ผมมีเรื่องราวมาแบ่งปันเเละต้องการหาคำตอบที่ผมตอบตัวเองก็ไม่ได้ เริ่มเลยละกัน ผมอายุ 24 ปีย่านเข้า 25 ปี ผมคบกับผู้หญิงคนหนึ่งมา 3 ปีกว่า แต่ขอย้อนไปตอนที่เราจะมาเจอกัน ตัวผมทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นช่วงที่ผมรอ เกณฑ์ทหาร ระหว่างนั้นผมก็ใช้ชีวิตทั่วไป ดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน แทบสลับกลางคืนเป็นกลางวัน กลางวันเป็นกลางคืนเลยแหละ ส่วนเรื่องความรักนะเหรอ โดนหลอกบ้าง ไปหลอกเขาบ้าง บ้างทีก็จบที่ One Nightstand จนวันหนึ่งก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาสมัครงานที่ร้านอาหารที่ผมอยู่ และก็ได้ทำงานร่วมกัน ตอนนั้นผมยังไม่รู้สึกชอบ หรือ ตกหลุมรักเธอด้วยซ้ำ ผมก็คิดแค่เพื่อนร่วมงานไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ทุกๆครั้งที่ร้านปิด ผมจะนั่งสังสรรค์กับพี่ๆที่ทำงานกันทุกคืน ซึ่งก็มีเธอคนนั้นอยู่ด้วย ซึ่งเธอไม่ค่อยดื่ม แค่นั่งคุยกันสนุกๆ พอได้เวลาเราก็แยกย้าย ผมก็ขับรถกลับ เธอก็ขับรถกลับ บังเอิญทางกลับบ้านของเธอเป็นทางเดียวที่ผมกลับประจำ ก็เหมือนได้ไปส่งเธอแบบอ้อมๆ จนวันหนึ่งผมก็ชวนเธอไปนั่งกินร้านข้าวต้มที่หนึ่ง ตอนที่ไปไม่ได้ไปกัน 2 คนนะครับ มีพี่ๆที่ทำงานตามมาด้วย เหมือนเปลี่ยนที่สังสรรค์ ถึงเวลาเราก็เเยกย้ายกันกลับ ซึ่งก่อนออกจากร้าน ผมก็เอยปากถามเธอว่า "หิวข้าวมั้ย ไปหาไรกินกันมั้ย" ซึ่งเวลามันก็ตี 1 ล่ะนะ และสุดท้ายเราก็ไปจบกันที่ห้องของเธอ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งครั้งที่เรียกว่า One Nightstand ซึ่งตัวผมเองสัญญากับตัวเองว่าจะไม่อินกับความสัมพันธ์แบบนี้ จนเวลาผ่านไป ผมไม่รู้ว่าผมไปตกหลุมรักเธอตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ เมาและไปหาเธอที่ห้อง เเละก็ขอเธอเป็นแฟน ซึ่งเธอก็ตอบ " ตกลง " (ปล.เธออายุเท่าผมเลยแหละ) ผมดีใจมาก เเละผมก็สัญญากับตัวเองว่า "ผมจะเป็นแฟนที่ดีให้ได้สักครั้งในชีวิต" เรา 2 คนก็คบกันมา ระหว่างที่คบกันไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง ฟังดูแปลกป่ะ เเต่นี้คือเรื่องจริง เธอเป็นคนที่ มีเหตุผล ม ไม่หึง ไม่หวง ไม่ตาม อยากไปไหนขอแค่บอกทุกอย่างคือจบ ในช่วงเวลา 2 ปีที่คบกันเรา 2 คนอยู่อาศัยอยู่ด้วยกันเหมือนคู่รักทั่วไป ชีวิตเหมือนกับซีรีย์เกาหลีเลยก็ว่าได้ เธอก็พาไปเจอครอบครัวเธอ 2-3 ครั้ง จนมาปีที่ 3 ที่คบกันตัวเธอเองก็ สอบติดราชการ (ซึ่งก่อนหน้านั้นเรา 2 คนก็ทำงานที่บริษัทเอกชนแต่ไม่ใช่ที่เดียวกันนะ) ซึ่งเธอได้บรรจุที่ กทม. ตอนผมรู้ว่าเธอสอบติด ผมดีใจมากเเต่แอบเสียใจที่ต้องห่างกัน ไม่ได้อยุ่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างที่คิดว่าเตรียมตัว เผื่อใจไว้ พอเอาเข้าจริงๆ ก็ยากที่จะทำได้เหมือนที่คิดไว้ ผมก็กับครอบครัวของผมก็ไปส่งเธอที่ กทม. ระหว่างที่เดินทางคือผมก็คิดนะว่า เธอไปอยู่ที่นั้นจะเป็นยังไง ที่อยู่โอเคมั้ย การใช้ชีวิตเป็นยังไง เธอจะปลอดภัยมั้ย เเละสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดคือ ใจของเธอจะเปลี่ยนไปมั้ย ซึ่งก่อนที่เธอจะไปผมก็บอกกับเธอนะว่า "ไปอยู่ที่นั้น ถ้าปล่อยให้ใครเข้ามาในชีวิตหรือไม่ได้รู้สึกรักกันเเล้ว บอกกันตรงๆ จะถอยออกมาไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรอีกเลย " แต่เธอก็ให้สัญญานะว่า จะมีผมคนเดียว พอถึงที่พักของเธอก็ขนของๆเธอขึ้นที่พัก ซึ่งเธอก็ได้ที่พัก ที่สะอาด ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม ใกล้ที่ทำงานแค่ 0.8 km. หน้าห้องพักทีร้านอาหารเพียบ พอผมเห็นแบบนั้นก็อุ่นใจแหละ ตอนเย็นผมก็ต้องกลับ ในช่วงเวลาเกือบๆ 3 เดือน นั้นเราก็ คุยผ่านแชท วีดีโอคอลคุยกัน ทุกวัน จนวันหนึ่งเธอก็ได้รับข่าวร้ายว่า ย่าของเธอเสีย เธอเลยกลับในวันรุ่ง ซึ่งเธอก็บอกให้ผมไปร่วมงานด้วยเเละก็บอกว่าพ่อของเธอก็กลับมาด้วยซึ่งผมไม่เคยซึ่งพ่อของเธอเลย นี้จะเป็นครั้งแรก ผมก็รับปากเธอว่า ผมจะไป ผมก็รีบเคลียร์งานเเละยืนไปลาเพื่อที่จะไปร่วมงานและก็จะได้เจอเธอด้วย ผมออกบ้านเดินทางแต่เช้า จนถึงบ้านย่าของเธอ เธอก็ออกมารับผม และก็พาผมไปไหว้พ่อของเธอ ซึ่งตอนที่เจอพ่อเธอผมก็ยกมือไหว้ พ่อเธอก็พยักหน้า แต่ไม่ก็ได้พูดทักทายหรือถามอะไรผม ผมก็งงๆ เเละเธอก็พาไปไหว้อาของเธอ ก็เหมือนเดิม แค่พยักหน้า แต่ไม่ก็ได้พูดทักทายหรือถามอะไรผม ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยเจอกัน แกก็ไม่ใช่เป็นแบบนี้ ผมก็รู้สึกแปลกๆ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร เธอบอกผมมานั่งรอที่โต๊ะ ระหว่างนั้นผมก็สังเกตว่า ทำไมคนอื่นๆที่เข้าไปทักทาย แกก็ดูปกติ แต่กับผมกับเงียบทำตัวยุ่งๆ ไม่พูดไม่จา แต่ก็ไม่ได้อะไร บอกกับตัวเอง เขาคงยุ่งแหละ ผมนั่งรออยู่ตรงนั้นก็มีชาวบ้านมาทักทาย ถามไถ่ ผมก็พูดคุยไปตามปกติ
ในระหว่างนั้น เธอก็ยุ่งๆอยู่กับงาน แวะเวียนมาหาผม แปบๆก็ไป ผมแทบจะนั่งอยู่คนเดียวเลยก็ว่าได้ จนพอถึงตอนบ่ายที่ต้องนำศพไปฌาปนกิจที่สุสาน ซึ่งเธอบอกเธอจะเดินร่วมขบวนเพื่อส่งย่า เธอเลยให้ผมก็เลยไปรอที่สุสาน จนขบวนเคลื่อนไปถึงหน้าเมตุและชาวบ้านก็นำศพขึ้นเพื่อเตรียมฌาปนกิจ ผมเห็นเธอร้องไห้ ผมก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าหวังว่าเธอลงว่าเธอจะเจอผม สุดท้ายเธอก็เดินผ่านผมไปดื้อๆ ผมก็คิดว่าเธอคงไม่เห็นแหละ ผมก็มานั่งรอเธอ จนพิธีการเสร็จ ทิ้งเวลาสักพักผมก็เดินไปหาเธอ ซึ่งผมก็เดินไปเเละก็บอกเธอว่า จะกลับละนะ เธอก็ร้องไห้ผมก็ปลอบเธอได้แปบเดียว เธอก็พาผมไปลาผู้ใหญ่ ซึ่งก็เหมือนเดิมกับตอนเช้า ผมก็ไม่คิดอะไร ก่อนกลับเธอก็บอกว่า " ไม่ได้เดินไปส่งนะ " ผมก็ตอบว่า " อืม..ไม่เป็นไร " ผมก็เดินทางกลับ ผมถึงบ้านผมก็แชทบอกเธอ เธอก็ตอบมาว่า " ขอบคุณที่มานะ และก็ขอโทษที่ไม่ได้ดูแลเลย " ผมก็ทำได้แค่ตอบว่า " ไม่เป็นไร " ผมก็มานั่งทบทวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สรุปคือ ให้ผมไปในฐานะคนแปลกหน้าคนหนึ่งผมยังรู้สึกดีเสียกว่า ตั้งแต่วันนั้นผมก็รู้สึก ไม่อยากคุยกับเธอ เธอโทรมาก็ไม่มีไรจะคุย แต่ก็ฝืนรับสายเพื่อที่พยายามทำทุกอย่างให้มันปกติ เสร็จงานเธอก็เดินทางกลับไป กทม. เธอเริ่มมีสังคมมากขึ้น พี่ๆที่ทำงานชวนไปทำอะไรก็ไป ชวนไปเที่ยวที่ไหนก็ไป ล่าสุดชวนไปเที่ยวแบบล่องแพค้างคืน เธอก็ไป แต่ระหว่างที่ผมที่เราคบกันในช่วง 3 ปีกว่าๆ เราไปเที่ยวด้วยกันแค่ 3 ครั้ง จริงๆผมก็ชวนเธอนะ ส่วนมากแทบจะโดนเธอปฎิเสธ ยังมีเรื่องอีกมากมายแต่ผมเขียนมันไม่ไหวเเล้ว แต่เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้บอกเธอนะว่าผมรู้สึกยังไง ผมเจอกับอะไร ผมไม่รู้ว่าผมพูดไปมันจะเป็นดาบ 2 คมหรือเปล่า เหมือนครอบครัวเขาแอนตี้ผมหรือเปล่า ที่ลูกสาวเขาเป็นราชการ ส่วนผมก็เป็นได้แค่พนักงานบริษัท
ความรัก 700 กิโลเมตร.
ในระหว่างนั้น เธอก็ยุ่งๆอยู่กับงาน แวะเวียนมาหาผม แปบๆก็ไป ผมแทบจะนั่งอยู่คนเดียวเลยก็ว่าได้ จนพอถึงตอนบ่ายที่ต้องนำศพไปฌาปนกิจที่สุสาน ซึ่งเธอบอกเธอจะเดินร่วมขบวนเพื่อส่งย่า เธอเลยให้ผมก็เลยไปรอที่สุสาน จนขบวนเคลื่อนไปถึงหน้าเมตุและชาวบ้านก็นำศพขึ้นเพื่อเตรียมฌาปนกิจ ผมเห็นเธอร้องไห้ ผมก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าหวังว่าเธอลงว่าเธอจะเจอผม สุดท้ายเธอก็เดินผ่านผมไปดื้อๆ ผมก็คิดว่าเธอคงไม่เห็นแหละ ผมก็มานั่งรอเธอ จนพิธีการเสร็จ ทิ้งเวลาสักพักผมก็เดินไปหาเธอ ซึ่งผมก็เดินไปเเละก็บอกเธอว่า จะกลับละนะ เธอก็ร้องไห้ผมก็ปลอบเธอได้แปบเดียว เธอก็พาผมไปลาผู้ใหญ่ ซึ่งก็เหมือนเดิมกับตอนเช้า ผมก็ไม่คิดอะไร ก่อนกลับเธอก็บอกว่า " ไม่ได้เดินไปส่งนะ " ผมก็ตอบว่า " อืม..ไม่เป็นไร " ผมก็เดินทางกลับ ผมถึงบ้านผมก็แชทบอกเธอ เธอก็ตอบมาว่า " ขอบคุณที่มานะ และก็ขอโทษที่ไม่ได้ดูแลเลย " ผมก็ทำได้แค่ตอบว่า " ไม่เป็นไร " ผมก็มานั่งทบทวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สรุปคือ ให้ผมไปในฐานะคนแปลกหน้าคนหนึ่งผมยังรู้สึกดีเสียกว่า ตั้งแต่วันนั้นผมก็รู้สึก ไม่อยากคุยกับเธอ เธอโทรมาก็ไม่มีไรจะคุย แต่ก็ฝืนรับสายเพื่อที่พยายามทำทุกอย่างให้มันปกติ เสร็จงานเธอก็เดินทางกลับไป กทม. เธอเริ่มมีสังคมมากขึ้น พี่ๆที่ทำงานชวนไปทำอะไรก็ไป ชวนไปเที่ยวที่ไหนก็ไป ล่าสุดชวนไปเที่ยวแบบล่องแพค้างคืน เธอก็ไป แต่ระหว่างที่ผมที่เราคบกันในช่วง 3 ปีกว่าๆ เราไปเที่ยวด้วยกันแค่ 3 ครั้ง จริงๆผมก็ชวนเธอนะ ส่วนมากแทบจะโดนเธอปฎิเสธ ยังมีเรื่องอีกมากมายแต่ผมเขียนมันไม่ไหวเเล้ว แต่เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้บอกเธอนะว่าผมรู้สึกยังไง ผมเจอกับอะไร ผมไม่รู้ว่าผมพูดไปมันจะเป็นดาบ 2 คมหรือเปล่า เหมือนครอบครัวเขาแอนตี้ผมหรือเปล่า ที่ลูกสาวเขาเป็นราชการ ส่วนผมก็เป็นได้แค่พนักงานบริษัท