สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
พอเค้าทำละครเชิงสร้างสรรค์สังคมก็เนาะ
ไม่ใช่วิจารณ์ไม่ได้แต่ให้กำลังใจคนทำงานกันด้วย…
ชีวิตจริงในวิชาชีพไม่มีมุมมืดทางจริยธรรมกันเลยหรอ ถามจริง
ในละครก็เสนอมุมมืด มุมสว่างพอให้ข้อคิดได้แหละ
ใดใดนี่ก็ไม่ใช่ละครคุณธรรมจ๋างั้นจะมาหายนะไรก่อน…
ไม่ใช่วิจารณ์ไม่ได้แต่ให้กำลังใจคนทำงานกันด้วย…
ชีวิตจริงในวิชาชีพไม่มีมุมมืดทางจริยธรรมกันเลยหรอ ถามจริง
ในละครก็เสนอมุมมืด มุมสว่างพอให้ข้อคิดได้แหละ
ใดใดนี่ก็ไม่ใช่ละครคุณธรรมจ๋างั้นจะมาหายนะไรก่อน…
สมาชิกหมายเลข 2707660 สยอง, barbawara ถูกใจ, Pockapang ถูกใจ, Por..TU.. ถูกใจ, Yayeem ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7961508 ถูกใจ, หมีน้อยกินผึ้ง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1296853 ถูกใจ, ผึ้งน้อยดอยสะเก็ด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5643725 ถูกใจรวมถึงอีก 7 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
เราก็เคยทำงานตรงนี้นะคะ เรามองว่าวิจารณ์แบบมีอคติเกินไป คือเข้าใจได้ แต่ลืมมองเนื้อหาอีกด้านของละคร เป็นการตีความละครที่ไม่ถูกนัก
1 ฝนกับไม้มีความสัมพันธ์กันในวันที่ไม้เป็นทนาย ฝนลาออกแล้ว
2 ตอนเจอกันรอบแรก ฝนไม่ได้คบกับไม้ และเดินออกมาจากชีวิตไม้ทันทีที่ไม้คิดเกินเลย
3 สิ่งเดียวที่ฝนผิดคือให้ความสนิทสนม แต่ฝนคิดได้และหยุดแล้ว มาคบกันตอนโต ลาออกแล้ว อันนี้คือไม่ผิดจรรยาบรรณตรงไหน
4 ถ้าฝนมีความสัมพันธ์กับไม้ ในขณะที่ไม้เป็นเหยื่อ ฝนถึงผิด แต่ในละคร ฝนแยกย้าย กลับมาเจอกัน ไม้เป็นทนาย ฝนลาออกจากงาน ไม่ได้มีสถานะเหยื่อและผู้ให้ความช่วยเหลืออีกต่อไป
ขอแนบมุมมองนักสังคมสงเคราะห์คนอื่น มุมอื่นไว้นะคะ ดิชั้นค่อนข้างเห็นต่างกับการตีความเพจนี้
https://pantip.com/topic/42845000?sc=1aZY3ed
https://pantip.com/topic/42831411?sc=7q2LfKA
https://pantip.com/topic/42847123?sc=VUe3Aou
1 ฝนกับไม้มีความสัมพันธ์กันในวันที่ไม้เป็นทนาย ฝนลาออกแล้ว
2 ตอนเจอกันรอบแรก ฝนไม่ได้คบกับไม้ และเดินออกมาจากชีวิตไม้ทันทีที่ไม้คิดเกินเลย
3 สิ่งเดียวที่ฝนผิดคือให้ความสนิทสนม แต่ฝนคิดได้และหยุดแล้ว มาคบกันตอนโต ลาออกแล้ว อันนี้คือไม่ผิดจรรยาบรรณตรงไหน
4 ถ้าฝนมีความสัมพันธ์กับไม้ ในขณะที่ไม้เป็นเหยื่อ ฝนถึงผิด แต่ในละคร ฝนแยกย้าย กลับมาเจอกัน ไม้เป็นทนาย ฝนลาออกจากงาน ไม่ได้มีสถานะเหยื่อและผู้ให้ความช่วยเหลืออีกต่อไป
ขอแนบมุมมองนักสังคมสงเคราะห์คนอื่น มุมอื่นไว้นะคะ ดิชั้นค่อนข้างเห็นต่างกับการตีความเพจนี้
https://pantip.com/topic/42845000?sc=1aZY3ed
https://pantip.com/topic/42831411?sc=7q2LfKA
https://pantip.com/topic/42847123?sc=VUe3Aou
สมาชิกหมายเลข 2707660 ขำกลิ้ง, Pockapang ถูกใจ, หมีน้อยกินผึ้ง ถูกใจ, ผึ้งน้อยดอยสะเก็ด ถูกใจ, ToR_GerRarD ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 952858 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1060009 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6388123 ถูกใจ, ปิกาปิก้า ถูกใจ, Por..TU.. ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
ได้อ่านแล้วเหมือนกันเมื่อคืน เราเห็นต่างกับข้างต้น เพราะ สถานะไม้กับฝนเปลี่ยนไปแล้วหลัง 7 ปีที่แยกย้ายกันไป(7ปีนี่นานนะ ไม่เหมือนในละครไม่กี่วินาที) แม้จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์จะมาจากขณะฝนเป็นนักสังคมสงเคราะห์กับเหยื่อก็ตามนะ เราว่าทั้งคู่ได้ทบทวนตัวเองแล้วระดับหนึ่งในการเริ่มความสัมพันธ์กันใหม่นะและบรรลุนิติภาวะทั้งคู่
ในคอมเม้นท์มียกตัวอย่างอาชีพอื่นๆมาสนับสนุนด้วย เช่น ครูกับนักเรียน ซึ่ง ณ ขณะที่ดำรงสถานภาพดังกล่าวมีสุ่มเสี่ยงที่จะผิดจริยธรรม เพราะสถานะของสองคนต่างกัน ตรงนี้เราเห็นด้วยนะ เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขในการล่วงละเมิดได้เพราะสถานะเอื้อให้ทำเช่นนั้น เหมือนกับที่นิชาโดนกระทำในเรื่อง แต่เมื่อสถานะเปลี่ยนไป เช่น นักเรียนคนนั้นโตขึ้นมีวิชาชีพการงานแล้วจะกลับมารักครู เราว่าไม่ผิดนะ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นรักต้องห้าม อยากให้ดูตัวอย่าง ของประธานาธิบดีมาครง กับ ภรรยา นั่นก็มาจาก ครูและนักเรียนในวัยเด็กเช่นกัน
ต้องแยกแยะนะ
ในคอมเม้นท์มียกตัวอย่างอาชีพอื่นๆมาสนับสนุนด้วย เช่น ครูกับนักเรียน ซึ่ง ณ ขณะที่ดำรงสถานภาพดังกล่าวมีสุ่มเสี่ยงที่จะผิดจริยธรรม เพราะสถานะของสองคนต่างกัน ตรงนี้เราเห็นด้วยนะ เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขในการล่วงละเมิดได้เพราะสถานะเอื้อให้ทำเช่นนั้น เหมือนกับที่นิชาโดนกระทำในเรื่อง แต่เมื่อสถานะเปลี่ยนไป เช่น นักเรียนคนนั้นโตขึ้นมีวิชาชีพการงานแล้วจะกลับมารักครู เราว่าไม่ผิดนะ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นรักต้องห้าม อยากให้ดูตัวอย่าง ของประธานาธิบดีมาครง กับ ภรรยา นั่นก็มาจาก ครูและนักเรียนในวัยเด็กเช่นกัน
ต้องแยกแยะนะ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
3 HD (BEC)
ในวันที่ฝนพร่างพราย (ละคร)
เพจวิจารณ์บทละครในวันที่ฝนพร่างพราย
มาค่ะ มาถึง EP10 ของละคร #ในวันที่ฝนพร่างพราย แล้ว ก็คงสามารถยืนยันในส่วนของมหัตภัยความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่ไม่สามารถยอมรับได้ของละครเรื่องนี้ คือ ส่วนของเนื้อเรื่องที่ปลายฝน นักสังคมสงเคราะห์ ที่ได้ช่วยเหลือไม้ (พระเอก) และแม่จากเหตุความรุนแรงในครอบครัว กำลังจะได้กับไม้ อดีตเคสของตนเองที่ตอนนี้เติบโตมาเป็นทนายอาสาให้กับมูลนิธิที่ฝนทำงานอยู่
หายนะ ของหนังเรื่องนี้คือการที่ละครปูเส้นเรื่องและสื่อสารเรื่องราวความรักของฝน (นักสังคมสงเคราะห์) และไม้ (อดีตเคสที่ฝนเคยให้ความช่วยเหลือจากความรุนแรงในครอบครัว) โดยพยายาม romanticize ความรักนี้ให้เป็นความงดงามของคนสองคนที่ต่างเปราะบางและมีประวัติศาสตร์อันแสนเจ็บปวด โดยความเจ็บปวดและความเข้าอกเข้าใจที่เกิดขึ้นระหว่างกันนี้ ได้ถักทอเป็นเส้นใยรักที่แสนงดงาม
ด้วยเส้นเรื่องนี้ ก็คงอนุมานได้ว่าทั้งผู้เขียนหนังสือ และผู้เขียนบทละคร ไม่ได้มีความเข้าใจในบทบาทและการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์เลย หากเข้าใจก็รู้จักเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น เพราะองค์ประกอบสำคัญของการเป็นนักสังคมสงเคราะห์ นอกจากความรู้ ทักษะ ทัศนคติ แล้ว การดำรงตนอยู่ในจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพคือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ทุกคน
ตอนแรกแอดมินเองแอบคิดว่า เอ๊ะ หรือผู้จัดและคนแต่งต้องการสะท้อนการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ที่ไม่ดี และให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ แต่การติดตามบทสัมภาษณ์ของผู้จัด และจากงานเสวนาล่าสุดแล้ว ก็คงเป็นเรื่องสุดวิสัยจริง ๆ ที่ผู้จัดอาจจะยังไม่ทราบว่าความผิดของเนื้อเรื่องตรงนี้มันสะท้อนความไม่เข้าใจในวิชาชีพนี้ขนาดไหน แต่เราเชื่อว่า อะไรที่เกิดขึ้นแล้วดีทั้งนั้นค่ะ ก็ถือซะว่าเป็นโอกาสให้แอดอิน ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์สาวสวยคนหนึ่ง (สวยไม่แพ้ปลายฝน) ได้มีโอกาสชี้แจง เป็นประเด็นต่อจากละครได้เลยค่ะ
ทำไมนักสังคมสงเคราะห์ถึงรักกับเคสไม่ได้ ความรักเป็นสิ่งสวยงามไม่ใช่เหรอ นักสังคมสงเคราะห์ก็เป็นมนุษย์ป่ะ?
1. เราต้องตระหนักก่อนว่าโดยส่วนใหญ่แล้วนักสังคมสงเคราะห์ทำงานกับบุคคลที่อยู่สภาวะเปราะบางจากปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะความเปราะบางทางใจ ที่หลายต่อหลายครั้ง ผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ไม่ได้รับความรักอย่างเหมาะสมจากที่บ้าน หรือโดนผู้ใหญ่ที่ควรเป็นบุคคลที่ไว้วางใจ กลับทำให้รู้สึกหวาดกลัวและเปลี่ยวเหงา เคสในลักษณะนี้ หากไม่ได้รับผลกระทบในแง่ของการไว้เนื้อเชื่อใจคนยาก ก็อาจจะเป็นผู้ที่กำลังอยู่ในสภาวะโหยหาความรัก และการมีใครที่ไว้วางใจ หรือเป็นหลักยึดทางใจได้
2. ด้วยบทบาทหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์แล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเราตระหนักกันเสมอคือ "สิทธิพิเศษทางวิชาชีพ" และ "อำนาจเหนือทางวิชาชีพ" กล่าวคือ เราได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าถึงตัวกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีความเปราะบาง รับรู้ประวัติศาสตร์ชีวิต และล่วงรู้ไปในจุดที่เปราะบางที่สุดในชีวิตของพวกเขา บวกกับเป็นบุคคลที่ถือทรัพยากรและมีอำนาจตัดสินใจที่จะให้การช่วยเหลือ ทำให้เราตกอยู่ในสถานะที่ "สามารถล่วงละเมิดผู้ใช้บริการได้โดยง่าย" หากไม่มีกรอบจริยธรรม และจรรยาบรรณคอยกำกับเราให้อยู่ในลู่ในทาง
และหลายต่อหลายครั้งแอดมินเองก็เคยได้มีโอกาสเรียนรู้และได้ยินเหตุการณ์ที่ Helping Professions หรือคนที่อยู่ในวิชาชีพที่ให้การช่วยเหลือโดยเฉพาะผู้ให้คำปรึกษา เช่น นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิ องค์กรด้านมนุษยธรรม ได้ใช้สิทธิพิเศษนี้ค่อย ๆ กล่อมเกลา (grooming) ให้ผู้ใช้บริการรู้สึกรักและไว้วางใจ จนนำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศในที่สุด
หากย้อนกลับไปใน EP แรก ๆ เราจะเห็นว่าฝน ซึ่งเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ที่มิได้จบตรง และก็คงไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งก็นั่นทำให้ฝนไม่รู้จักการสร้าง "ขอบเขตทางวิชาชีพที่เหมาะสม" ตั้งแต่ต้นกับไม้ (Note ไว้ว่า ต่อให้นักสังคมสงเคราะห์จบตรง มีใบประกอบฯ ก็อาจจะเป็นพวกผีบ้าได้เช่นกัน แต่สองสิ่งนี้ควรเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการเข้าสู่การเป็นนักสังคมสงเคราะห์ในทุกองค์กร)
หลายต่อหลายครั้ง ฝนเป็นคนอนุญาตให้ไม้เข้ามาใกล้ชิด เป็นคนอนุญาตให้ไม้ได้มีความหวัง และวางตัวอย่างไม่เหมาะสม ทั้งการพบปะกับไม้สองต่อสอง การออกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ กับไม้นอกเหนือเวลางาน ไปกินหมูกระทะ นั่งรถเล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ปกติแล้ว นักสังคมสงเคราะห์ไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ เพราะผิดหลักการและจรรยาบรรณ! ซึ่งนั่นก็แสดงว่าฝนได้ใช้ "สิทธิพิเศษ และอำนาจทางวิชาชีพ" โดยมิชอบ
ฝนต้องตระหนักเสมอค่ะ ว่าฝนเจอไม้ ในขณะที่ตัวเองเป็นนักสังคมสงเคราะห์ และเจอกันในฐานะ นักสังคมสงเคราะห์ และ ผู้ใช้บริการ ไม่ใช่ไปเดินสะดุดเจอกันแถวสยาม และเกิดปิ้งปั้งกันจนกลายเป็นความรัก มันมีเรื่องบทบาทหน้าที่ทางวิชาชีพ อำนาจ สิทธิพิเศษ การใช้ประโยชน์จากความเปราะบางของผู้ใช้บริการมาก่อร่างสร้างรัก สิ่งนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องตระหนักรู้
ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ เป็นเรื่องปกติค่ะ ที่เคสจะจีบเรา แซวเรา นักสังคมสงเคราะห์หลายคนอิชั้นเชื่อว่าก็เคยเจอกัน แต่สิ่งที่พวกเราทำต่างไปจากฝนคือการตั้งขอบเขตทางวิชาชีพอย่างชัดเจน และชี้แจงให้ผู้ใช้บริการทราบว่า อะไรที่ทำได้ ทำไม่ได้ และไม่เหมาะสมที่จะทำ
3. มากไปกว่านั้น จากข้อมูลของละคร มีความก้ำกึ่งมากว่าฝนอาจจะได้เจอไม้ และทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านั้นในขณะที่ไม้ยังเป็นเด็กด้วยซ้ำ ซึ่งนี้ยิ่งเป็นประเด็นที่ไม่สามารถรับได้เข้าไปใหญ่ และจะยิ่งเป็นเรื่องร้ายแรงมากเข้าไปอีก
สรุปแล้ว เส้นเรื่องใหญ่สุดที่หนังกำลังนำเสนอ ซึ่งคือความรักของฝนและไม้ กลับกลายเป็นหายนะทางจริยธรรมทางวิชาชีพที่ไม่อาจยอมรับได้เลย บทเรียนสำคัญนี้คงส่งเสียงไปให้กับผู้แต่งหนังสือ ผู้จัดละคร ที่จำเป็นต้องศึกษาวิจัยบทให้ดีกว่านี้ และหาที่ปรึกษาทางวิชาชีพที่ช่วยดูเรื่องความถูกต้องแม่นยำทางวิชาการให้มาก ๆ นะคะ