[CR] เที่ยวหลีเป๊ะ แต่เอ๊ะ!! ไปโผล่ลังกาวี ปีนัง ได้ด้วยเหรอ

ผมมีโอกาสไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตาครั้งหนึ่งน่าจะ 20+ปีมาแล้ว ภาพความสวยงามของหาดทรายและปะการังของหมู่เกาะตะรุเตายังติดตาตรึงใจผมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าผมจะว่ายน้ำไม่เป็น แต่จำได้เลยว่าการไปเที่ยวในครั้งนั้น ผมลงดำน้ำทุกจุดที่อยู่ในแพคเกจทัวร์ ซึ่งเป็นการผิดวิสัยของผมเป็นอย่างมาก เพราะปกติเวลาไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ผมมักจะนั่งชมวิว ถ่ายรูปอยู่บนเรือเท่านั้น จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมยังคงเฝ้ารอที่จะกลับไปเยือนหมู่เกาะตะรุเตาอีกครั้ง 

ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวจริงๆ ครับ ผมจึงตัดสินใจกลับมาเที่ยวที่หมู่เกาะตะรุเตาอีกครั้ง เริ่มหาทำเลที่พักสวยๆ บนเกาะหลีเป๊ะ หารีสอร์ทราคาไม่เกินเอื้อม รวมถึงข้อมูลของแพคเกจทัวร์ ท้ายสุดผมเลือกเข้าพักที่ Sea To Moon Lipe ซึ่งตั้งอยู่ที่หาด Sunrise Beach ทำการต่อรองและเปรียบเทียบราคาระหว่างจองตรงกับที่พักและจองผ่านบริษัททัวร์ ท้ายสุดผมเลือกจองผ่านบริษัท Be Nice Lipe Travel Thailand ซึ่งได้ในราคาถูกสุด แต่...ยังไม่จบครับ ตอนที่หาข้อมูลของหลีเป๊ะ ก็ทำให้ได้รู้ว่า จากหลีเป๊ะเราสามารถนั่งเรือต่อไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซียได้อีก โดยปกติแล้ว การไปเกาะลังกาวี จะต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรือตำมะลัง จ.สตูล แต่เฉพาะช่วง High Season ราวเดือนตุลาคม-พฤษภาคม เราสามารถนั่งเรือจากเกาะหลีเป๊ะไปยังเกาะลังกาวีได้ด้วย 

ก็จัดซิครับ ไปถึงเกาะหลีเป๊ะแล้ว อีกนิดเดียวก็เกาะลังกาวี ที่สำคัญเกาะลังกาวีผมเองก็ยังไม่เคยไปด้วย จะรอช้าอยู่ไย ไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เกาะลังกาวีด้วยเลยดีกว่า.. ได้คืบ จะเอาศอก ยังวางโปรแกรมเที่ยวเกาะลังกาวีไม่เสร็จ จู่ๆ ก็แว๊บไปถึงปีนังซะอย่างงั้น ไหนๆ ก็ไหนๆ จัดไปอย่าให้เสีย กับเส้นทาง หลีเป๊ะ ลังกาวี ปีนัง จะมีที่เที่ยวแบบไหน เดินทางยังไง ตามผมไปเที่ยวกันครับ

ขอกล่าวถึงแพคเกจทัวร์ของ Be Nice Lipe Travel Thailand ก่อนนะครับ ผมเลือกนอน Deluxe Room ที่ Sea To Moon Lipe เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ในราคา 4,620 บาท โดยในแพคเกจจะรวมที่พักพร้อมอาหารเช้า จำนวน 2 คืน, One day Trip 1 วัน พร้อมอาหารกลางวันแบบปิกนิก 1 มื้อ, รถตู้รับ-ส่ง สนามบินหาดใหญ่-ท่าเรือปากบารา, เรือ Speed boat ไปกลับ ท่าเรือปากบารา-เกาะหลีเป๊ะ แต่ทริปนี้ ผมไม่ใช้บริการเรือ Speed boat ขากลับจากหลีเป๊ะ-ท่าเรือปากบารา และรถตู้ส่งที่สนามบินหาดใหญ่ ได้ส่วนลด 750 บาท คงเหลือจ่ายค่าแพคเกจ 3,870 บาทครับ

ผมเดินทางไปยังสงขลา โดยเลือกบินไฟล์ทเช้าเพื่อไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ให้ถึงก่อนเวลา 09.00 น. สายการบินที่สามารถไปถึงก่อนเวลา 09.00 น. จะมีสายการบินนกแอร์ และแอร์เอเชีย สามารถเลือกดูราคาตามที่ต้องการได้เลยครับ

ครั้งนี้ผมเดินทางกับนกแอร์ เพราะมีเที่ยวบินไฟล์ท 06.20 น. ตามกำหนดการจะถึงหาดใหญ่ในเวลา 07.45 น. มีเวลาเหลือพอให้ผมหามื้อเช้ากินที่สนามบินก่อนที่จะนั่งรถตู้ไปท่าเรือ ที่สำคัญช่วงนั้นราคาตั๋วนกแอร์ถูกกว่าแอร์เอเชียด้วยครับ
มองลงไปเห็นสะพานติณสูลานนท์ ก็แสดงว่าใกล้ถึงสนามบินหาดใหญ่แล้ว
เหตุผลที่ผมต้องมาถึงสนามบินหาดใหญ่ให้ถึงก่อนเวลา 09.00 น. เพราะเรือไปหลีเป๊ะมีวันละ 2 รอบ คือเวลา 11.30 น. และ13.30 น. โดยถ้าเราไปทันเรือรอบ 11.30 น. เขาจะจอดแวะให้เราได้ขึ้นไปเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะไข่ด้วย แต่ถ้าไปเรือรอบ 13.30 น. เรือจะวิ่งตรงจากท่าเรือปากบาราไปยังเกาะหลีเป๊ะเลย

เมื่อถึงสนามบิน ใครหิว สามารถหาข้าวในสนามบินกินก่อนได้เลย แต่ราคาอาจสูงหน่อย แต่ถ้าใครยังไม่หิว แนะนำให้หิ้วท้องไปกินที่ท่าเรือปากบารา จะได้ราคาถูกกว่า แถมได้รสชาติอาหารแบบพื้นบ้านด้วย  ยังไม่ถึงเวลานัด 09.00 น. รถตู้ที่บริษัททัวร์ Contact ไว้ ก็นัดเจอที่ประตูทางออกที่ 8 หลังจากสมาชิกครบแล้ว ก็ออกเดินทางไปยังท่าเรือ  ผมออกเดินทางราว 08.45 น.นั่งรถตู้อีกประมาณ 1.30 ชม.ก็ถึงท่าเทียบเรือปากบาราครับ 

10.15 น. รถตู้พามาส่งที่บริษัท Sea@Holiday ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าท่าเทียบเรือ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำใบจองมาให้ เพื่อนำไปแลกเป็นตั๋วเรือ สำหรับสัมภาระ ให้นำลงจากรถตู้ แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ขนไปส่งให้ที่ท่าเรือครับ สำหรับใครที่ต้องการเสบียง แถวๆ ท่าเรือมี 7-11 ซื้อตุนไปให้พร้อม แบกได้แนะนำให้แบก เพราะด้านบนหลีเป๊ะของแพงทุกอย่างเลย แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องราคา ก็ไม่ต้องเสียแรงแบกครับ
ก่อนจะเข้าไปในท่าเรือ เราจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท ชำระแล้วเก็บบัตรไว้ให้ดีๆ เพราะจะต้องนำไปแสดงตอนขึ้นไปบนเกาะตะรุเตาและเกาะราวีในวันถัดไป นอกจากนั้นยังต้องเสียค่าธรรมเนียมผ่านท่าเรืออีกคนละ 20 บาท บัตรค่าธรรมเนียมนี้จะต้องยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตอนขึ้นเรือครับ สำหรับใครที่ต้องการปั้ม Passport อุทยาน สามารถปั้มได้ตรงจุดชำระค่าธรรมเนียมได้เลยครับ
ใครที่เดินทางกับบริษัท Sea@Holiday เมื่อเข้าไปในท่าเรือแล้ว ให้เดินไปทางปีกขวา ไปที่เคาเตอร์ 9 แล้วนำใบจองสีส้ม ที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ตอนลงรถตู้ ไปแลกเป็นบัตรคิวสีเหลืองเพื่อขึ้นเรือครับ
11.30 น. ถึงเวลา Speed Boat ออก นั่งเรือประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงเกาะตะรุเตาครับ เรือจอดแวะให้ชมบรรยากาศบนเกาะประมาณ 20 นาที
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 51 เกาะ โดยมีเกาะตะรุเตาเป็นเกาะหลัก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตอุทยาน และยังเป็นเกาะเดียวที่มีธารน้ำจืดอยู่บนเกาะด้วยครับ ในอดีตเกาะตะรุเตาเคยใช้เป็นทัณฑสถานและเป็นนิคมฝึกอาชีพของนักโทษเด็ดขาดและนักโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ซึ่งมีนักโทษราว 4,000 คน ที่โดนกักขังบนเกาะแห่งนี้ 
บนเกาะตะรุเตา หาดทรายขาวสะอาดเลยทีเดียวครับ
จากเกาะตะรุเตา นั่งเรือต่ออีกราวครึ่งชั่วโมงก็มาถึงเกาะไข่  เกาะเล็กๆ ที่ผมขอยกให้เป็นพระเอกของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาเลยครับ เพราะเกาะแห่งนี้จะมีประติมากรรมที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นให้เป็นซุ้มประตูหิน ซึ่งทางอุทยานเองก็ได้นำภาพของซุ้มประตูหินและภาพโลมา ทำเป็นตราสัญลักษณ์ของอุทยานด้วย

เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปคู่กับซุ้มประตูหินธรรมชาติราวครึ่งชั่วโมง ขอบอกเลยว่าหาดทรายขาว นุ่มเท้า น้ำก็ใสมากๆ  แถมนักท่องเที่ยวยังเยอะมากๆ เช่นกัน ผมว่าใครมาเที่ยวเกาะตะรุเตาแล้วไม่มาถ่ายรูปคู่กับซุ้มประตูหินธรรมชาติ เหมือนมาไม่ถึงเกาะตะรุเตาครับ
จากเกาะไข่ นั่งเรือต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงเกาะหลีเป๊ะครับ มาถึงเกาะเวลาประมาณ 14.20 น. เกาะหลีเป๊ะเองก็น้ำใสไม่แพ้เกาะไข่เลย มองเห็นแนวโขดหินและปะการังใต้น้ำแบบสบายๆ ครับ

เกาะหลีเป๊ะเป็นที่อยู่ของชุมนุมชาวเล และยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาค้างแรมกันที่เกาะแห่งนี้ บนเกาะหลีเป๊ะมีที่พักของเอกชนและร้านอาหารมากมายครับ
เมื่อขึ้นจากเรือ จะมีเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทคอยชูป้ายชื่อรีสอร์ทแต่ละแห่ง เจอป้ายรีสอร์ทเราแล้วก็เรียกให้น้องพนักงานช่วยขนกระเป๋าขึ้นรถสามล้อพ่วงข้าง เพื่อไปส่งยังรีสอร์ทได้เลยครับ

ตลอด 3 วัน 2 คืนนี้ ผมเข้าพักที่ Sea To Moon Lipe ซึ่งตั้งอยู่ที่หาด Sunrise Beach ห้องพักเป็นแบบ Deluxe Room ครับ ถึงห้องพักทุกห้องจะไม่ได้อยู่หน้าหาด เพียงแค่เดินออกมานอกห้องก็พอจะเห็นวิวทะเลแล้ว เดินนิดเดียวก็ถึงชายหาดครับ

หน้าห้องมีเฉลียงให้ได้นั่งเล่น มีราวตากผ้าให้ตากผ้าเปียก นอกจากนี้ยังมีสายฉีดชำระ ใช้ฉีดเท้าที่เปรอะทรายก่อนเข้าหัองพักด้วยครับ  
ภายในห้องพักก็ไม่ถึงกับแคบ ยังมีพื้นที่ใช้สอยให้วางกระเป๋าเดินทางได้แบบสบายๆ มีเครื่องปรับอากาศ ทีวี ตู้เย็น กาต้มน้ำ ไดร์เป่าผม ตู้เสื้อผ้า และม้านั่งให้พร้อมสรรพ
ห้องน้ำก็ถือว่ากว้างดี มีสายฉีดชำระให้พร้อม
ชายหาดด้านหน้าที่พัก หาดทรายขาวดี ที่สำคัญวิวสวยมาก มองเห็นเกาะต่างๆ อยู่กลางทะเลด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับการถ่ายภาพช่วงพระอาทิตย์ขึ้น นอกจากนี้หาด Sunrise Beach ยังเป็นจุดจอดเรือแท็กซี่ด้วย ได้เห็นภาพมุมสูงแล้วสวยงามมากๆ ครับ
ช่วงเย็น ผมมาชมพระอาทิตย์ตกที่หาดพัทยา ชายหาดนี้ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดของ Walking Street ครับ 
หลังจากพระอาทิตย์ตกแล้ว ก็เดินหาของกินใน Walking Street เลยครับ อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าของกินของใช้ทุกอย่างบนเกาะหลีเป๊ะราคาสูงทีเดียว น้ำดื่มขนาด 600 ml. ราคา 14-15 บาท ปีกไก่ทอด ปีกละ 50 บาท น่องไก่ทอด น่องละ 70 บาท อาหารจานเดียวราดข้าว ส่วนใหญ่ราคาเริ่มที่ 100 บาท แต่ก็ต้องเข้าใจแหละ เพราะทุกสิ่งอย่างต้องขนขึ้นมาจากฝั่ง ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น บนหลีเป๊ะมี 7-11 อยู่ 2 จุดนะครับ
ที่พักผมอยู่บริเวณปลายของ Walking Street อีกด้าน เดินเข้าซอยมาอีกสัก 100 เมตรก็ถึงที่พักแล้วครับ คืนนี้ขอนอนพักผ่อนตุนแรงไว้ก่อน เพราะพรุ่งนี้มีกิจกรรม one day trip ด้วยครับ
ชื่อสินค้า:   เกาะหลีเป๊ะ เกาะลังกาวี เกาะปีนัง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่