สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
คหสต. ผมมองว่า BYD ยังน่าซื้อและยังคงเป็น 1 ในตัวเลือกอันดับแรกๆ เพราะมีตัวเลือกทั้งแบบ EV และแบบ Hybrid
ถ้าจะพิจารณาเรื่องประหยัดต้องแยกเป็นเรื่องๆเป็นจุดๆ
เรื่อง "" ประหยัด"" ที่เห็นชัดเจน
- ราคาตัวรถที่ทำราคาออกมาดี โปรโมชั่นแรง ทำให้ได้ส่วนต่างราคาตรงนั้นทันที เมื่อเทียบกับ รถน้ำมันต์ ใน Segmentเดียวกัน และออฟชั่นที่มากกว่า ในขณะที่บางคนต้องไปติดตั้งเพิ่ม
- ค่าน้ำมันต่อเดือนที่หายไปเยอะ จากที่ผมเคยใช้น้ำมันเดือนละ 4–5 พัน เปลี่ยนมา EV เหลือค่าไฟหลักร้อยถึงพันต้น ๆ ต่อเดือนจริง ๆ
- ค่าเซอร์วิสพื้นฐานบางอย่างถูกกว่า เพราะไม่มีน้ำมันเครื่อง, หัวเทียน, กรองน้ำมัน ฯลฯ อะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยก็หายไป
- ประกันตัวรถ Rever care ที่มีประกันตัวรถยาวๆ 8 ปี หรือ 160,000 Km ในขณะที่รถน้ำมันส่วนใหญ่ได้ไม่เกิน 3 - 5 ปี และบางค่ายต้องเสียเงินซื้อประกันเพิ่มด้วยซ้ำ
เรื่องที่ ไม่ประหยัด ที่เห็นชัดในกลุ่มรถไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ BYD
- ค่า ประกันภัยรถยนต์ ของ EV ส่วนใหญ่แพงกว่ารถน้ำมันในคลาสเดียวกัน เพราะบริษัทประกันมองว่าค่าอะไหล่สูง +ความเสี่ยงเรื่องซ่อมเฉพาะทาง บางคนจ่ายเบี้ยแพงขึ้นปีละหลายพันถึงหลักหมื่น
- อะไหล่เฉพาะบางชิ้น เช่น ชุดไฟ/มอเตอร์/แบต แม้จะอยู่ในประกัน แต่ถ้าหมดประกันแล้วราคาสูงจริง ๆ อันนี้ต้องเตรียมใจไว้เลย
- ชิ้นเล็ก ๆ เช่น กันชน/ไฟท้าย ถ้าเกิดอุบัติเหตุเบา ๆ ราคาอะไหล่ก็อาจสูงกว่ารถญี่ปุ่นที่ศูนย์มีอะไหล่เก็บอยู่แล้ว
ถ้าบวกลบเรื่องความประหยัด นับผลลัพธ์ปลายทางแล้ว ผมก็ยังมองว่าคุ้มกว่า ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งคุ้ม
คำแนะนำในมุมผมส่วนตัวละกันนะครับ
อยากให้มองเรื่องการใช้งานตัวคุณเป็นหลักดีกว่า รับเงื่อนไขบางอย่างได้มั้ยถ้า EV 100% ถ้าไม่ได้ก็ไป Hybrid แทนก็ Playsave กว่า
หรือ ถ้าอยากได้ความคุ้มค่าในภาพรวม ก่อนซื้อควรลองคำนวณ ค่าไฟ +ค่าประกัน +ค่าเสื่อม รวมกัน เทียบกับรถน้ำมันในงบใกล้ ๆ กันครับ จะได้ไม่คาดหวังเกินจริง..
แสดงความคิดเห็น
ปัจจุบันBYDยังน่าซื้ออยู่ไหม
แล้วรถแบบเติมน้ำมันกับไฟฟ้าเอาจริงๆแล้วแบบไหนประหยัดเงินมากกว่ากัน