คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
แนะนำให้ไปศาลครับ ไม่ต้องคุยกับใคร หรือเซ็นอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
เข้าห้องพิจารณาคดีให้ได้ ไม่ต้องกลัวคำขู่จากทนายโจทก์ครับ
ขึ้นศาลคดีแรก คดีอื่นๆ แทบจะหมดสิทธิ์ได้เงินคืนเลยละครับ เพราะเงินเดือนส่วนเกิน 20,000 คงใช้หนี้เจ้าแรกอีกนานกว่าจะหมด
เจ้าต่อไปก็ต้องรอครับ
เอาคำสั่งศาลจากเจ้าแรกมาเก็บไว้ เวลาเจ้าอื่นโทรมา บอกว่าโดนฟ้องไปแล้ว อายัดเงินเดือนไปแล้ว ถ้าท่านจะฟ้องก็ฟ้องไปเถอะคงไม่ได้อะไร
แต่ถ้าลดหนี้เหลือ 5000 ผมจะโอนให้วันนี้เลย เอาไว้ต่อรองแฮร์คัทเจ้าอื่นๆครับ
เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ แต่บางทีดอกเบี้ยที่คุณจ่ายไป อาจจะเกินหนี้ไปมากแล้วก็ได้ครับ
เข้าห้องพิจารณาคดีให้ได้ ไม่ต้องกลัวคำขู่จากทนายโจทก์ครับ
ขึ้นศาลคดีแรก คดีอื่นๆ แทบจะหมดสิทธิ์ได้เงินคืนเลยละครับ เพราะเงินเดือนส่วนเกิน 20,000 คงใช้หนี้เจ้าแรกอีกนานกว่าจะหมด
เจ้าต่อไปก็ต้องรอครับ
เอาคำสั่งศาลจากเจ้าแรกมาเก็บไว้ เวลาเจ้าอื่นโทรมา บอกว่าโดนฟ้องไปแล้ว อายัดเงินเดือนไปแล้ว ถ้าท่านจะฟ้องก็ฟ้องไปเถอะคงไม่ได้อะไร
แต่ถ้าลดหนี้เหลือ 5000 ผมจะโอนให้วันนี้เลย เอาไว้ต่อรองแฮร์คัทเจ้าอื่นๆครับ
เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ แต่บางทีดอกเบี้ยที่คุณจ่ายไป อาจจะเกินหนี้ไปมากแล้วก็ได้ครับ
แสดงความคิดเห็น
เป็นหนี้บัตรต้องไปขึ้นศาล
ประเด็นที่กลัวพอเราไปแล้วกลัวว่าทางทนายโจทก์จะให้เราจ่ายเกิน 5,000 ครับเพราะผมมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควรอันนี้สอบถามแบบไม่รู้จริงๆครับเราจะขอท่านจ่ายเดือนละ 4,000 หรือ 3,5000 จะได้มั้ยครับหรืออีกกรณีให้ศาลท่านให้บังคับคดีอายัติส่วนที่เกินเงินเดือน 25,000 ดีมี้ยครับ