JJNY : เข้าเว็บ แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ ไม่ได้│เลขาฯสภาแจงไม่มีอำนาจ│หุ้นเปิดตลาดวันแรกร่วง│“คิม”สั่งพักงาน-ไล่จนท.

กระทู้ข่าว
เอ๊ะยังไง? เข้าเว็บ แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ ไม่ได้ ชาวเน็ตคาดคนสนใจเยอะ จนเว็บล่ม
https://www.matichon.co.th/social/news_4681367
 
 
เอ๊ะยังไง? เข้าเว็บ แคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ ไม่ได้ ชาวเน็ตคาดคนสนใจเยอะ จนเว็บล่ม
 
จากกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ กรณีวุฒิการศึกษา พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ส.ว.กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย รวมถึง ผลงานวิทยานิพนธ์ กระทั่ง นายสนธิญา สวัสดี ได้ออกมาร้องกกต.ให้ตรวจสอบ

ล่าสุดมีล่าสุดไม่นานมานี้ได้มีการแชร์ข้อมูล และแบบฟอร์มการลงทะเบียนเพื่อเทียบวุฒิการศึกษา ของ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เอฟซีอี (California University, Foreign Credential Evaluation : FCE)
 
ทั้งนี้ พบว่า มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เอฟซีอี ระบุในเว็บไซต์ว่าเป็นองค์กรแบบครบวงจรที่ดำเนินงานร่วมกันหน่วยบริการสังคมหลายภาคส่วน และสมาคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อช่วยให้พลเมืองชาวสหรัฐอเมริกาและผู้อพยพบรรลุความฝันของอเมริกันชนเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้น
 
โดยก่อตั้งขึ้นในนามบริษัทเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่แสวงหาผลกำไร วัตถุประสงค์คือเพื่อสาธารณะและเพื่อการกุศล ซึ่งในเว็บไซต์ได้มี แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์ ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร และเลือก “ประเภทของการประเมินเทียบวุฒิการศึกษา” โดยแต่ละประเภทจะมีราคาบริการเทียบวุฒิที่ต่างกัน
 
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อได้เข้าไปในเว็บ https://cufce.org/ พบว่า ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ได้
โดยระบุว่า 

509 Bandwidth Limit Exceeded The server is temporarily unable to service your request due to bandwidth limit has 
been reached for this site. Please try again later.

ในขณะที่เข้าไปในลิงก์สำหรับกรอกแบบฟร์อมใบสมัครออนไลน์ ก็ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์นี้ได้เช่นกัน  ซึ่งชาวเน็ตหลายคนคาดว่า สาเหตุที่เข้าเว็บไม่ได้ มาจากมีคนสนใจเข้าเว็บไซต์จำนวนมาก จนเกิดลิมิต ทำให้เว็บอาจจะล่ม
 


เลขาฯสภา แจงไม่มีอำนาจรับรองปริญญาบัตร
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_746103/

เลขาฯสภา แจงไม่มีอำนาจรับรองปริญญาบัตร หลังถูกโยงรับรองวุฒิการศึกษาจาก California University ไม่ขอก้าวล่วงคุณสมบัต “สว.เกศกมล”
 
ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการแถลงข่าวพาดพิงว่า รัฐสภาไทยรับรองวุฒิการศึกษาจาก  California University ว่าสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไม่มีอำนาจรับรองปริญญาบัตรทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังไม่มีข้อกำหนดให้พิจารณา
  
คุณสมบัติของสส. ยกตัวอย่างการรายงานตัวของ สส.จะนำหลักฐาน วุฒิการศึกษา เพื่อประกอบเป็นข้อมูลส่วนบุคคลว่าสำเร็จการศึกษาในระดับใดเท่านั้น พร้อมย้ำว่าไม่มีอำนาจในการตรวจสอบว่าจบหรือสำเร็จการศึกษาจริงหรือไม่ ดังนั้นข้อความที่ถูกเผยแพร่ออกไปจึงไม่น่าจะถูกต้อง
 
ส่วนที่มีการกล่าวพาดพิง นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ ที่แจ้งว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่มีอำนาจเช่นเดียวกัน เพียงแต่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี2563 มีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก และบุคคล ภายนอกทำหนังสือมาถึงประธานสภา เมื่อพิจารณาแล้วเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับว่า บุคคลดังกล่าวได้รับความเสียหาย จึงให้โอกาสในการชี้แจงเท่านั้น
 
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ต้องมีการปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าในนามสำนักงานฯ จะดำเนินการอย่างไรต่อไปเนื่องจาก ข้อความที่รัฐสภาทุกพาดพิง มีการเผยแพร่ในต่างประเทศ ขณะที่กรณีของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ที่กำลังเป็นประเด็นเรื่องวุฒิการศึกษา จากมหาวิทยาลัยดังกล่าวนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าขอไม่ก้าวล่วงให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาตรวจสอบต่อ ว่าอย่างไร
  
ส่วนที่นางสาวเกศกมล เคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการหลานคณะ นั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ย้ำว่า สำนักงานไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบ วุฒิการศึกษาว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตรงข้ามกับการตรวจสอบข้าราชการที่ต้องตรวจสอบย้อนกลับไปเป็นเรื่องปกติ และยอมรับว่าเรื่องนี้อาจทำให้สังคม เกิดข้อสงสัย และอาจประสานหน่วยงานภายนอก อย่างสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ที่ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่เคยรับรองวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังกล่าว หารือข้อเท็จจริงในกรณีที่ถูกพาดพิงเช่นเดียวกัน
 


หุ้นเปิดตลาดวันแรกร่วง 10.55 จุด ดัชนีรูดรับข่าวอีเอ ฉุดความเชื่อมั่นซ้ำ
https://www.matichon.co.th/economy/news_4681438

หุ้นเปิดตลาดวันแรกร่วง 10.55 จุด ดัชนีรูดรับข่าวอีเอ ฉุดความเชื่อมั่นซ้ำ
 
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,332.04 จุด เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,321.49 จุด ปรับลดลง 10.55 จุด หรือบวก 0.62% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,326.91 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,321.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 4,265.98 ล้านบาท

นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นกลับมาเทรดไซด์เวย์อีกครั้ง หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 0.20% ใกล้เคียงที่เราคาดไว้ โดยแรงขายปรับพอร์ตในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หักล้างแรงซื้อในหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ขณะที่ในปัจจัยโดยรวมต่อหุ้นไทยในวันนี้เป็นกลาง ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐ ฟื้นตัวแรงเมื่อวันศุกร์และดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังหุ้นเทคโนโลยีรีบาวด์กลับได้เร็วผนวกกับธนาคารใหญ่อย่าง Citigroup รายงานกำไรไตรมาส 2/2567 สูงกว่าคาด 12% รวมถึงต้องติดตามประเด็นข่าวหุ้นอีเออย่างใกล้ชิดด้วย หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เผยแพร่ประกาศการกล่าวโทษ กรรมการและผู้บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA รวมถึงผู้เกี่ยวข้องด้วย
 
นายรักพงศ์ กล่าวว่า การเมืองสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น หลังเหตุลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวานนี้ ส่งผลให้เว็บไซต์รับพนันต่างๆ ปรับเพิ่มโอกาสว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2567 และอาจส่งผลให้นักลงทุนส่วนหนึ่งกังวลต่อนโยบายกีดกันทางการค้า หุ้นกลุ่มธนาคารไทย น่าจะมีจิตวิทยาเขิงลบในวันนี้ หลังจากผู้บริหารอีเอถูกกล่าวโทษกรณีทุจริต อาจส่งผลให้มีความกังวลต่อธนาคารที่ได้มีการปล่อยกู้ให้กับอีเอได้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่