เหตุที่ความสุขกับความมั่งคั่งไม่เกี่ยวกับการศึกษา(เสียทีเดียว)

ในยุคอดีต การยกระดับชีวิตอาศัยการศึกษา แต่ปัจจุบัน การศึกษา เป็นเพียงองค์ประกอบของเส้นทางสู่ความสำเร็จ
อย่าฝากชีวิตไว้กับการศึกษา แปลว่า เมื่อเรียนจบทุกอย่างจะไม่ได้มาโดยง่ายอย่างอาชีพในระบบเศรษฐกิจแบบเดิม (เรียนจบปุ๊บได้งานปั๊บ)
ซึ่งอาชีพและชีวิตตามวิถีเดิม ก็ยังมีอยู่ เหมือนมีคอมพิวเตอร์ ไม่ได้หมายความว่า เราจะเลิกซื้อปากกา
แต่จะมีเส้นทางชีวิตหลากหลายขึ้นในสังคมยุคใหม่ มีอาชีพใหม่ๆเกิดขึ้น และคนเหล่านั้น ต้องมีการศึกษาที่ตรงกับความสามารถเฉพาะตัว
เพื่อให้กิจกรรมที่ตัวเองรัก สร้างเงินและสร้างความสุขได้

การศึกษา สอนให้ทำงานเป็น แต่อย่าคาดหวังมากเกินไปกับการศึกษา เพราะจบมาก็แค่ทำงานเป็น 
การศึกษาไม่ใช่ตัวแปรของความสุขและความมั่งคั่ง ยิ่งเรียนมาก ยิ่งรวยมาก จริงไหม... ยิ่งทำงานมาก ยิ่งรวยมาก จริงหรือเปล่า

ถ้าใครสักคนสอนคุณว่า ทำมาก ได้มาก หยุดหาความสุข เอาเวลามาทำงาน เขามองความสำเร็จในมิติทางคณิตศาสตร์เท่านั้น
โดยใช้ปริมาณงาน ปริมาณเวลา ปริมาณเงิน ปริมาณลูกน้องเป็นตัวกำหนด ไม่มีมิติ miracle เลย
เมื่อคุณทำตัวเองให้ธรรมดา วิธีได้เงินของคุณก็ธรรมดาเช่นกัน
คุณทำตัวมีค่าดั่งทอง คุณจะได้ทอง เช่น แม่บ้านได้รับมรดกจากเจ้านาย นั่นแสดงว่า แม่บ้านมีค่าในสายตาของเจ้านาย

ในบางช่วงของชีวิต ฝึกใช้สมองส่วนที่ไม่มีเหตุผลดูบ้าง เพื่อให้มันสร้างกลไกความคิดที่มีค่า ก่อนลงมือทำ
ความคิดที่ดี ก็เหมือนขวานที่คม มันช่วยให้คุณตัดต้นไม้ขาด และเร็ว
รวมถึงไม่รู้สึกเสียดสีเหนื่อยล้าระหว่างลงมือตัดต้นไม้แบบใช้ขวานบิ่น ซึ่งก็คือความคิดที่ไม่ตกผลึกนั่นเอง
เช่นกัน อย่ามองการหาความสุขและการแสวงหาไอเดียใหม่ๆในเชิงลบ แล้วมองชั่วโมงทำงานเป็นบวกอยู่ร่ำไป

คำว่า ทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่ชนชั้นสูงคิด ทำงานคือหน้าที่ชนชั้นกลาง(ใช้ความรู้) และชนชั้นล่าง(ใช้แรงงาน) ชนชั้นสูงคิดเรื่องทำเงิน  คิดวิธีคุมคน คุมระบบ หรือ ทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ โดยค้นหาพรสวรรค์แล้วต่อด้วยพรแสวง ด้วยเหตุนี้ คนสำเร็จ จึงเป็นคนส่วนน้อยที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไป

นายกเศรษฐา ทำงานหรือไม่...  ท่านไม่ได้ทำงาน ท่านทำในสิ่งที่ท่านชอบ เป็นเป้าหมายชีวิตส่วนบุคคลที่อยากทำอะไรเพื่อชาติ และท่านกระตือรือร้นจะตื่นมาทำทุกวัน เป้าหมายของท่าน คือ สร้างตำนาน ไม่ใช่เงินเดือน

ความรู้ไม่ได้ทำให้ใครยากจน แต่ปัญญาทำให้คนร่ำรวย ร่ำรวยความสุขและเงินทอง
เพราะปัญญา คือ ตัวช่วยในการตัดสิน ว่าสิ่งใดต้องเอาชนะ สิ่งใดต้องปล่อยวาง

ความรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี เพื่อให้ดำรงชีวิตได้ และประกอบอาชีพได้
แต่ชีวิตจะเจริญได้ ไม่ใช่เพราะความรู้ แต่มาจากวิธีใช้ชีวิตและวิธีใช้ความรู้
ในอนาคต การถามใครว่าทำงานอะไรอยู่ อาจจะดูเชยๆ เหมือนกัน 
เพราะ ทำงาน จะเป็นหน้าที่ของเทคโนโลยี ไม่ใช่คน

หลายคนมีความรู้มากมายแต่ไม่ได้เป็นที่รู้จัก
นักเขียนบางคนเขียนหนังสือดีมาก แต่ไม่โด่งดัง
บางคนผลิตสินค้าคุณภาพดี ก็ตั้งราคาขายสู้สินค้าดังไม่ได้

แล้วอะไรหล่ะ คือ จุดที่ความสำเร็จกับความสุขมาเจอกัน

1. รู้จักความสามารถที่ตนเองมี เป็นทักษะที่คุณได้เปรียบคนอื่น หรือ คนอื่นพึ่งพาได้

2. เรียนวิชาเพื่อพัฒนาความสามารถ และเรียนวิชาอื่นเพื่อการใช้ในชีวิตได้ เช่น ไปซื้อของ รู้ว่าเขาทอนเงินไม่ผิด
แต่ตั้งแต่จบมัธยมมา ไม่เคยได้ใช้สูตรพายอาร์ยกกำลังสองเลย
นี่คือข้อสงสัย ว่าเสียเวลาเรียนทำไม โอกาสนำไปใช้มีน้อย สำหรับคนที่อาชีพไม่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์มากนัก

3. มีทักษะสังคมที่ดี เข้าใจผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นรัก เชื่อมั่นได้ 

4. เดินไปหาโอกาส เช่น บุคคล องค์กร ออนไลน์ ออฟไลน์ ที่ทำให้คุณก้าวกระโดด หรือ พลิกเกมส์ชีวิตได้

5. พร้อมจะเรียนรู้ ยุคก่อน เรียนจบแล้วเอาความรู้ไปทำงานได้จนอายุ 60 ปี แต่ปัจจุบัน มีสิ่งที่ต้องเรียนเพิ่ม ตาม passion สิ่งแวดล้อม วัยที่เปลี่ยนแปลงไป 
ต้องเรียน แต่ไม่ใช่ต้องพึ่งพาปริญญา  สิ่งที่ต้องมี คือ วิธีคิดที่ยืดหยุ่น พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ยึดติดตำราเล่มเดิม แบบไม่ตั้งคำถามใหม่ๆ
 
6. อย่าให้ความรู้ทำให้คุณเครียด แต่มองความรู้เป็นสิ่งคลายเครียด ปัญหาใหญ่จะคลี่คลายได้หากมีความรู้ คุณจะมองปัญหาใหญ่เป็นเรื่องเล็ก
และไม่ใช่ทุกอย่างที่คุณจะเป็นผู้แก้เอง หากคุณมีข้อมูลความรู้ที่ใช่ การตามหาคนที่ใช่มาแก้ให้คุณ นั่นก็คือ ประโยชน์ของการหาความรู้-ข้อมูล

7. บางคนไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ตอบได้จากคุณทำสิ่งนั้นซ้ำๆ โดยไม่มีใครสั่ง คุณมีความสุขกับการทำแล้วทำอีก
คุณเดินไปหามันทุกครั้งที่มีเวลาเป็นของตนเอง และเมื่อคุณเจอ เริ่มปักหมุด ว่าคุณจะหารายได้อย่างไร เกี่ยวกับมัน
บางคนชอบศิลปะ แต่ฝีมือไม่ใช่ศิลปิน มีรายได้จากการขายผลงานศิลปะก็มี

8. ถ้าคิดไม่ออกว่า ชอบทำอะไร คุณอาจเป็นคนโชคดี เพราะคุณคือคนที่ทำอะไรก็ได้ พร้อมที่จะพัฒนาตัวเองหลากหลายแนว
ไม่ใช่เก่งเรื่องเดียวแต่ลึกกับเรื่องนั้น

สุดท้าย ทั้งไอเดียและความสุข อยู่ที่ความคิดคุณมีค่าเท่าไหร่ มีค่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน หรือ มีค่า 80 ล้านบาทต่อเวลาทั้งชีวิต
การเป็นเซียนหรือชนชั้นสูง ไม่ใช่การเอาเปรียบผู้คน แต่เป็นการทุ่มเทกับการคิดค้นและลงมือทำ เพื่อให้คนอีกมากได้ประโยชน์
เช่น มีงานทำ มีความสุข มีชีวิตที่ดี พบทางสว่าง  จากเป้าหมายและความสามารถของคุณ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่