แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ มิจฉาชีพสวมรอยเป็นเพื่อนสนิท ทั้งน้ำเสียง การพูด เหมือนจนเชื่อ โอนเงินให้ครึ่งแสน เสียเงินเก็บก้อนสุดท้าย ลั่นไม่เจอกับตัวไม่รู้
น.ส.จารุวรรณ ผู้เสียหาย โทรศัพท์มาร้องเรียนกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหาตน เมื่อรับสาย มิจฉาชีพปลายสายถามตนว่า ‘ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ ทายสิฉันชื่ออะไร’
เมื่อตนบอกว่าทายไม่ถูก มิจฉาชีพจึงบอกว่า ‘แกจำฉันไม่ได้เหรอ’ ก่อนจะบอกว่าชื่อ เนล และเปลี่ยนเบอร์ใหม่ เป็นเบอร์นี้ ซึ่งเป็นชื่อเพื่อนตนจริง จากนั้นก็ถามไถ่ความเป็นอยู่กันว่า ตอนนี้ทำงานอะไร ทำงานที่ไหน ซึ่งน้ำเสียง ลักษณะการพูดคุยนั้นคล้ายกับเพื่อนตนมาก ตนจึงเชื่อว่าเป็นเพื่อนตนจริง ๆ ไม่ได้สังหรณ์ใจเลย
น.ส.จารุวรรณ เล่าต่อว่า เช้าวันรุ่งขึ้นวันที่ 15 ส.ค.67 ช่วงเวลาก่อน 10.00 น. มิจฉาชีพโทรมาหาตนอีกครั้ง พร้อมบอกว่า ตอนนี้กำลังมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ขอให้ตนโอนเงินให้ก่อน 50,000 บาท โดยอ้างว่าแอปฯ ธนาคารล่ม อีกทั้งร้านเฟอร์นิเจอร์ยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นรถหมดแล้ว จะให้เขายกลงก็เกรงใจ
ตนจึงบอกไปว่ามีแค่ 40,000 บาท และไม่แน่ใจว่าจะโอนได้หรือไม่ เพราะแอปฯ ธนาคารของตนก็มักจะล่มเหมือนกัน แต่วันนั้นกลับโอนได้ โดยไม่มีปัญหา จากนั้นมิจฉาชีพก็โทรมาขอตนอีก 50,000 บาท บอกว่าค่าเฟอร์นิเจอร์ 100,000 บาท พร้อมบอกว่าจะจ่ายดอกเบี้ย 5,000 บาท
แต่ตนก็บอกไปว่า ตนมีไม่ถึง มิจฉาชีพจึงถามอีกว่ามีถึง 10,000 บาทหรือไม่ ตนจึงโอนไปให้อีก 8,000 บาท รวมแล้ว 48,000 บาท จากนั้นก็ไม่รับการติดต่อกลับมาอีกเลย
ตนจึงทักไลน์ของเพื่อนรายนี้ไปเพื่อถามว่า เมื่อไหร่จะโอนเงินคืน แต่เพื่อนกลับตอบมาว่า ตนส่งผิดแชทหรือไม่ ตนจึงถามต่อว่า สรุปใช้ไลน์ไหนกันแน่ สุดท้ายตนจึงรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วแน่ ๆ
ยอมรับว่า ตอนนั้นตนตั้งสติไม่ได้เลย แต่ก็รีบโทรหาเจ้าหน้าที่ธนาคารที่รู้จัก เพื่อจะอายัดบัตร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากตนเป็นคนโอนเอง จากนั้นตนจึงไปแจ้งความออนไลน์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับตนว่าให้ทำใจเอาไว้ได้เลยว่า ไม่มีโอกาสได้เงินคืน
น.ส.จารุวรรณ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกเพียงลำพัง และเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายของตน อีกทั้งช่วงสิ้นเดือนนี้ ตนจะต้องออกจากงานด้วย ตนอยากเตือนทุกคนว่าไม่เจอกับตัวไม่รู้จริง ๆ ต้องตั้งสติให้มาก...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_9367871
‘แกจำฉันไม่ได้เหรอ’ ประโยคฮิต มิจฉาชีพ แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้
น.ส.จารุวรรณ ผู้เสียหาย โทรศัพท์มาร้องเรียนกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหาตน เมื่อรับสาย มิจฉาชีพปลายสายถามตนว่า ‘ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ ทายสิฉันชื่ออะไร’
เมื่อตนบอกว่าทายไม่ถูก มิจฉาชีพจึงบอกว่า ‘แกจำฉันไม่ได้เหรอ’ ก่อนจะบอกว่าชื่อ เนล และเปลี่ยนเบอร์ใหม่ เป็นเบอร์นี้ ซึ่งเป็นชื่อเพื่อนตนจริง จากนั้นก็ถามไถ่ความเป็นอยู่กันว่า ตอนนี้ทำงานอะไร ทำงานที่ไหน ซึ่งน้ำเสียง ลักษณะการพูดคุยนั้นคล้ายกับเพื่อนตนมาก ตนจึงเชื่อว่าเป็นเพื่อนตนจริง ๆ ไม่ได้สังหรณ์ใจเลย
น.ส.จารุวรรณ เล่าต่อว่า เช้าวันรุ่งขึ้นวันที่ 15 ส.ค.67 ช่วงเวลาก่อน 10.00 น. มิจฉาชีพโทรมาหาตนอีกครั้ง พร้อมบอกว่า ตอนนี้กำลังมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ขอให้ตนโอนเงินให้ก่อน 50,000 บาท โดยอ้างว่าแอปฯ ธนาคารล่ม อีกทั้งร้านเฟอร์นิเจอร์ยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นรถหมดแล้ว จะให้เขายกลงก็เกรงใจ
ตนจึงบอกไปว่ามีแค่ 40,000 บาท และไม่แน่ใจว่าจะโอนได้หรือไม่ เพราะแอปฯ ธนาคารของตนก็มักจะล่มเหมือนกัน แต่วันนั้นกลับโอนได้ โดยไม่มีปัญหา จากนั้นมิจฉาชีพก็โทรมาขอตนอีก 50,000 บาท บอกว่าค่าเฟอร์นิเจอร์ 100,000 บาท พร้อมบอกว่าจะจ่ายดอกเบี้ย 5,000 บาท
แต่ตนก็บอกไปว่า ตนมีไม่ถึง มิจฉาชีพจึงถามอีกว่ามีถึง 10,000 บาทหรือไม่ ตนจึงโอนไปให้อีก 8,000 บาท รวมแล้ว 48,000 บาท จากนั้นก็ไม่รับการติดต่อกลับมาอีกเลย
ตนจึงทักไลน์ของเพื่อนรายนี้ไปเพื่อถามว่า เมื่อไหร่จะโอนเงินคืน แต่เพื่อนกลับตอบมาว่า ตนส่งผิดแชทหรือไม่ ตนจึงถามต่อว่า สรุปใช้ไลน์ไหนกันแน่ สุดท้ายตนจึงรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วแน่ ๆ
ยอมรับว่า ตอนนั้นตนตั้งสติไม่ได้เลย แต่ก็รีบโทรหาเจ้าหน้าที่ธนาคารที่รู้จัก เพื่อจะอายัดบัตร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากตนเป็นคนโอนเอง จากนั้นตนจึงไปแจ้งความออนไลน์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับตนว่าให้ทำใจเอาไว้ได้เลยว่า ไม่มีโอกาสได้เงินคืน
น.ส.จารุวรรณ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกเพียงลำพัง และเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายของตน อีกทั้งช่วงสิ้นเดือนนี้ ตนจะต้องออกจากงานด้วย ตนอยากเตือนทุกคนว่าไม่เจอกับตัวไม่รู้จริง ๆ ต้องตั้งสติให้มาก...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_9367871