สภาวิชาชีพ-สมาคมนักข่าว ร้อง วันนอร์ สอบ บิ๊กป้อม ปมหยุมหัวนักข่าว ยันไร้เกมการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_4746722
‘สภาวิชาชีพ-สมาคมนักข่าว’ ร้อง ‘วันนอร์’ สอบ ‘บิ๊กป้อม’ ปม หยุมหัวนักข่าว ยันไร้เกมการเมือง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 สิงหาคม ที่รัฐสภา สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนาย
คัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับแทน เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
โดย นาย
สุปัน รักเชื้อ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ กล่าวว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ได้แสดงพฤติกรรมใช้กำลังต่อผู้สื่อข่าวที่ตั้งคำถามสัมภาษณ์ ภายหลังรับทราบมติการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทางสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ติดตามตรวจสอบด้วยความห่วงใย จากภาพเหตุการณ์ดังกล่าวยืนยันว่าเป็นการแสดงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเกินกว่าปกติวิสัยของการพูดคุยหยอกล้อกันด้วยความคุ้นเคยระหว่างผู้สื่อข่าวกับแหล่งข่าว แต่เป็นการแสดงอาการโกรธเกรี้ยวและใช้กำลังคุกคามผู้สื่อข่าวที่ตั้งคำถามสัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัว
จึงขอตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ข้อ 12 และข้อ 13 เพื่อให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและสอบหาข้อเท็จจริงตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาที่กำหนดต่อไป
เมื่อถามว่าเป็นการเดินเกมทางการเมืองหรือไม่ นาย
สุปันกล่าวว่า ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เราได้มีการหารือกันในทุกแง่มุมโดยไม่มีท่าทีทางการเมือง บางคนวิจารณ์ว่าการทำงานอาจจะช้าไปหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า การออกแถลงการณ์แต่ละครั้งต้องมีเหตุมีผลเพียงพอ ไม่เช่นนั้นก็เหมือนกระดาษเปล่าเพียงแผ่นเดียว
กรุงไทยคาดเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 67 ยังเติบโตจำกัด
https://tna.mcot.net/business-1408364
กรุงเทพฯ 21 ส.ค.- Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือของปียังเติบโตได้จำกัด ชี้การบริโภคภาคเอกชนอาจอ่อนแอลง การลงทุนภาคเอกชนแผ่วลง ส่งออกถูกกดดันจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์-สงครามการค้า-สินค้าจีนตีตลาด
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/2567 เติบโต 2.3%YoY หรือขยายตัวเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน 0.8%QoQSA สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งประเมินไว้ที่ 2.1%YoY โดยในช่วงครึ่งปีแรกจีดีพีขยายตัวได้ 1.9%YoY ทั้งนี้สภาพัฒน์ปรับช่วงประมาณการอัตราการขยายตัวของจีดีพีปี 2567 เป็นช่วง 2.3-2.8% (ค่ากลางที่ 2.5%) จากเดิมในช่วง 2.0-3.0% เมื่อเดือน พ.ค. 2567
Krungthai COMPASS มองเศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้ายังเปราะบาง โดยประเมินว่าตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นผลสะท้อนของงบประมาณปี 2567 ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ แต่หลังจากต้นไตรมาส 3/2567 เป็นต้นมา มีสัญญาณการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐซึ่งเร่งตัวขึ้น และคาดว่าจะกลับมาเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภค การลงทุน และการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีว่าจะอยู่ในทิศทางเช่นใด จากความเสี่ยงด้านต่ำที่จะกดดันในระยะข้างหน้า โดย (1) การบริโภคภาคเอกชนอาจอ่อนแอลงเนื่องจากกำลังซื้อถูกกดดันด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงโดยดัชนีของกระทรวงพาณิชย์ล่าสุดในเดือน ก.ค. ต่ำกว่า 50.0 ถือเป็นการเข้าสู่ระดับไม่เชื่อมั่นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 เดือน (2) การลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มแผ่วลง เนื่องจากผู้ประกอบการกำลังประสบกับอุปสรรคหลายด้าน ทั้งต้นทุนค่าแรงและโลจิสติกส์ในระดับสูง รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2/2567 กลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี (10 ไตรมาส) ทั้งยังมีสัญญาณว่าการลงทุนภาคเอกชนระยะข้างหน้าจะอ่อนแอลงจากการติดลบของตัวเลขการนำเข้าสินค้าทุน ขณะที่ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัว และ (3) การส่งออกยังมีความเสี่ยงด้านต่ำที่กดดันเพิ่มเติม ทั้งปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนการตีตลาดของสินค้าจีน
หากวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากการรุกตลาดของสินค้าจีนเข้ามาในไทยและกลุ่มอาเซียน เพื่อระบายสินค้าซึ่งผลิตล้นเกินออกมาท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยกระดับ จะพบว่า ส่วนแบ่งตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมไทยในอาเซียนลดลง โดยเฉพาะในสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ที่สัดส่วนสินค้าจากไทยลดลง ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าลดจาก 12.7% (1Q/66) เหลือ 11.5% (1Q/67) ขณะที่รถยนต์ลดลงจาก 20.9% (1Q/66) เหลือ 18.7% (1Q/67) เป็นผลจากที่จีนได้ส่งออกสินค้ามาแข่งขันในตลาดอาเซียนมากขึ้น ปัจจัยข้างต้นจะส่งผลลบต่อการผลิต การส่งออก และการลงทุนภาคเอกชน ทั้งอาจกดดันโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไปข้างหน้า.-516.-สำนักข่าวไทย
สธ.แถลงด่วน พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร Clade 1 รายแรกในไทยแล้ว เดินทางจากคองโก
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_4746765
สธ.แถลงด่วน พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร Clade 1 รายแรกในไทยแล้ว เดินทางมาจากคองโก
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค เตรียมแถลงข่าวด่วน กรณีพบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษวานร (MPox) สายพันธุ์ Clade 1 รายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศคองโก
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคฝีดาษวานร ในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกามีสถานะเป็น “
ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป
JJNY : ร้องสอบป้อม ปมหยุมหัว│คาดศก.ไทยครึ่งหลัง 67 ยังโตจำกัด│พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร 1 ราย│WHO ย้ำฝีดาษวานรไม่รุนแรง
https://www.matichon.co.th/politics/news_4746722
‘สภาวิชาชีพ-สมาคมนักข่าว’ ร้อง ‘วันนอร์’ สอบ ‘บิ๊กป้อม’ ปม หยุมหัวนักข่าว ยันไร้เกมการเมือง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 สิงหาคม ที่รัฐสภา สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับแทน เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
โดย นายสุปัน รักเชื้อ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ กล่าวว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ได้แสดงพฤติกรรมใช้กำลังต่อผู้สื่อข่าวที่ตั้งคำถามสัมภาษณ์ ภายหลังรับทราบมติการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา
ทางสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ติดตามตรวจสอบด้วยความห่วงใย จากภาพเหตุการณ์ดังกล่าวยืนยันว่าเป็นการแสดงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเกินกว่าปกติวิสัยของการพูดคุยหยอกล้อกันด้วยความคุ้นเคยระหว่างผู้สื่อข่าวกับแหล่งข่าว แต่เป็นการแสดงอาการโกรธเกรี้ยวและใช้กำลังคุกคามผู้สื่อข่าวที่ตั้งคำถามสัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัว
จึงขอตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ข้อ 12 และข้อ 13 เพื่อให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและสอบหาข้อเท็จจริงตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาที่กำหนดต่อไป
เมื่อถามว่าเป็นการเดินเกมทางการเมืองหรือไม่ นายสุปันกล่าวว่า ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เราได้มีการหารือกันในทุกแง่มุมโดยไม่มีท่าทีทางการเมือง บางคนวิจารณ์ว่าการทำงานอาจจะช้าไปหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า การออกแถลงการณ์แต่ละครั้งต้องมีเหตุมีผลเพียงพอ ไม่เช่นนั้นก็เหมือนกระดาษเปล่าเพียงแผ่นเดียว
กรุงไทยคาดเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 67 ยังเติบโตจำกัด
https://tna.mcot.net/business-1408364
กรุงเทพฯ 21 ส.ค.- Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือของปียังเติบโตได้จำกัด ชี้การบริโภคภาคเอกชนอาจอ่อนแอลง การลงทุนภาคเอกชนแผ่วลง ส่งออกถูกกดดันจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์-สงครามการค้า-สินค้าจีนตีตลาด
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/2567 เติบโต 2.3%YoY หรือขยายตัวเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน 0.8%QoQSA สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งประเมินไว้ที่ 2.1%YoY โดยในช่วงครึ่งปีแรกจีดีพีขยายตัวได้ 1.9%YoY ทั้งนี้สภาพัฒน์ปรับช่วงประมาณการอัตราการขยายตัวของจีดีพีปี 2567 เป็นช่วง 2.3-2.8% (ค่ากลางที่ 2.5%) จากเดิมในช่วง 2.0-3.0% เมื่อเดือน พ.ค. 2567
Krungthai COMPASS มองเศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้ายังเปราะบาง โดยประเมินว่าตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นผลสะท้อนของงบประมาณปี 2567 ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ แต่หลังจากต้นไตรมาส 3/2567 เป็นต้นมา มีสัญญาณการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐซึ่งเร่งตัวขึ้น และคาดว่าจะกลับมาเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภค การลงทุน และการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีว่าจะอยู่ในทิศทางเช่นใด จากความเสี่ยงด้านต่ำที่จะกดดันในระยะข้างหน้า โดย (1) การบริโภคภาคเอกชนอาจอ่อนแอลงเนื่องจากกำลังซื้อถูกกดดันด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงโดยดัชนีของกระทรวงพาณิชย์ล่าสุดในเดือน ก.ค. ต่ำกว่า 50.0 ถือเป็นการเข้าสู่ระดับไม่เชื่อมั่นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 เดือน (2) การลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มแผ่วลง เนื่องจากผู้ประกอบการกำลังประสบกับอุปสรรคหลายด้าน ทั้งต้นทุนค่าแรงและโลจิสติกส์ในระดับสูง รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2/2567 กลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี (10 ไตรมาส) ทั้งยังมีสัญญาณว่าการลงทุนภาคเอกชนระยะข้างหน้าจะอ่อนแอลงจากการติดลบของตัวเลขการนำเข้าสินค้าทุน ขณะที่ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัว และ (3) การส่งออกยังมีความเสี่ยงด้านต่ำที่กดดันเพิ่มเติม ทั้งปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนการตีตลาดของสินค้าจีน
หากวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากการรุกตลาดของสินค้าจีนเข้ามาในไทยและกลุ่มอาเซียน เพื่อระบายสินค้าซึ่งผลิตล้นเกินออกมาท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยกระดับ จะพบว่า ส่วนแบ่งตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมไทยในอาเซียนลดลง โดยเฉพาะในสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ที่สัดส่วนสินค้าจากไทยลดลง ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าลดจาก 12.7% (1Q/66) เหลือ 11.5% (1Q/67) ขณะที่รถยนต์ลดลงจาก 20.9% (1Q/66) เหลือ 18.7% (1Q/67) เป็นผลจากที่จีนได้ส่งออกสินค้ามาแข่งขันในตลาดอาเซียนมากขึ้น ปัจจัยข้างต้นจะส่งผลลบต่อการผลิต การส่งออก และการลงทุนภาคเอกชน ทั้งอาจกดดันโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไปข้างหน้า.-516.-สำนักข่าวไทย
สธ.แถลงด่วน พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร Clade 1 รายแรกในไทยแล้ว เดินทางจากคองโก
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_4746765
สธ.แถลงด่วน พบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร Clade 1 รายแรกในไทยแล้ว เดินทางมาจากคองโก
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค เตรียมแถลงข่าวด่วน กรณีพบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษวานร (MPox) สายพันธุ์ Clade 1 รายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศคองโก
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคฝีดาษวานร ในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกามีสถานะเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป