ทำยังไงให้ยอมรับหรือฟังในสิ่งที่เราต้องการจะทำบ้าง

กระทู้สนทนา
มีปัญหามาปรึกษาพี่ๆกันครับว่า ทำยังไงให้พ่อแม่ยอมปล่อยหรือให้อิสระทางการใช้ชีวิตบ้างครับ
 ขอเกรินก่อนครับว่าปัจจุบันผมอายุ18ปีปัจจุบันกำลังศึกษาชั้น ปวช.3 แม่ผมได้ทำการซื้อรถให้เมื่อต้นปี โดยมีพ้อยหลักว่าอยากให้ผมได้มีรถใช้งานเวลาจะไปไหนมาไหนจะได้ไม่ต้องขอติดรถหรือเหมารถคนอื่นไป ลืมบอกไปว่าไม่ได้อยู่กับพ่อแม่นะครับ พึ่งอยู่กับย่าได้ตอนอายุ16 

*เข้าเรื่องกัน*
ผมมีความคิดที่ว่าอยากจะขอแม่ว่าขอขบรถไปเรียนได้มั้ย(ปกติจะนั่งรถรับส่งระยะทางไปกลับ120กิโล) แต่วันนี้ผมได้พาย่าของผมไปวิทลัยของผมด้วยเนื่องจากเหตุจำเป็น พอแม่ผมรู้เรื่องนี้จากป้าผมแม่ผมก็โทรมาหาขณะที่กำลังขับรถกลับ เห็นแบบนั้นผมเลยจอดแวะศาลาข้างทางเพื่อที่จะคุย เมื่อผมรับ สิ่งแรกที่ผมได้ยินคือวันนี้พากันไปไหนมาพร้อมด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหงุดหงิด(แบบที่เคยเป็นเวลาไม่ว่างรับโทรศัพท์) จากนั้นผมกูพูดตามตรงว่า พาย่าไปวิทลัย จากนั้นก็โดนบ่นประมาณว่าทำถึงกล้าขับไป มันไกลมากนะ
ก่อนที่จะวางแม่ผมก็พูดมาประมาณว่าเวลาไปไหนมาไหนคนเดียวให้บอกป้านะป้าจะได้รู้แม่เป็นห่วง(ที่แม่รู้เรื่องนี้จากป้า เพราะผมมีป้า2คนนะครับ มีแค่ป้าคนที่ผมสนิทที่รู้ว่าผมจะไปวิทลัย) บอกตามตรงตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมอึดอัดมาก ใจนึงอยากจะพูดขอแม่ไปซะตอนนั้นเลยว่า แม่ครับผมขอขับรถไปเรียนเองได้มั้ย ไม่อยากนั่งรถแล้ว แต่ใจนึงก็ไม่กล้าบอกเพราะผมโดนปัดความคิดของมาตั้งแต่เด็กเลยปิดกลั้นไม่กล้าที่จะร้องขออะไรจากแม่ผมเลย 

*เหตุผลที่ผมไม่อยากนั่งรถรับส่ง*
 ปกติแล้วรถรับส่งที่ผมนั่งจะเป็นรถบัสของทางวิทลัยเอง ซึ่งภายนอกมันดูใหม่แต่ภายในไม่ต่างอะไรกับที่เคยรถจมน้ำที่ซ่อมมาแค่แอร์เลยครับ ซึ่งรถคันของที่ผมนั่งประจำมันพัง บ่อยมากๆ รถมันแย่ถึงขั้นที่ว่า1อาทิตย์เรียน5วัน แต่ผมได้ไปเรียนแค่2-3วันบางอาทิตย์ได้ไปแค่1วัน แถมบางวันนั่งๆอยู่ทั้งไฟและควันก็พุ่งขึ้นมาจากแอร์หลังตัวรถ ต่างคนต่างรีบวิ่งหนีลงรถจนแต่ละคนแทบจะสลบจากควันเลยครับ แต่ทางวิทลัยก็ไม่ได้มีการออกมาแก้ปัญหาตรงนี้เลย ทำได้ดีสุดก็แค่เอารถกระบะมารับเด็กจำนวน15คน ลองนึกภาพเด็ก15คนที่ต้องตั้งชันเข่าเบียดกันนั่งรถไปกลับวันละ120กิโลเมตรดูครับว่าทรมาณแค่ไหน แถมนสัยคนบนรถแย่มาก มีทั้งพูดคุยเสียงดังไม่เกรงใจใคร เอาสุรามาดื่มบนรถ สูบบุหรี่ไฟฟ้าในรถ หนักสุดคือคนขับรถ จอดรถ20นาทีเพื่พานักเรียนชายหลายคนแวะสูบบุหรี่ บอกตามตรงว่าคนแบบผมอยู่จุดนั้นไม่ได้ครับ อาจจะมองว่าสำออยแต่การที่ผมต้องเจอสิ่งแบบนั้นมาตลอด2ปี บอกตามตรงว่าลำบากใจมากครับ แค่เรียนก็เหนื่อยแล้ว แทนที่ตอนกลับจะได้นอนหลับบนรถกลับต้องมาทนฟังเสียงและดมกลิ่นที่ไม่พิศมัยเท่าไหร่ และท
ตัดสินใจอยากขับรถไปเองเพราะอีก3-4เดือนก็ต้องไปฝึกงานแล้ว เลยอยากขอใช้ชีวิตที่เรียกว่าพี่ปี3เนี่ย สักช่วงก็ยังดี

เลยอยากถามว่าจะทำยังไงดี

ระหว่างบอกแม่ไปตามตรงเลยว่าอยากขับรถไปเองโดยใช้เหตุผลที่บอกไว้ข้างต้น แต่ก็กลัวแม่จะยังปฏิเสธอยู่เพราะเหลืออีกตั้งหลายเดือน

กับปิดเรื่องนี้เป็นความลับไว้จนกว่าแม่จะรู้เรื่องสักวันนึงแล้วค่อยใช้เหตุผลสุดดราม่าที่ผมเจอมา และพูดในฐานะของขวัญวันเกิดที่ลูกต้องการที่สุดคือ อยากให้แม่เชื่อในตัวเราบ้าง เห้อพูดแล้วก็น้ำตาคลอ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่