JJNY : 5in1 ชำนาญยันมีทาง│“สุดารัตน์”จี้“นายกฯ”│การเงินจับตาปัจจัยตปท.│เซอร์เบียรับกระสุนอาจส่งต่อ│ ฟิลิปปินส์กล่าวหาจีน

กระทู้ข่าว
ชำนาญ ยันมีทาง เอางบแจกดิจิทัล ไปร้องศาลปกครอง งัดม.9 วรรคหนึ่ง อธิบาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_4645322
 
 
ชำนาญ ยันมีทาง เอางบแจกดิจิทัล ไปร้องศาลปกครอง งัดม.9 วรรคหนึ่ง อธิบาย 
 
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอธิบาย ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล ระบุว่า อาจจะยื่นร้องศาลปกครอง กรณีที่รัฐบาลพยายามที่จะผลักดันโครงการนี้สุ่มเสี่ยง หรือผิดกฎหมายหรือไม่ ว่า
 
การที่จะนำคดีเกี่ยวกับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไปศาลปกครองนั้น หมายถึงคดีปกครองที่เกี่ยวกับวินัยการคลัง และการงบประมาณโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นคดีพิพาททางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ในกรณีการฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารการเงิน และการคลังที่ออก ตามความในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดอื่นใดที่เกี่ยวกับการรับ การเบิก การจ่าย การใช้จ่าย การบริหารงบประมาณ และก่อหนี้ผูกพัน การจัดเก็บรายได้ การใช้ประโยชน์ การเก็บรักษาการพัสดุ และการจัดการซึ่งเงินทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ใดๆ ของหน่วยงานทางปกครอง ที่ได้มาจากเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินกู้ เงินอุดหนุน เงินบริจาค และเงินช่วยเหลือจากแหล่ง ในประเทศหรือต่างประเทศ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือวัตถุประสงค์ของหน่วยงานทางปกครอง
 
ทั้งนี้ หมายความรวมถึงเงิน ทรัพย์สิน สิทธิและผลประโยชน์ดังกล่าวที่หน่วยงานทางปกครองมีอำนาจ หรือสิทธิใช้จ่ายหรือประโยชน์ด้วย ซึ่งเป็นความผิดวินัยทางการคลัง และการงบประมาณ และได้รับการลงโทษปรับทางปกครองตามกฎหมาย
 
คนละเรื่องกับการนำไปคดีไปศาลรัฐธรรมนูญ กรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ผ่านรัฐสภาแล้ว ก่อนทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยนะครับ
 
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0k5ecEiK99iHXBqMa2ED64rhxCSSpaJQkumrpGBWVSMMWxgXh5T4qY7jP8qdbfvjl&id=100030965303719



“สุดารัตน์” จี้ “นายกฯ” ให้ “สัญญาประชาคม” ไม่แก้ รธน.เลิก สส.ปาร์ตี้ลิสต์
https://www.thairath.co.th/news/politic/2795695

“คุณหญิงสุดารัตน์” จี้ “นายกฯ เศรษฐา” ให้ “สัญญาประชาคมกับประชาชน” ไม่แก้ รธน.ยกเลิก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซัด สัญญาตอนหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ถูกมอง ทำระบบการเมือง “เลอะเทอะ” ที่สุด
 
วันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยสร้างไทย รายงานความเห็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีการยกเลิก หรือลด สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะจริงเท็จ เลอะเทอะหรือไม่ โดยระบุว่า

โละ หรือลด Party List
จะจริงเท็จ เลอะเทอะหรือไม่?
 
คุณเศรษฐา และพรรคเพื่อไทยต้องเป็นผู้ยืนยัน “เป็นสัญญาประชาคม” ต่อประชาชน ว่าจะไม่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อความได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองของนักการเมืองเท่านั้น และต้องให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายในเวลารวดเร็ว โดยไม่ใช้เทคนิคการถ่วงเวลา
ดิฉันอยากเห็นรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย อยู่บนพื้นฐานของการดูแลสิทธิ และโอกาสของประชาชน อย่างทั่วถึงทัดเทียม รวมทั้งสามารถรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคง โดยไม่ปล่อยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีวาระซ่อนเร้น เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และเพื่อเตรียมการให้มีโอกาสชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน และอาจเป็นชนวนนำมาสู่ความวุ่นวายของบ้านเมืองในอนาคต
 
สำหรับแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดจำนวนหรือยกเลิก สส.ระบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ตามที่ปรากฏข่าวไปแล้ว จะเป็นเรื่องเท็จ หรือเรื่องจริง หรือเป็นเรื่องที่เลอะเทอะ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีต้องให้คำมั่น เป็น “สัญญาประชาคมกับประชาชน” ว่าจะไม่มีการแก้ไข และการยกเลิกหรือลดจำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หรือ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะเจตนารมณ์ของการกำหนดให้มี สส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคการเมืองได้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความชำนาญเฉพาะด้าน เพื่อนำความรู้มาช่วยในการพัฒนาประเทศชาติ
...
 
อีกทั้งปรากฏว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ได้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากบัตรใบเดียว เป็นบัตรสองใบ และมีการลดจำนวน  สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จาก 150 คน ให้เหลือ 100 คน เพื่อเพิ่ม สส.เขตจาก 350 เป็น 400 คน มาแล้ว
 
รวมถึงหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ก่อนเลือกตั้งพูดอย่าง หลังเลือกตั้งทำอีกอย่าง แล้วบอกว่าเป็น “เทคนิคการหาเสียง” ซึ่งทำให้ระบบการเมืองถูกมองว่า “เลอะเทอะที่สุด” ในยุคนี้ ทั้งที่ประชาชนต้องการการเมืองที่มี “คุณภาพและคุณธรรม” และต้องการความจริงใจจากนักการเมือง
เคยบอกให้สัญญากับประชาชนว่า จะไม่จับมือกับ 3 ป. เพราะรังเกียจเผด็จการ ด่าเขาสารพัด
 
ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล ยอมตระบัดสัตย์ กับคนที่ตนเคยด่าเขาว่าเป็นเผด็จการ และก็ไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล
บอกกับประชาชนว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันทันที แต่จนถึงวันนี้ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนไทย กระทบรายได้ ค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง
 
และยังบอกว่า เมื่อได้เป็นรัฐบาลจะแจกดิจิทัลวอลเล็ตทันที ไม่กู้สักบาท แต่สุดท้ายต้องกู้ทุกบาท และจนถึงตอนนี้ประชาชนก็ยังไม่ได้สักบาท หรือหากได้ ก็มาพร้อมกับภาระหนี้สินมหาศาลถึง 500,000 ล้านบาท ของคนไทยทุกคนไปพร้อมๆ กัน เป็นการแบกรับความเสี่ยงทางการเงินและการคลังในระยะยาว
 
รวมทั้งยังมีอีกหลายนโยบายที่ไม่ได้เดินหน้าตามที่ได้ประกาศไว้ตอนหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ, ปฏิรูปการศึกษา, เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และอีกหลากหลายนโยบายสวยหรู โดยเฉพาะจะทำให้ทุกครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือน
 
จึงขอถามคุณเศรษฐาในฐานะหัวหน้ารัฐบาลว่า นโยบายเหล่านี้ และอีกหลายนโยบายที่เคยพูดไว้ เป็นเพียงเทคนิคการหาเสียงใช่หรือไม่ ถ้าทำแน่นอน จะทำเมื่อไร ตอบประชาชนให้ชัดเจน อย่าพูด “เลอะเทอะ” 
 
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

https://www.facebook.com/thaisangthaiparty/posts/pfbid02QizLGaMUTg89ThWM7ioJ241D6nHdWoH23uCfu3JT8PcphLDPExaPKcFqgDjWiRT7l?__tn__=%2CO*F
 

 
ตลาดการเงินจับตาปัจจัยต่างประเทศ คาดกรอบเงินบาท 36.50-37.10 บาท
https://www.dailynews.co.th/news/3568631/
 
"ตลาดการเงิน" จับตาปัจจัยต่างประเทศหลายเรื่องในสัปดาห์นี้ คาดกรอบเงินบาทอยู่ระดับ 36.50-37.10 บาทต่อดอลลาร์.
 
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)” ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.50-37.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 36.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 36.60-36.85 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. ของสหรัฐ ออกมาต่ำกว่าคาดและมีการปรับทบทวนตัวเลขของเดือน เม.ย. ลดลงจากเดิม บ่งชี้การบริโภคชะลอตัวและสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.

ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ได้แรงหนุนสำคัญจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการเงินและการคลังนอกสหรัฐ เป็นสำคัญ โดยเงินเยนและเงินยูโรแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 8 สัปดาห์ และ 7 สัปดาห์ ตามลำดับ ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) คงดอกเบี้ยที่ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปีที่ 5.25% แต่ผู้กำหนดนโยบายบางรายระบุว่าการตัดสินใจในครั้งนี้เป็นไปอย่างก้ำกึ่ง ปูทางไปสู่โอกาสการปรับลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษชะลอสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% แล้ว ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 10,680 ล้านบาท และ 8,609 ล้านบาท ตามลำดับ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรีฯ” ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ตลาดในสัปดาห์นี้ว่า นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อ PCE พื้นฐานของสหรัฐ โดยมองว่าเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากการที่นักลงทุนปรับสถานะเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งในฝรั่งเศสวันที่ 30 มิ.ย. และวันที่ 7 ก.ค. เพื่อรอประเมินทิศทางเกี่ยวกับวินัยการคลังต่อไป

นอกจากนี้ ท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ยังคงระมัดระวังในการปรับนโยบายกลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงการที่ผู้กำหนดนโยบายของจีน ยอมปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลง ล้วนเป็นประเด็นจำกัดแรงขายเงินดอลลาร์ในระยะนี้ แม้ว่าข้อมูลต่างๆ บ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐ กำลังลดความร้อนแรงลงก็ตาม

สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัด ทางด้านกระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือน พ.ค. ขยายตัว 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าการส่งออกแตะระดับสูงสุดรอบ 14 เดือน ส่วนมูลค่านำเข้าเดือน พ.ค. หดตัว 1.7% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 656 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ทางการคาดว่ายอดส่งออกในเดือน มิ.ย. จะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะส่งผลต่อค่าระวางเรือ
 


ผู้นำเซอร์เบียยอมรับ กระสุนที่ขายให้ชาติตะวันตก อาจเป็นการส่งต่อให้ยูเครน
https://www.dailynews.co.th/news/3568519/

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า รัสเซียกับเซอร์เบีย มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดต่อกัน แต่เอฟที รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า กระสุนที่เซอร์เบียส่งออกไปยังยูเครน “ผ่านประเทศที่สาม” มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านยูโร (ราว 31,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้นำเซอร์เบียยอมรับในบทสัมภาษณ์ว่า “ค่อนข้างถูกต้องตรงตามความจริง
 
นี่เป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเรา มันมีการส่งออกกระสุนจริง ๆ และพวกเราไม่สามารถส่งออกอาวุธเหล่านั้นไปยังยูเครน หรือรัสเซียได้ แต่เรามีสัญญาหลายฉบับกับชาวอเมริกัน, ชาวสเปน, ชาวเช็ก และอื่น ๆ ซึ่งพวกเขาจะเอากระสุนไปทำอะไรต่อนั้น มันก็เป็นเรื่องของพวกเขา” วูชิช กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เซอร์เบียดำเนินนโยบายการทูตที่ละเอียดอ่อนมาอย่างยาวนาน โดยพยายามสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) ควบคู่กับการต้อนรับการลงทุนจากจีน และยังคงมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับรัฐบาลมอสโก นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565
 
แม้เซอร์เบียเป็นเพียงสองประเทศในยุโรป ร่วมกับเบลารุส ที่ไม่เข้าร่วมการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งมีสหรัฐและพันธมิตรในยุโรปเป็นแกนนำ แต่รัฐบาลเบลเกรด ประณามปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย ในที่ประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น).
 
https://twitter.com/FT/status/1804485399420486009
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่