของครอบครัวเชื้อสายจีนในประเทศไทย เป็นหนังที่ได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นหนังที่ทำให้คนดูร้องไห้ซาบซึ้งมาแล้วทุกประเทศ
ในการฉายเพียง 2 วันในรอบ preview หนัง“หลานม่า” สามารถทำรายได้มากถึง $380,000 (13.3 ล้านบาท)
โดยหนัง“หลานม่า” ยังมีคิวฉายอีกหลายประเทศหลังจากจีน
🇺🇸อเมริกา เริ่มฉายเดือนกันยายน
🇰🇷เกาหลีใต้ เริ่มฉายเดือนตุลาคม
🇳🇱เนเธอร์แลนด์ เริ่มฉายวันที่ 10 ตุลาคม
🇧🇪 เบลเยี่ยม เริ่มฉาย 13 พฤศจิกายน
🇬🇧อังกฤษและ 🇮🇪 ไอร์แลนด์ เดือนธันวาคม
และอินเดีย แต่ยังไม่มีกำหนดฉาย
“หลานม่า” เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่จะได้เข้าฉายในประเทศ Benelux (Belgium Netherland Luxemburg)
📈รัฐบาลไทยควรสนับสนุนการต่อยอดหนังไทย เริ่มจากหนัง “หลานม่า” เพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมหนังไทยพัฒนาในแบบฉบับวัฒนธรรมความเป็นไทยและชูจุดแข็งของผู้กำกับคนไทยในการสร้างหนังผี หนังครอบครัว หนังที่แสดงออกถึงคว่มเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย เช่นที่หนัง ”
“พี่มาก…พระโขนง“ ปี 2556: (วัฒนธรรมไทยแทรกความขบขัน โรแมนติกแบบไทย บนโครงสร้างหนังสยองขวัญ) โดยมีการฉายในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาวและไต้หวัน
แม้หนัง“พี่มาก….พระโขนง” จะสามารถเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดของไทยด้วยยอดรายได้รวม ทำเงินในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่
“ฉลาดเกมส์โกง“ ปี 2560 (วัฒนธรรมไทยอนวจารกรรม ระทึกขวัญยนโครงสร้างหนังสืบสวน) เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ในต่างประเทศสูงสุดตลอดกาลที่ มากกว่า “องค์บาก” (515 ล้านบาท) และชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (231 ล้านบาท) โดยทำรายได้ทั่วโลก 889.7 ล้านบาท
โดย“ฉลาดเกมส์โกง” ออกฉายในต่างประเทศเริ่มที่ลาว สิงคโปร์ กัมพูชา บรูไน อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น
ไต้หวัน 🇹🇼 (131 ล้านบาท)
มาเลเซีย 🇲🇾 (68 ล้านบาท)
ฮ่องกง 🇭🇰 (101 ล้านบาท)
จีน 🇨🇳 (1,347 ล้านบาท)
ออสเตรเลีย 🇦🇺 (3.07 ล้านบาท)
นิวซีแลนด์ 🇳🇿 (0.18 ล้านบาท)
เกาหลีใต้ 🇰🇷 (3.88 ล้านบาท)
🎬💰🇨🇳🇹🇼🇦🇺🇳🇿🇮🇩🇲🇾🇸🇬🇭🇰จากความสำเร็จของหนังสามเรื่องโดยเฉพาะ “หลานม่า” และ “ฉลาดเกมส์โกง” ทำรายได่ในต่างประเทศได้สูงมากกว่า 500 ล้านบาทสำหรับ “ฉลาดเกมส์โกง”
แต่สำหรับ “หลานม่า” จนถึงตอนนี้ สามารถทำรายได้ในต่างประเทศได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทแล้ว อีกทั้งยังเพิ่งเข้าฉายที่จีน และยังมีโปรแกรมฉายในอีกหลายประเทศ เชื่อว่าน่าจะสร้างรายได้ในต่างประเทศสูงกว่า 2,000 ล้านบาท
📈💰🇹🇭👵👦อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จ
หากลองพิจารณาเนื่อเรื่อง เชื่อว่า สิ่งที่ทำให้หนัฃ “หลานม่า” ประสบความสำเร็จอย่างมากในต่างประเทศ คือ “เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ครอบครัวที่มีบท ”twist” จากหลานที่ตั้งใจมาปรนนิบัติอาม่าเพื่อผลประโยชน์ กลายมาเป็นความรัก ความผูกพัน
รวมทั้งการดิ้นรน ต่อสู้ของลูกหลาน ในขณะที่พยายามจะรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จรรยาบรรณ เช่นความกตัญญู หน้าที่การดูแลบิดามารดาและครอบครัวตนเอง ความรักของมารดาอละการให้ความช่วยเหลือต่อลูกหลานที่ไม่เข้มแข็ง จึงทำให้ดูเสมือนมีความไม่เป็นธรรมต่อลูกแต่ละคน
จากข้อสังเกต แม้บทจะไม่มีอะไรที่โดดเด่น เรื่องราวสามารถคาดเดาได้ง่าย แต่สิ่งที่ทำให้หนังสามารถเข้าถึงผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย หลายศาสนา คือ ความอ่อนโยน ความกตัญญู ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่
ด้วยการเดินเรื่องราวที่ไม่ช้า ไม่เร็วเกินไป ทำให้ผู้ชมสามารถค่อยๆ ซึมซับ ดื่มด่ำและเข้าถึงเรื่องรางมี่ผูกโยงด้วยสายใยครอบครัว จึงทำให้เกิด “Power of Touching the Touching Appreciation”
คนไทย วัฒนธรรมไทยเรามีจุดเด่นคือ อัธยาศัยไมตรี ความกตัญญ การเคารพผู้ใหญ่ผู้สูงอายุกว่า สื่งนี้ทำให้ไทยเราโดดเด่นในธุกิจการท่องเที่ยว การโรงแรม การบริการต่างๆ ร้านอาหาร สปา โรงพยาบาล สายการบิน ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ล้วนต้องการบุคลากรที่มีคุณบีติที่เป็นจุดเด่นแบบที่คนไทยเรามี
ดังนั้นรัฐบาลไทยเราน่าจะพัฒนาต่อยอดหนังไทย บนจุดแข็งที่เรามี เช่น
🎥หนังครอบครัวที่เน้นความรัก (หลานม่า) ความผูกพันธ์มากกว่าการต่อสู้แย่งชิง (สืบสันดาน)
🎥หนังที่มีบทเข้มข้นแบบที่ผู้ชมเดาไม่ง่าย (มี twist) เช่น ฉลาดเกมส์โกง
🎥หนังเขย่าขวัญ สยองขวัญที่เน้นความผูกพันธ์ แทรกมุขตลกแบบสากล (พี่มาก ชัตเตอร์)
🎥หนังบู๊ที่เน้นความสามารถศิลปะการต่อสู้แต่ต้องมีบทที่ดี สมเหตุสมผล (องค์บาก)
หวังว่า ไทยเราจะสามารถสร้าง T-pop เพื่อไปแข่งขันกับ K-pop J-pop Hollywood และ Ballywood ในแบบฉบับของเราคนไทย
#aiคิดต่างอย่างพี่หมู #หลานม่า #howtomakemillionsbeforegrandmadies #SoftpowerThailand
Soft power หนัง ”หลานม่า“ เราจะต่อยอดยังไงได้บ้าง
🎬🎥“Superpower of Touching (the Touching)”
หนัง“หลานม่า” สร้างปรากฏการณ์ที่น่าภูมิใจอีกครั้งหลังจากออกฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ได้เพียง 1 วัน โดยโกยรายได้ไปถึง 21 ล้านหยวน หรือราว 100 ล้านบาทในเวลาเพียง 1 วัน 13 ชั่วโมง
และยังได้คะแนนจากเวบไซด์รีวิวหนังโต้วป้านสูงถึง 9.0 คะแนน โดยคนจีนที่ได้ดูหนังหลานม่า หรือชื่อจีนว่า 奶奶的外孙 ส่วนชื่ออังกฤษยางมาก คือ “How to make millions before grandma dies”
ภาพยนตร์เรื่อง 'หลานม่า' สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกสุทธิ 1,088.5 ล้านบาทหลังจากที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของแต่ละประเทศ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่สามารถทำรายได้ทะลุ 1 พันล้านบาท หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง 'พี่มากพระโขนง' และ 'ฉลาดเกมส์โกง' ที่สามารถทะยานสู่สถิติดังกล่าวไปก่อนหน้า
โดยภาพยนตร์หลานม่ากวาดรายได้ในแต่ละประเทศอาเซียนไปได้อย่างท่วมท้น ประกอบไปด้วย 1) ไทย 337 ล้านบาท, 2) มาเลเซีย 116 ล้านบาท, 3) อินโดนีเซีย 412 ล้านบาท, 4) สิงคโปร์ 91 ล้านบาท, 5) ฟิลิปปินส์ 42 ล้านบาท, 6) เวียดนาม 81 ล้านบาท, 7) ฮ่องกง 6.5 ล้านบาท และ 😎 ลาว 3 ล้านบาท
การฉายที่จีนเพียง 1 วัน ทำให้รายได้รวมของหนังพุ่งขึ้นทะลุ 1,400 ล้านบาทแล้ว
🎬Power of “Touching” ภาพยนตร์ ‘หลานม่า‘ ประสบความสำเร็จจากการสะท้อนเรื่องจริงของครอบครัวเชื้อสายจีนในประเทศไทย เป็นหนังที่ได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นหนังที่ทำให้คนดูร้องไห้ซาบซึ้งมาแล้วทุกประเทศ
ในการฉายเพียง 2 วันในรอบ preview หนัง“หลานม่า” สามารถทำรายได้มากถึง $380,000 (13.3 ล้านบาท)
โดยหนัง“หลานม่า” ยังมีคิวฉายอีกหลายประเทศหลังจากจีน
🇺🇸อเมริกา เริ่มฉายเดือนกันยายน
🇰🇷เกาหลีใต้ เริ่มฉายเดือนตุลาคม
🇳🇱เนเธอร์แลนด์ เริ่มฉายวันที่ 10 ตุลาคม
🇧🇪 เบลเยี่ยม เริ่มฉาย 13 พฤศจิกายน
🇬🇧อังกฤษและ 🇮🇪 ไอร์แลนด์ เดือนธันวาคม
และอินเดีย แต่ยังไม่มีกำหนดฉาย
“หลานม่า” เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่จะได้เข้าฉายในประเทศ Benelux (Belgium Netherland Luxemburg)
📈รัฐบาลไทยควรสนับสนุนการต่อยอดหนังไทย เริ่มจากหนัง “หลานม่า” เพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมหนังไทยพัฒนาในแบบฉบับวัฒนธรรมความเป็นไทยและชูจุดแข็งของผู้กำกับคนไทยในการสร้างหนังผี หนังครอบครัว หนังที่แสดงออกถึงคว่มเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย เช่นที่หนัง ”
“พี่มาก…พระโขนง“ ปี 2556: (วัฒนธรรมไทยแทรกความขบขัน โรแมนติกแบบไทย บนโครงสร้างหนังสยองขวัญ) โดยมีการฉายในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาวและไต้หวัน
แม้หนัง“พี่มาก….พระโขนง” จะสามารถเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดของไทยด้วยยอดรายได้รวม ทำเงินในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่
“ฉลาดเกมส์โกง“ ปี 2560 (วัฒนธรรมไทยอนวจารกรรม ระทึกขวัญยนโครงสร้างหนังสืบสวน) เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ในต่างประเทศสูงสุดตลอดกาลที่ มากกว่า “องค์บาก” (515 ล้านบาท) และชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (231 ล้านบาท) โดยทำรายได้ทั่วโลก 889.7 ล้านบาท
โดย“ฉลาดเกมส์โกง” ออกฉายในต่างประเทศเริ่มที่ลาว สิงคโปร์ กัมพูชา บรูไน อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น
ไต้หวัน 🇹🇼 (131 ล้านบาท)
มาเลเซีย 🇲🇾 (68 ล้านบาท)
ฮ่องกง 🇭🇰 (101 ล้านบาท)
จีน 🇨🇳 (1,347 ล้านบาท)
ออสเตรเลีย 🇦🇺 (3.07 ล้านบาท)
นิวซีแลนด์ 🇳🇿 (0.18 ล้านบาท)
เกาหลีใต้ 🇰🇷 (3.88 ล้านบาท)
🎬💰🇨🇳🇹🇼🇦🇺🇳🇿🇮🇩🇲🇾🇸🇬🇭🇰จากความสำเร็จของหนังสามเรื่องโดยเฉพาะ “หลานม่า” และ “ฉลาดเกมส์โกง” ทำรายได่ในต่างประเทศได้สูงมากกว่า 500 ล้านบาทสำหรับ “ฉลาดเกมส์โกง”
แต่สำหรับ “หลานม่า” จนถึงตอนนี้ สามารถทำรายได้ในต่างประเทศได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทแล้ว อีกทั้งยังเพิ่งเข้าฉายที่จีน และยังมีโปรแกรมฉายในอีกหลายประเทศ เชื่อว่าน่าจะสร้างรายได้ในต่างประเทศสูงกว่า 2,000 ล้านบาท
📈💰🇹🇭👵👦อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จ
หากลองพิจารณาเนื่อเรื่อง เชื่อว่า สิ่งที่ทำให้หนัฃ “หลานม่า” ประสบความสำเร็จอย่างมากในต่างประเทศ คือ “เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ครอบครัวที่มีบท ”twist” จากหลานที่ตั้งใจมาปรนนิบัติอาม่าเพื่อผลประโยชน์ กลายมาเป็นความรัก ความผูกพัน
รวมทั้งการดิ้นรน ต่อสู้ของลูกหลาน ในขณะที่พยายามจะรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จรรยาบรรณ เช่นความกตัญญู หน้าที่การดูแลบิดามารดาและครอบครัวตนเอง ความรักของมารดาอละการให้ความช่วยเหลือต่อลูกหลานที่ไม่เข้มแข็ง จึงทำให้ดูเสมือนมีความไม่เป็นธรรมต่อลูกแต่ละคน
จากข้อสังเกต แม้บทจะไม่มีอะไรที่โดดเด่น เรื่องราวสามารถคาดเดาได้ง่าย แต่สิ่งที่ทำให้หนังสามารถเข้าถึงผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย หลายศาสนา คือ ความอ่อนโยน ความกตัญญู ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่
ด้วยการเดินเรื่องราวที่ไม่ช้า ไม่เร็วเกินไป ทำให้ผู้ชมสามารถค่อยๆ ซึมซับ ดื่มด่ำและเข้าถึงเรื่องรางมี่ผูกโยงด้วยสายใยครอบครัว จึงทำให้เกิด “Power of Touching the Touching Appreciation”
คนไทย วัฒนธรรมไทยเรามีจุดเด่นคือ อัธยาศัยไมตรี ความกตัญญ การเคารพผู้ใหญ่ผู้สูงอายุกว่า สื่งนี้ทำให้ไทยเราโดดเด่นในธุกิจการท่องเที่ยว การโรงแรม การบริการต่างๆ ร้านอาหาร สปา โรงพยาบาล สายการบิน ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ล้วนต้องการบุคลากรที่มีคุณบีติที่เป็นจุดเด่นแบบที่คนไทยเรามี
ดังนั้นรัฐบาลไทยเราน่าจะพัฒนาต่อยอดหนังไทย บนจุดแข็งที่เรามี เช่น
🎥หนังครอบครัวที่เน้นความรัก (หลานม่า) ความผูกพันธ์มากกว่าการต่อสู้แย่งชิง (สืบสันดาน)
🎥หนังที่มีบทเข้มข้นแบบที่ผู้ชมเดาไม่ง่าย (มี twist) เช่น ฉลาดเกมส์โกง
🎥หนังเขย่าขวัญ สยองขวัญที่เน้นความผูกพันธ์ แทรกมุขตลกแบบสากล (พี่มาก ชัตเตอร์)
🎥หนังบู๊ที่เน้นความสามารถศิลปะการต่อสู้แต่ต้องมีบทที่ดี สมเหตุสมผล (องค์บาก)
หวังว่า ไทยเราจะสามารถสร้าง T-pop เพื่อไปแข่งขันกับ K-pop J-pop Hollywood และ Ballywood ในแบบฉบับของเราคนไทย
#aiคิดต่างอย่างพี่หมู #หลานม่า #howtomakemillionsbeforegrandmadies #SoftpowerThailand