ยัยดอกไม้ไฟ กับผู้ชายปานกลาง

คือเรื่องมีอยู่ว่า ผมเคยจีบ ผญ คนนึงเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทางเฟสบุ้ค และเหมือนว่าตอนนั้นก็หยอกกันไปหยอกกันมา คุยกันได้ยุช่วงนึง แต่เหมือนว่าตอนนั้นเค้าบอกว่าเค้าไปอาบน้ำ แล้วเค้าก็หายไป 3 ปี 
ผ่านมา 3 ปี ไม่รู้ว่ากลับมาคุยกันได้ยังไง ไม่รู้ว่าใครทักใครก่อน ก็คุยกันแบบเดิม ตอนแรกก็เหมือนมันจะดี แต่สุดท้าย เค้าก็๋หายไปอีกแบบเดิม
จนปัจจุบัน ผมพึ่งเลิกกับแฟนได้ประมาณ 2 เดือน ผมก็เข้าไปดูเหตุการวันนี้ในอดีตของเฟสบุ้ค ก็บังเอิญไปเจอคอมเม้นของเค้าในโพสเก่าๆ
ด้วยความที่ผมจำเค้าได้ ผมเลยเข้าไปส่อง และไปเจอสตอรี่ที่เค้าลงรูปหมา พันธ์เชาๆ ซึ้งปกติผมเป็นคนชอบหมาอยู่แล้ว 
ผมเลยรีพายไปว่า น้องดื้อไหมครับ จนผ่านไป 1 ชั่วโมง เค้าก็ตอบกลับมาว่า ดื้อเหมือนเจ้าของแหละ 
และเค้าก็พิมต่อมาว่า เอ๊ะ เราเคยคุยกันใช่ไหม เหมือนตอนนั้นเราจีบๆกันปะ 
ผมก็บอกว่า จำได้ด้วยหรอ มันนานมากแล้วนะ แล้วเธอก็ไปอาบน้ำเป็นปีตลอด 
เค้าก็ตอบกลับมาว่า " เราขอโทษ ตอนนั้นเรายังเด็กงะ อาจจะคุยเยอะมั้ง จำไม่ได้ " 
ผมก็ตอบไปว่า ไม่เป็นไร (แต่ในใจคือแบบ ตอนนั้นว่าน่ารักแล้วทำไมตอนนี้สวยขนาดนี้วะ )
แล้วเค้าก็เหมือนหายไป 5 นาที ถ้าให้ผมเดาคือเค้าไปส่องผม .. แล้วก็มีข้อความต่อมาว่า กลับมาจีบเรารอบที่ 3 ไหม 
สัญญาว่ารอบนี้จะไม่อาบน้ำนาน 
พอผมได้อ่านข้อความนี้ ในใจผมแบบว่า เอาไงดีวะ อีกใจก็กลัวเค้าจะหายไปอีก กลัวจะผิดหวัง แต่อีกใจก็ยังชอบเค้ามากๆเหมือนเดิม

แต่สุดท้ายผมก็ตอบไปว่าได้สิ 
ผ่านไปประมาณ 1 อาทิต 
วันนั้นเป็นวันที่ 30 ธ.ค. ผมกำลังจะไปพัทยากับเพื่อน ผมก็เลยถามเค้าไปเล่นๆว่า ไปไหม
สรุปมันเกินคาด เค้าตอบว่าไป มารับด้วยนะ 
และผมก็ไปรับ โดยมีเพื่อนที่ไปด้วย 2 คน  ซึ่งแน่นอนเป็นการเจอกันครั้งแรก ในรอบ 10 ปี 
ผมก็ไปจอดตามโลที่ส่งมา ซึ่งมันเป็นหน้าคอนโดแห่งนึง 
ผมก็มองไปที่หน้าคอนโด โทรไปหาเค้า ถามว่าลงมารึยัง เค้าก็บอกว่าอยู่นี้ไง 
ผมได้มองไปที่กระจกข้าง ตาผมลุกวาว
ผิวขาว หุ่นดี ผิวดี ฟิลลูกคุณหนู มาในชุดแดง ซึ่งเป็นชุดที่น้อยคนใส่แล้วจะรอด 
ผมใจเต้นเป็นจังหวะ ตอนเค้ากำลังเดินมาที่รถ ( ผมให้เพื่อนขับ ผมนั่งข้างหลังคนเดียว ) 
ผมก็บอกให้เค้าขึ้นรถมาเลย คันสีเทา 
แล้วเค้าก็เอาหน้ามาป้องดูในรถ จังหวะนั้นผมเขินมาก พอเค้าเปิดประตูรถเข้ามา กลิ่นน้ำหอมทำผมเคลิ้ม 
เค้าเข้ามานั่งข่างๆผม เราก็ทักทายกันตามประสาคนพึ่งเคยเจอกัน ผมเกร็งมาก แต่ก็ชวนเค้าคุยตลอดทาง
พออยู่บนทางด่วน มันจะเป็นการขับรถแบบยิงยาว ทุกอย่างลงตัว เพื่อนไม่ได้แซวอะไร 
จังหวะที่เค้าหันหน้าเหม่อมองนอกหน้าต่าง ผมได้ยื่นมือไปจับมือเค้าไว้ แล้วเค้าก็กำมือผมกลับ แล้วก็โน้มตัวลงมาซบผม 
แล้วนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องดอกไม้ไฟ 

มีต่อ .... ( เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง 1 ครั้งในชีวิตผู้ชายฐานะปานกลางคนนึง )

หลังกลับมาจากพัทยา เป็นเวลาประมาณ ตี 2 
เราได้ไปหาร้านอาหารนั่งกินข้าวกันก่อนจะแยกย้าย 

แต่จู่ๆเค้าก็พูดขึ้นมาว่ายังไม่อยากกลับเลยอะ ทำไงดี 
ผมกับเพื่อนก็มองหน้ากันแล้วเพื่อนก็พยักหน้า บอกงั้นก็ให้ผมพาไปขับรถเล่นสิ 
เดี๋ยวพวกเรากลับแท้คซี่ได้ 

ซึ่งผมก็ต้องตามน้ำไป เพราะเพื่อนทำให้ขนาดนี้แล้ว 
ขับออกมาจากร้านข้าว ขับรถได้ซักพัก เค้าก็บอกง่วง อยากกลับแล้ว 
ผมก็ไปส่งเค้าที่เดิมหน้าคอนโด เค้าก็บอกว่าไปอยู่เป็นเพื่อนเค้าหน่อย เค้ายังไม่อยากนอน (ในใจผมก็คิด แล้วตอนแรกบอกง่วง)
จนผมขับเข้าคอนโด เปิดกระจกเจอยาม 
ยาม : สวัสดีครับคุณ ..... จอดไหนดีครับ
ผมก็งง ทำไมเรียกคุณ ทำไมต้องถามว่าจอดตรงไหน 
ซักพักยามเดินไปขยับกวยที่กั้นอยู่ข้างๆ อ้อฟฟิตนิติของคอนโด 
ซึ่งมีที่จอดอยู่ 2 คัน แล้วรถที่จอดอยู่แล้ว 1 คัน คือ BMW I8 
ผมแอบตกใจนิดๆ ว่าทำไมจอดชั้น 1 เลย ผมเลยถามเค้าไปๆมาๆ เค้าก็ปัด ไม่ยอมตอบตรงๆ 
แล้วผมก็ขับไปจอดข้างๆ bmw i8 แล้วเค้าก็พาขึ้นห้อง
เข้าห้องไป ผมตกใจรอบที่ 2 ทำไมห้องไม่เหมือนห้องคอนโดอื่นๆ 
มันเหมือนตกแต่งบิ้วอินให้หรูหรา มีรายละเอียดสีทองขาว เหมือนบ้านในละคร 
สภาพห้องคือไม่มีฝุ่นซักนิด ผมทำหน้างง แล้วลงไปนั่งที่โซฟา
เค้าก็หาน้ำให้ผมดื่ม แล้วก็ถามว่าดูหนังไหม แล้วเค้าก็เปิดชักกี้ให้ผมดู 
เค้าไปเปลี่ยนเสื้อเป็๋นเสื้อกล้ามสีขาว แล้วก็ลงมานั่งข้างๆผม พร้อมกับใส่แว่น
ใจผมเต้นรัวๆ เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แอบคิดว่าทำไมเคาดูมี ดูผู้ดีจัง
แล้วเราก็หาเรื่องคุยกันไปเรื่อย ระหว่างคุยก็จิบโซจูไปด้วย จนเวลา ตี 3 ครึ่ง 
เริ่มเมาได้ที่ เค้าเริ่มโน้มตัวลงมาซบผม เหมือนว่าเค้าเมามากๆ 
พอผมกำลังจะถอดแว่นให้เค้า เค้ากลับหันหน้ามามองผม แล้วก็เริ่มจูบผมอย่างดุดื่ม จากนั้นเราก็อยู่ด้วยกันถึงตื่น
เค้าก็ลงมาส่งมาที่ล้อบบี้ เราบอกลากันเหมือนคนเป็นแฟนกัน
------
จนผ่านมาเรื่อยๆ เราก็นัดเจอกันอยู่ตลอด 
แต่เค้าก็ไม่ได้พูดถึงฐานะตัวเอง หรือว่าเรื่องเกี่ยวกับงานที่ทำ
จนมีวันนึงมี เรานัดเจอกันที่ร้านอาหาร 1 แห่ง 
ผมได้ไปรอเค้าที่ร้านก่อนแล้ว พอเค้าบอกถึงแล้ว ผมก็หันไปดูหน้าร้าน เห็น porche 911 ผมตกใจ 
อย่าบอกนะว่าคันสีแดง เค้าก็บอกใช่ แล้วผมก็วางสาย มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แบบว่า นี้เราคบใครอยู่วะเนี้ย 
แล้วเค้าก็มานั่งตรงข้ามผม แล้วเราก็ทานข้าวกัน ผมก็พูดกับเค้าตรงๆว่า ที่บ้านเธอทำอะไรกันแน่ 
เค้าก็บอกอยากรู้ไปทำไม ผมก็พูดไปว่า ก็เราคบกัน รึเปล่า 
จนเค้าใจอ่อน ยอมเล่าทุกอย่าง ว่าคอนโดที่เค้าอยู่ คือคอนโดของพ่อเค้าที่เสียไปแล้ว แต่ตอนนี้แม่บริหารอยู่ 
ตัวเค้าเองไม่เคยทำงานมาก่อน อยู่แบบสบายมาตลอด ตอนนี้กำลังเรียน ป.โท อยู่
เค้าไม่ค่อยมีเพื่อน เค้าเหงา 
ผมก็เลยถามว่า ทำไมถึงเลือกให้ผมไปรับวันนั้น 
เค้าพูดว่า ก็เราเห็นเธอมีจีบเรามาตลอด แล้วเราก็หายไปตลอด เราเลยอยากลองให้โอกาศเธอดูซักครั้ง เพราะตอนนี้เราก็เริ่มชอบเธอแล้ว 

ผมก็บอกเค้าว่าผมไม่ได้มีนะ เป็นแค่พนักงานเอกชนนะ บลา บลา บลา 
เค้าก็บอกว่าไม่ซีเลย เรามองว่าเธอเก่งด้วยซ้ำ ทำงานเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงพ่อแม่ได้ ส่วนเรายังไม่เคยทำงานอะไรเลย 
แค่ที่บ่านมี 

จากนั้นเราก็คบกันมา แต่ไม่เปิดเผยใน social ใดๆ 
เราเจอกันบ่อยครั้งเข้า จนวันเกิดผม ช่วงต้นๆปี เค้าได้นัดผมไปที่ iconsiam ที่ร้านอาหาร rooftop แห่งนึง 
เรานั่งทานอาหารกันซักพัก เค้าก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ไปนานมากๆ 
ผมก็เริ่มสงสัย แล้วจู่ๆเด็กเสริฟก็เปิดประตูจากด้านในออกมา พร้อมถือเค้กกับร้องเพลง HBD ประมาณ 9 - 10 คน แล้วก็มีเค้าเดินตามมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจริงใจ
ผมตะลึงมากๆ ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ตบมือร้อง hbd ตาม พร้อมกับมองที่เค้ก ในเค้กเป็นรูปที่เราไปเที่ยวด้วยกันวันแรกที่พัทยา 
น้ำตาผมเริ่มซึมออกมา มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนในชีวิต ผมมองที่เค้าพร้อมกับร้องไห้เบาๆ 

จากเหตุการณ์นี้ ผมเริ่มทุ่มสุดตัวกับเค้ามากขึ้น เริ่มขยันขึ้น รับงานเพิ่ม พาเค้าไปเที่ยว ทำดีสม่ำเสมอ
เราเข้ากันดีทุกเรื่อง  แต่ติดตรงที่ผมเริ่มจะซีเรียสเรื่องตัวตนของผมจริงๆ
พอมันเริ่มลงลึก ก็เริ่มอยากจะมีตัวตนในชีวิตเค้า แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไปจริงๆว่าให้ลงสตอรี่ถึงผมบ้าง

ตั้งแต่คบกับเค้าผมได้อะไรที่ไม่เคยได้ ได้ขับ พอส ขับ bmw i8 ได้ใช้แบรนเนม ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันคือแบรนเนม ได้กินอะไรที่ไม่เคยกิน
แต่ถึงฐานะเราจะต่างกันมาก แต่ผมก็เลี้ยงข้าวเค้าตลอด ไม่เคยให้เค้าจ่ายเฉยๆเลย 
ในพาสซีเรียสบทสนทนาของเรามีแต่เรื่องอนาคต เรื่องงานบ้าง เรื่องที่บ้าน 
แต่ในอีกมุมก็มีความเป็นเด็กทั้งคู่ คุยเรื่องอนิเมะ เรื่องเกม คือมันเข้ากันได้แทบจะทั้งหมดเลยครับ

จุดพริกพลันมันอยู่ที่ มีอยู่ช่วงนึง เค้ากลับเพชรบุรีบ่อยมาก พอถึงเวลา 5 ทุ่ม ก็จะบอกว่าไปสวดมนกับแม่ที่วัดบ่อยๆ  
แต่ก็ไปจริงครับ เพราะผมเช้คตลอด 
แต่พักหลังๆ ไปบ่อยจนผมสงสัย ผมเลยถามไปตรงๆ เค้าก็บอกไม่มีอะไรๆ มาตลอด

จนมีอยู่วันนึง เค้าบอกว่าจะไปเที่ยวจีน กับคณะทำบุญของแม่ ซัก 3 - 4 วัน 
ผมก็ไม่เอ้ะใจอะไร จนวันที่เค้าไป ก่อนขึ้นเครื่องก็คุยกันดีๆอยู่ 
พอถึงจีน วันแรกเค้าหายไปเลยครับ มาตอบผมอีกทีตอนนอน ว่าฝันดีนะ 
พอวันที่ 2 - 4 หายยาวเลยครับ ผมโทรเป็น 100 สาย 

จนผมพอแล้ว ไม่อยากจะคาดหวังอะไร 
พอวันที่ 5 เค้าถึงไทย เค้าก็โทรมาถามว่าเป็นอะไร 
เค้าก็อธิบาย บลา บลา บลา    ผมก็จี้ถามจนเค้าหลุดยอมบอกมาตรงๆ ว่าไปกับคณะแม่จริง แต่มีลูกเพื่อนแม่คนนึง เค้าแนะนำให้รู้จัก
เหมือนโดนจับคู่ให้อะครับ ผมสตั้นเลย เลยถามไปว่า แล้วจะเอายังไง 
เค้ากูพูดเสียงสั่นๆว่า ขอมีแฟน 2 คนได้ไหม บางอย่างที่เธอมี เค้าไม่มี แต่บางอย่างที่เค้ามีเธอไม่มีเช่นกัน 
ผมเจ็บใจมากๆที่เค้าพูดมาแบบนี้ ผมเลยบอกเค้าว่างั้นเราควรห่างกันได้แล้ว 
ผมก็ไม่ทักเค้าไปอีก แต่เค้าก็ทักมา โทรมาเรื่อยๆ แต่ผมไม่ได้ติดต่อกลับแต่อย่างใด
เหมือนว่าจะใจแข็งพอ แต่สุดท้ายก็คิดถึงเค้าอยู่ดี ยังตามส่อง ติดตามชีวิตเค้าอยู่ ยังคิดถึงอะไรที่มันพิเศษมากๆที่เค้าทำ
ความเข้ากันได้ของเรา โมเม้นที่อยู่ด้วยกัน ความชิวของเค้า กับ 10 ปีที่ผมรอ มันสลายไปแล้วครับ

แต่ปัจจุบันก็ยังลืมมันไม่ได้ เพราะมันเป็น 1 ครั้งในชีวิตที่วิเศษมากจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่