สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ คือว่าตอนนี้มีปัญหาภาระหนี้บ้านประมาณ 3,xxx,xxx บาท ซึ่งผ่อนไปได้ประมาณ 5 ปีแล้ว เหตุผลที่ซื้อตอนนั้นเพราะครอบครัวอยู่บ้านเช่ามาตลอด พอเราเรียนจบกู้ได้ แม่จึงใช้เครดิตชื่อเรายื่นกู้เพื่อให้ทุกคนมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นหลักประกันชีวิต ซึ่งอยู่คนละจังหวัดกับที่พักปัจจุบัน และที่น้องๆเรียน
แล้วตกลงช่วยกับแม่ผ่อนคนละครึ่ง ด้วยความลูกคนโต น้องๆยังเรียนไม่จบจึงต้องช่วยที่บ้านตรงส่วนนี้ แต่ยังไม่มีใครย้ายเข้าบ้าน เนื่องจากเราทำงานต่างจังหวัดแล้วเป็นรายได้ที่สามารถsupport ค่าบ้านได้ น้องๆก็เรียนคนละที่กับบ้านที่ซื้อ แม่อยากรอให้น้องเรียบจบค่อยย้ายไป ซึ่งตอนนี้น้องอยู่ม.6 จึงต้องรออีกประมาณ 5ปี ตอนนี้จึงปล่อยเช่าไปก่อน ระหว่างปล่อยเช่าภาระตรงนี้ก็ลดลง แต่เรายังช่วยส่งที่บ้านเดือนละ5,000 แต่ต่อมาเรามีแฟน เราคุยกันตกลงวางแผนอาจจะต้องซื้อบ้านในอนาคตร่วมกัน ซึ่งแฟนก็ไม่โอเคกับภาระบ้านที่เกิดขึ้นที่กลัวว่าเราจะซื้อบ้านกู้อีกหลังและส่งสองที่ไม่ไหว(แฟนเงินเดือนน้อยกว่าเราเท่านึง) ประกอบกับแม่ใกล้เกษียรอีก2 ปี น้องยังเรียนไม่จบ ถ้ารอน้องจบเพื่อมาผ่อนต่อเราอาจจะต้องได้แต่งงานตอนอายุ 35 ปี เราเลยตัดสินใจบอกแม่จะขายบ้าน แม่เราไม่อยากให้ขาย อยากให้ยื้อโดยหาคนเช่าระหว่างรอน้องเรียนจบ เพื่อน้องเรียนจบทุกคนจะได้ย้ายเข้าบ้าน ยกเว้นเราที่ต้องแต่งออก และแกอยากให้ยกชื่อบ้านที่เป็นชื่อเราโอนให้เป็นของน้องไป
ส่วนแฟนเราอยากให้เรารีบขายมเพื่อจะได้สร้างอนาคตของตัวเอง แล้วให้ที่บ้านอยู่บ้านเช่า รอน้องเรียนจบให้น้องยื่นกู้เอง
เราควรตัดสินใจยังไงดีคะ ตอนนี้คนเช่าเราย้ายออก ต้องช่วยกับแม่ส่งค่าบ้านคนละครึ่ง แม่ว่าเราทุกวันว่าเป็นเพราะเราทำให้ต้องมาจ่ายเงินเดือนละ7,000 แล้วก็ไม่ได้เงินที่เราส่งให้ แทนที่คนเช่าจะจ่ายให้ประทังเวลาน้องเรียนจบ ซึ่งเรากลัวถ้าแม่เราเกษียร แล้วคนเช่าออกกระทันหันแบบตอนนี้ และน้องยังเรียนไม่จบ เราจะต้องจ่ายคนเดียวเดือนละ15,000++ จนกว่าน้องจะมาช่วยผ่อนได้ เลยต้องตัดสินใจแบบนี้ค่ะ ส่วนพ่อแยกทางกันเลยไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยค่ะ 😭😭
รบกวนขอความคิดเห็นเพื่อนๆหน่อยนะคะ เราควรปล่อยเช่าตามที่แม่บอก หรือตัดจบขายดีคะเพื่อตัดปัญหาดังกล่าว แต่ก็กลัวว่าแม่จะเสียใจที่ไม่มีบ้านแบบที่ฝันไว้
- บ้านเก็บไว้ก็ดี เป็นความมั่นคงของชีวิต แต่เงื่อนไขที่แม่ให้โอนให้น้องนั้นไม่ถูกต้อง จะให้ดีคือหากคุณจดทะเบียนสมรสให้ระบุไปว่าบ้านหลังนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว
- บ้านนี้จะขายก็ได้ อนาคตน้องจะกลับมาอยู่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พอเรียนจบอาจจะไปทำงานต่างถิ่น มีแผนตั้งรกรากกับแฟนที่อื่นก็ได้
- ส่วนตัวเราว่าคุณอย่าเพิ่งรีบขายบ้านเลยหาคนเช่าไปพลาง ๆ ก่อน จะได้ลดภาระค่าผ่อน
- เอาจริง ๆ อยากปากยาวในเรื่องที่คุณไม่ได้ถาม เราไม่ค่อยชอบใจแฟนคุณที่มาจุ้นจ้านกะเกณฑ์เรื่องให้ขายบ้านหลังนี้เพื่อที่จะไปผ่อนบ้านร่วมกับเขาโดยที่คุณเป็นกำลังหลัก อยากให้คุณมองผู้ชายคนนี้ให้ดิๆ แต่งงานช้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่แต่งกับคนผิดต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้คุณเป็นกำลังหลักให้ที่บ้าน ส่วนผู้ชายคนนี้กำลังจะรีบดึงคุณไปเป็นกำลังหลักให้ตัวเขาโดยให้คุณยกเลิกภาระผูกพันทางบ้าน มันไม่ถูกต้อง มันดูไม่เป็นลูกผู้ชาย คือถ้าเขารักที่ตัวคุณจริง คุณแต่งงานโดยยังไม่ซื้อบ้านก็ได้
- สำหรับเรา ปัญหาจริง ๆ คือ คุณจะเลือกแบกที่บ้าน หรือแบกผู้ชายคนนี้
แล้วตกลงช่วยกับแม่ผ่อนคนละครึ่ง ด้วยความลูกคนโต น้องๆยังเรียนไม่จบจึงต้องช่วยที่บ้านตรงส่วนนี้ แต่ยังไม่มีใครย้ายเข้าบ้าน เนื่องจากเราทำงานต่างจังหวัดแล้วเป็นรายได้ที่สามารถsupport ค่าบ้านได้ น้องๆก็เรียนคนละที่กับบ้านที่ซื้อ แม่อยากรอให้น้องเรียบจบค่อยย้ายไป ซึ่งตอนนี้น้องอยู่ม.6 จึงต้องรออีกประมาณ 5ปี ตอนนี้จึงปล่อยเช่าไปก่อน ระหว่างปล่อยเช่าภาระตรงนี้ก็ลดลง แต่เรายังช่วยส่งที่บ้านเดือนละ5,000 แต่ต่อมาเรามีแฟน เราคุยกันตกลงวางแผนอาจจะต้องซื้อบ้านในอนาคตร่วมกัน ซึ่งแฟนก็ไม่โอเคกับภาระบ้านที่เกิดขึ้นที่กลัวว่าเราจะซื้อบ้านกู้อีกหลังและส่งสองที่ไม่ไหว(แฟนเงินเดือนน้อยกว่าเราเท่านึง) ประกอบกับแม่ใกล้เกษียรอีก2 ปี น้องยังเรียนไม่จบ ถ้ารอน้องจบเพื่อมาผ่อนต่อเราอาจจะต้องได้แต่งงานตอนอายุ 35 ปี เราเลยตัดสินใจบอกแม่จะขายบ้าน แม่เราไม่อยากให้ขาย อยากให้ยื้อโดยหาคนเช่าระหว่างรอน้องเรียนจบ เพื่อน้องเรียนจบทุกคนจะได้ย้ายเข้าบ้าน ยกเว้นเราที่ต้องแต่งออก และแกอยากให้ยกชื่อบ้านที่เป็นชื่อเราโอนให้เป็นของน้องไป
ส่วนแฟนเราอยากให้เรารีบขายมเพื่อจะได้สร้างอนาคตของตัวเอง แล้วให้ที่บ้านอยู่บ้านเช่า รอน้องเรียนจบให้น้องยื่นกู้เอง
เราควรตัดสินใจยังไงดีคะ ตอนนี้คนเช่าเราย้ายออก ต้องช่วยกับแม่ส่งค่าบ้านคนละครึ่ง แม่ว่าเราทุกวันว่าเป็นเพราะเราทำให้ต้องมาจ่ายเงินเดือนละ7,000 แล้วก็ไม่ได้เงินที่เราส่งให้ แทนที่คนเช่าจะจ่ายให้ประทังเวลาน้องเรียนจบ ซึ่งเรากลัวถ้าแม่เราเกษียร แล้วคนเช่าออกกระทันหันแบบตอนนี้ และน้องยังเรียนไม่จบ เราจะต้องจ่ายคนเดียวเดือนละ15,000++ จนกว่าน้องจะมาช่วยผ่อนได้ เลยต้องตัดสินใจแบบนี้ค่ะ ส่วนพ่อแยกทางกันเลยไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยค่ะ 😭😭
รบกวนขอความคิดเห็นเพื่อนๆหน่อยนะคะ เราควรปล่อยเช่าตามที่แม่บอก หรือตัดจบขายดีคะเพื่อตัดปัญหาดังกล่าว แต่ก็กลัวว่าแม่จะเสียใจที่ไม่มีบ้านแบบที่ฝันไว้
- บ้านเก็บไว้ก็ดี เป็นความมั่นคงของชีวิต แต่เงื่อนไขที่แม่ให้โอนให้น้องนั้นไม่ถูกต้อง จะให้ดีคือหากคุณจดทะเบียนสมรสให้ระบุไปว่าบ้านหลังนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว
- บ้านนี้จะขายก็ได้ อนาคตน้องจะกลับมาอยู่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พอเรียนจบอาจจะไปทำงานต่างถิ่น มีแผนตั้งรกรากกับแฟนที่อื่นก็ได้
- ส่วนตัวเราว่าคุณอย่าเพิ่งรีบขายบ้านเลยหาคนเช่าไปพลาง ๆ ก่อน จะได้ลดภาระค่าผ่อน
- เอาจริง ๆ อยากปากยาวในเรื่องที่คุณไม่ได้ถาม เราไม่ค่อยชอบใจแฟนคุณที่มาจุ้นจ้านกะเกณฑ์เรื่องให้ขายบ้านหลังนี้เพื่อที่จะไปผ่อนบ้านร่วมกับเขาโดยที่คุณเป็นกำลังหลัก อยากให้คุณมองผู้ชายคนนี้ให้ดิๆ แต่งงานช้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่แต่งกับคนผิดต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้คุณเป็นกำลังหลักให้ที่บ้าน ส่วนผู้ชายคนนี้กำลังจะรีบดึงคุณไปเป็นกำลังหลักให้ตัวเขาโดยให้คุณยกเลิกภาระผูกพันทางบ้าน มันไม่ถูกต้อง มันดูไม่เป็นลูกผู้ชาย คือถ้าเขารักที่ตัวคุณจริง คุณแต่งงานโดยยังไม่ซื้อบ้านก็ได้
- สำหรับเรา ปัญหาจริง ๆ คือ คุณจะเลือกแบกที่บ้าน หรือแบกผู้ชายคนนี้
สมาชิกหมายเลข 7741671 ถูกใจ, วัง_เวียง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1576366 ถูกใจ, แกลลุ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8103607 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1484331 ขำกลิ้ง, แมวบนหลังคา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3182374 ถูกใจ, Bearlandia ถูกใจ, ลำนำแห่งแสงจันทรา ถูกใจรวมถึงอีก 100 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 7
ผมว่าตัดความซับซ้อนออกไปก่อนนะ สิ่งที่ซับซ้อนคือ
1. บ้านที่ซื้อ ไม่ได้มีใครต้องการจริงๆ คือสมัยนี้คนย้ายที่อยู่ตามที่ทำงาน ไม่ได้กลับมารวมกันเหมือนสมัยก่อน
2. ความแฟร์ ที่แม่จะโอนให้เป็นของน้อง แล้วคุณต้องรับภาระส่งไปเรื่อยๆ
3. แฟนของคุณ
ถ้าไม่มี 3 เรื่องนี้ตัวคุณเองจะตัดสินใจยังไงครับ ลองใช้เวลา focus ที่ตัวเองก่อนนะ
..
ถ้าเป็นผม
1. ขายบ้านครับ แล้วอาจจะเอาเงินส่วนหนึ่งที่ได้ ให้แม่ไปว่าอันนี้เงินช่วยน้อง ยกให้เท่านี้ (คุณก็จะไม่ดูเห็นแกตัว ที่ทิ้งทางบ้าน แต่ต้องใจแข็งหน่อยนะ)
2. สำหรับตัวเอง ผมจะยังไม่ซื้อบ้านครับ เช่าอยู่แล้วเก็บเงิน (อย่าไปเก็บรวมกับแฟนนะครับ) เพื่อ
- มองดูลู่ทาง บ้านมือสอง ราคาถูกๆ ทำเลดีๆ ไม่เกิน 1-2ล้าน จะมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ
- ดูพฤติกรรมแฟน ถ้ายังไม่แต่ง อย่ามีบ้านด้วยกันนะครับ โดยเฉพาะผ่อนร่วมกัน เพราะคุณกำลังจะผูกปัญหาเดิมกับที่เกิดขึ้นกับแม่ตอนนี้
ลองหาความรู้เรื่องลงทุนอสังหา ก็ดีนะครับ - คนไทยโดนหลอกว่าคนต้องซื้อบ้านของตัวเอง ต้องเป็นเจ้าของ แต่บางคนติดกับดักใช้เวลาทั้งชีวิตผ่อน - ถ้าคุณมีความรู้ คุณก็จะมีคำตอบหลายๆ ทางให้เลือกครับ
1. บ้านที่ซื้อ ไม่ได้มีใครต้องการจริงๆ คือสมัยนี้คนย้ายที่อยู่ตามที่ทำงาน ไม่ได้กลับมารวมกันเหมือนสมัยก่อน
2. ความแฟร์ ที่แม่จะโอนให้เป็นของน้อง แล้วคุณต้องรับภาระส่งไปเรื่อยๆ
3. แฟนของคุณ
ถ้าไม่มี 3 เรื่องนี้ตัวคุณเองจะตัดสินใจยังไงครับ ลองใช้เวลา focus ที่ตัวเองก่อนนะ
..
ถ้าเป็นผม
1. ขายบ้านครับ แล้วอาจจะเอาเงินส่วนหนึ่งที่ได้ ให้แม่ไปว่าอันนี้เงินช่วยน้อง ยกให้เท่านี้ (คุณก็จะไม่ดูเห็นแกตัว ที่ทิ้งทางบ้าน แต่ต้องใจแข็งหน่อยนะ)
2. สำหรับตัวเอง ผมจะยังไม่ซื้อบ้านครับ เช่าอยู่แล้วเก็บเงิน (อย่าไปเก็บรวมกับแฟนนะครับ) เพื่อ
- มองดูลู่ทาง บ้านมือสอง ราคาถูกๆ ทำเลดีๆ ไม่เกิน 1-2ล้าน จะมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ
- ดูพฤติกรรมแฟน ถ้ายังไม่แต่ง อย่ามีบ้านด้วยกันนะครับ โดยเฉพาะผ่อนร่วมกัน เพราะคุณกำลังจะผูกปัญหาเดิมกับที่เกิดขึ้นกับแม่ตอนนี้
ลองหาความรู้เรื่องลงทุนอสังหา ก็ดีนะครับ - คนไทยโดนหลอกว่าคนต้องซื้อบ้านของตัวเอง ต้องเป็นเจ้าของ แต่บางคนติดกับดักใช้เวลาทั้งชีวิตผ่อน - ถ้าคุณมีความรู้ คุณก็จะมีคำตอบหลายๆ ทางให้เลือกครับ
วัง_เวียง ถูกใจ, แกลลุ ถูกใจ, ลำนำแห่งแสงจันทรา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1403828 ถูกใจ, ssiras ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4666631 ถูกใจ, ความดีสำคัญที่สุด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8234213 ถูกใจ, anegi ถูกใจ, กุ้งผัดฉ่า ขำกลิ้งรวมถึงอีก 28 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
ขายทิ้งไปดีกว่าคือถามน้องยังว่าเค้าอยากผ่อนไหม น้องเครียดตายพอดีเด็กจบใหม่เจอผ่อนบ้าน 15,000 เอาอะไรกิน
สมาชิกหมายเลข 3613276 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4666631 ถูกใจ, maka ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1808133 ถูกใจ, ตัวกินเห็ด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1142689 ถูกใจ, Ja lil a ถูกใจ, วัยรุ่นผู้เคว้งคว้างกับชีวิต ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5298120 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจรวมถึงอีก 11 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 49
ไม่มีความเห็นเรื่องบ้าน แต่สงสัยว่า เลือกผู้ชายที่ด้อยกว่าทำไม
คู่ครองควรเสมอกันหรือ ผู้ชายมีศักยภาพที่มากกว่า ยกเว้นฝ่ายหญิงเป็นระดับบริหาร แล้วผู้ชายเป็นระดับผจก.ฝ่าย ก็ค่อยสมน้ำสมเนื้อ
แต่นี่ดูแล้วผู้ชายด้อยกว่า ยังไม่แต่งก็สอดมือเข้ามาเรื่องการสนับสนุนของผู้หญิงซะแล้ว
แต่งงาน35 ก็ไม่แปลก ดีซะอีกจะได้รู้ว่า ความสามารถของผู้ชายที่จะมาเป็นสามีอยู่ระดับไหน
แต่ก็แล้วแต่ความคิดของคนๆไป เพียงแต่ถ้าเป็นหลานเรา ผู้ชายด้อยกว่า เราไม่ยินดี
ไม่ได้ช่วยอะไรจขกท เลย
คู่ครองควรเสมอกันหรือ ผู้ชายมีศักยภาพที่มากกว่า ยกเว้นฝ่ายหญิงเป็นระดับบริหาร แล้วผู้ชายเป็นระดับผจก.ฝ่าย ก็ค่อยสมน้ำสมเนื้อ
แต่นี่ดูแล้วผู้ชายด้อยกว่า ยังไม่แต่งก็สอดมือเข้ามาเรื่องการสนับสนุนของผู้หญิงซะแล้ว
แต่งงาน35 ก็ไม่แปลก ดีซะอีกจะได้รู้ว่า ความสามารถของผู้ชายที่จะมาเป็นสามีอยู่ระดับไหน
แต่ก็แล้วแต่ความคิดของคนๆไป เพียงแต่ถ้าเป็นหลานเรา ผู้ชายด้อยกว่า เราไม่ยินดี
ไม่ได้ช่วยอะไรจขกท เลย
แมวบนหลังคา ถูกใจ, 2AM ถูกใจ, คิน * คาเนะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1403828 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6800009 ถูกใจ, จิน ณ จันทร์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 958371 ถูกใจ, BONGKOCH.SP ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจ, เมี๊ยวหง่าว ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาชีวิต
การวางแผนการเงิน
ปัญหาครอบครัว
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
ถ้าคุณช่วยที่บ้านผ่อนบ้านคนละครึ่ง แต่แม่จะให้โอนชื่อให้น้องตอนเรียนจบ ทุกคนคิดเห็นว่ายังไงดีคะ ขอเสียงลูกคนโตหน่อยค่ะ✋✋
แล้วตกลงช่วยกับแม่ผ่อนคนละครึ่ง ด้วยความลูกคนโต น้องๆยังเรียนไม่จบจึงต้องช่วยที่บ้านตรงส่วนนี้ แต่ยังไม่มีใครย้ายเข้าบ้าน เนื่องจากเราทำงานต่างจังหวัดแล้วเป็นรายได้ที่สามารถsupport ค่าบ้านได้ น้องๆก็เรียนคนละที่กับบ้านที่ซื้อ แม่อยากรอให้น้องเรียบจบค่อยย้ายไป ซึ่งตอนนี้น้องอยู่ม.6 จึงต้องรออีกประมาณ 5ปี ตอนนี้จึงปล่อยเช่าไปก่อน ระหว่างปล่อยเช่าภาระตรงนี้ก็ลดลง แต่เรายังช่วยส่งที่บ้านเดือนละ5,000 แต่ต่อมาเรามีแฟน เราคุยกันตกลงวางแผนอาจจะต้องซื้อบ้านในอนาคตร่วมกัน ซึ่งแฟนก็ไม่โอเคกับภาระบ้านที่เกิดขึ้นที่กลัวว่าเราจะซื้อบ้านกู้อีกหลังและส่งสองที่ไม่ไหว(แฟนเงินเดือนน้อยกว่าเราเท่านึง) ประกอบกับแม่ใกล้เกษียรอีก2 ปี น้องยังเรียนไม่จบ ถ้ารอน้องจบเพื่อมาผ่อนต่อเราอาจจะต้องได้แต่งงานตอนอายุ 35 ปี เราเลยตัดสินใจบอกแม่จะขายบ้าน แม่เราไม่อยากให้ขาย อยากให้ยื้อโดยหาคนเช่าระหว่างรอน้องเรียนจบ เพื่อน้องเรียนจบทุกคนจะได้ย้ายเข้าบ้าน ยกเว้นเราที่ต้องแต่งออก และแกอยากให้ยกชื่อบ้านที่เป็นชื่อเราโอนให้เป็นของน้องไป
ส่วนแฟนเราอยากให้เรารีบขายมเพื่อจะได้สร้างอนาคตของตัวเอง แล้วให้ที่บ้านอยู่บ้านเช่า รอน้องเรียนจบให้น้องยื่นกู้เอง
เราควรตัดสินใจยังไงดีคะ ตอนนี้คนเช่าเราย้ายออก ต้องช่วยกับแม่ส่งค่าบ้านคนละครึ่ง แม่ว่าเราทุกวันว่าเป็นเพราะเราทำให้ต้องมาจ่ายเงินเดือนละ7,000 แล้วก็ไม่ได้เงินที่เราส่งให้ แทนที่คนเช่าจะจ่ายให้ประทังเวลาน้องเรียนจบ ซึ่งเรากลัวถ้าแม่เราเกษียร แล้วคนเช่าออกกระทันหันแบบตอนนี้ และน้องยังเรียนไม่จบ เราจะต้องจ่ายคนเดียวเดือนละ15,000++ จนกว่าน้องจะมาช่วยผ่อนได้ เลยต้องตัดสินใจแบบนี้ค่ะ ส่วนพ่อแยกทางกันเลยไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยค่ะ 😭😭
รบกวนขอความคิดเห็นเพื่อนๆหน่อยนะคะ เราควรปล่อยเช่าตามที่แม่บอก หรือตัดจบขายดีคะเพื่อตัดปัญหาดังกล่าว แต่ก็กลัวว่าแม่จะเสียใจที่ไม่มีบ้านแบบที่ฝันไว้