ณัฐพงษ์ ลุกโต้เพื่อไทย ก้าวไกลไม่ได้อคติ ตัดงบฝายแกนดินซีเมนต์ แต่หน่วยงานแจงไม่ได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_4485413
‘ณัฐพงษ์’ ลุกโต้เพื่อไทย ปมฝายแกนดินซีเมนต์ ยันก้าวไกลตัดงบไม่เดือดร้อน ปชช. แต่หน่วยงานตอบไม่ได้ เหมาะสมสร้างทุกที่หรือไม่
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยมี นาย
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท) เรียงมาตรา ภายหลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 16.50 น. ในการพิจารณามาตรา 18 กระทรวงมหาดไทย นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้สงวนความเห็นว่า มีสมาชิกหลายคนตั้งคําถามการตัดงบประมานฝายแกนดินซีเมนต์ ตนในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาและติดตามการจัดทํางบจึงอยากอธิบายว่าการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ในบางแห่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด ในแหล่งนํ้าบางแห่งเป็นวิธีสร้างที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ทําหนังสือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งคําของบสร้างฝายแกนดินซีเมนต์กว่า 7,000 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.66 แต่สํานักงบประมานตัดเหลือ 4,000 แห่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมติภายใน 1 เดือน จึงอยากทราบว่ากระบวนการที่รวบรัดเช่นนี้ ฝายแกนดินทั้งหมดมีความเหมาะสมในการสร้างทุกแห่งหรือไม่
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ทาง กมธ.ศึกษาและติดตามการจัดทํางบได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สถ. สํานักงบประมาน ซึ่งไม่มีหน่วยงานใดยืนยันได้ว่าพื้นที่ทั้งหมดมีความเหมาะสมในการสร้าง อีกทั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ยังระบุว่าฝายไม่ได้มีหน้าที่กักเก็บนํ้า แต่มีหน้าที่ยกระดับนํ้า และหากสร้างแล้วอาจเป็นการทําลายแหล่งนํ้า
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่มีความคิดไปตัดงบให้ประชาชนเดือดร้อน แต่กระบวนการเร่งรัดตั้งงบเป็นสิ่งที่ผิด จะปล่อยผ่านได้อย่างไร นอกจากนี้ ยืนยันว่า กมธ.งบตัดส่วนนี้เพราะเสียงข้างมาก ดังนั้น การกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกลตัดงบโดยอคติและความไม่รู้จึงไม่ยุติธรรม มองว่าหากชะลอโครงการนี้บางแห่งในปีนี้ ไม่เป็นการเสียหาย
ก้าวไกลรุมตัดงบมท. ซัด 29 ล้าน 6 โครงการ สร้างกำแพงกันคลื่น ข้องใจ ปภ.ซื้อ ฮ. แพงเว่อร์
https://www.matichon.co.th/politics/news_4485201
ก้าวไกลรุมตัดงบมท. ซัด 29 ล้าน 6 โครงการ สร้างกำแพงกันคลื่น ข้องใจ ปภ.ซื้อ ฮ. แพงเว่อร์
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 มีนาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่มีนาย
ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งเข้าสู่การพิจารณามาตรา 20 งบประมาณกระทรวงมหาดไทย
โดย นาย
นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) อภิปรายเสนอตัดงบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 29,332,000 บาท จากโครงการกำแพงกันคลื่น 6 โครงการ เนื่องจากเป็นงบประมาณที่ไม่มีความชัดเจน และเป็นการสนับสนุนวงจรอุบาทว์ที่ทำลายชายหาดของประเทศ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชายหาดในพื้นที่ประเทศไทยจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 13 ก.พ.67 ตนเคยขอเอกสารกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อขอดูรายละเอียดของ 6 โครงการ แต่กว่าจะได้รับเอกสารคือวันที่ 13 มี.ค.67 ทำให้ไม่สามารถท้วงติงในชั้น กมธ.ได้ วันนี้ตนจึงขอฝากถึง กมธ.และเพื่อนสมาชิกทุกท่านให้ตัดงบที่ไม่มีความชัดเจนดังกล่าว
ด้านนาย
อิทธิพล ชลธราศิริ ส.ส.ขอนแก่น พรรคก้าวไกล อภิปรายตัดงบกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 142.3 ล้านบาท ในส่วนการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง KA-32 จำนวน 1 ลำ มูลค่า 949 ล้านบาท ที่ตั้งงบรายจ่ายปี 2567 ไว้ 142.3 ล้านบาท และผูกพันงบประมาณปี 2568 อีก 806 ล้านบาท แม้จำเป็นต้องมีเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงอาคารสูง ควบคุมไฟป่า และบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ แต่ต้องปรับลดงบดังกล่าว เพราะ
1. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องซื้อในเวลานี้ ปัจจุบัน ปภ.มีเฮลิคอปเตอร์รุ่นเดียวกัน 4 ลำ แต่ใช้งานตั้งแต่ปี 2563-2567 แค่ 25 ภารกิจ เฉลี่ยบินปีละ 5 ภารกิจ เป็นภารกิจดับไฟ ช่วยเหลือประชาชน 20 ภารกิจ ล่าสุดเพิ่งไปโชว์ภารกิจดูดน้ำดับไฟป่าให้นายกฯดูที่ จ.เชียงใหม่
2. ราคาแพง การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำก่อนหน้านี้ ราคาจัดซื้อในต่างประเทศไม่ถึงลำละ 500 ล้านบาท รวมอุปกรณ์ดับเพลิง แต่ ปภ.จัดซื้อราคาลำละ 949 ล้านบาท ตอนที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายค้านเคยคัดค้านการจัดซื้อดังกล่าว ขอให้แสดงจุดยืนเหมือน เดิม
3. การปฏิบัติภารกิจไม่ทันท่วงที ไม่เคยเห็นการดับไฟในอาคารสูงแม้แต่ครั้งเดียว ทั้ง 4 ลำ ไม่มีที่จอด ต้องอาศัยศูนย์กลางการบินกองทัพบก จ.ลพบุรี เป็นที่จอด และ ปภ.ไม่มีนักบินของตัวเอง ต้องยืมนักบินกองทัพบก ถ้าเกิดไฟไหม้ตึกสูงที่ กทม.ต้องใช้เวลาบินจากลพบุรีมา กทม. 45 นาที และหาแหล่งน้ำดิบมาเติม จะทำภารกิจทันท่วงทีได้อย่างไร
4. การดับไฟป่าไม่ใช่ภารกิจหลัก ปภ. เป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าอยู่แล้ว การจัดซื้อครั้งนี้ผู้เสนอราคาแค่รายเดียว เป็นรายเดิม ผิดปกติหรือไม่ ทราบว่าปี 2568 ปภ.จะตั้งงบซื้อเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้อีก 2 ลำ ไม่รู้มีอะไรหอมหวาน การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวถูกคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ตัดงบทิ้งไปแล้ว แต่กลับมาคืนงบประมาณจัดซื้อให้ใหม่ในชั้น กมธ.ชุดใหญ่
สส. “ก้าวไกล” ขยี้จัดซื้อแสตมป์สรรพสามิต 134 ล้านไม่ช่วยแก้ปัญหาของเถื่อน
https://www.innnews.co.th/news/news-general/news_693125/
สส. “ก้าวไกล” ขยี้จัดซื้อแสตมป์สรรพสามิต 134 ล้านไม่ช่วยแก้ปัญหาของเถื่อน เผย แสตมป์สรรพสามิตยังถูกปลอม ทำบุหรี่เหล้าเถื่อนพุ่ง
สส.ก้าวไกล นนทบุรี เสนอรื้องบค่าผลิตแสตมป์สรรพสามิต 134 ล้าน ย้ำเกินความจำเป็น ไม่ช่วยเรื่องสินค้าปลอม พร้อมตั้งคำถามกฎหมายอนุญาตให้ละเว้นโดยใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีแทนได้ ทำไมไม่นำมาใช้เพื่อลดรายจ่าย
ในการอภิปรายร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 วันที่ 20 มีนาคม 2567 นาย
ปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล ยื่นแปรญัตติอภิปรายงบประมาณ มาตรา 9 กระทรวงการคลัง ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการผลิตแสตมป์ของกรมสรรพสามิตที่สูงถึง 134 ล้านบาท เพื่อให้สินค้าประเภทเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สุรา และยาสูบ นำไปใช้แปะบนสินค้า เป็นเครื่องหมายแสดงว่าได้ชำระภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายแล้ว ซึ่งหากผู้ผลิตอยู่ในไทยต้องวางแบงค์การันตีเท่ากับจำนวนภาษีและเบิกแสตมป์ไปได้ แต่มีผู้ประกอบการอีกมากที่ผลิตสินค้าในต่างประเทศก่อนนำเข้ามา จำเป็นต้องชำระภาษีก่อนเบิกแสตมป์ส่งไปเพื่อติดในต่างประเทศ
นาย
ปรีติ กล่าวว่า ปัจจุบันแสตมป์มีความสำคัญเพราะกรมได้นำเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดมาใช้เพื่อยืนยันการเสียภาษี ลดการลอกเลียนแบบสินค้า การหลีกเลี่ยงภาษี แต่กลับพบการปลอมแสตมป์ รวมถึงปลอมคิวอาร์โค้ดด้วย จึงไม่ได้ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ เป็นการเพิ่มภาระให้รัฐและผู้ประกอบการมากกว่า เพราะเรายังเห็นการจับกุมของเถื่อน โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ อยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดมีการจับกุมบุหรี่เถื่อนจากเรือประมงดัดแปลง คิดเป็นค่าปรับกว่า 4,700 ล้านบาท กระทบรายได้สรรพสามิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากดูผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต ปีงบ 64 – 66 ภาษีสุราและภาษียาสูบลดลงต่อเนื่องจนปีล่าสุดเหลือเพียงระดับ 5 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น
“
มีประกาศกรมสรรพสามิตเมื่อปี 2560 ที่ปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยอนุญาตให้เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สามารถใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีแทนการติดแสตมป์ได้ โดยต้องมีการระบุประเภทของสินค้า ปริมาณหรือปริมาตร ชื่อหรือสัญลักษณ์ของสินค้า และชื่อผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้า โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสามารถเป็นผู้สั่งการได้เอง แต่กลับไม่มีการนำมาใช้กับสินค้าอื่น ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของกรมเลย”
นาย
ปรีติ ยังเสนอว่า กรมสรรพสามิตควรตัดงบประมาณการผลิตแสตมป์ 134 ล้านบาทออก เพราะแสตมป์ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าของเถื่อน ของหนีภาษี และเห็นว่าควรใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเข้ามาทดแทนการติดแสตมป์แบบปัจจุบัน
สภาฯ ถกงบมหาดไทย “ก้าวไกล” ซัดจัดงบเป็นวงจรอุบาทว์ “โยธาธิการ”
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_693115/
สภาฯ ถกงบมหาดไทย “ก้าวไกล” ซัดจัดงบเป็นวงจรอุบาทว์ “โยธาธิการ” ขอสร้างเขื่อนกั้นทะเล แต่ไม่บอกทำที่ไหน ด้าน “เสรีรวมไทย” ชี้ แทนจะจุ้นงบสร้างเขื่อน ควรไปทำผังเมืองให้ดีก่อน
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วาระที่ 2 และ 3 ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มาตรา 19 งบประมาณกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมาก ปรับลดงบประมาณ 1.5 พันล้าน
ช่วงต้นการอภิปราย นาย
นิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการสงวนความเห็น อภิปรายขอตัดลดงบว่า การจัดงบมหาดไทยไม่ชัดเจน เป็นวงจรอุบาทว์ในการสร้างเขื่อนกันคลื่นในประเทศไทย ศึกษาใหม่ แล้วก็ทำ แล้วก็พัง ทำให้ประเทศไทยเสียหายมากมาย คิดอะไรไม่ออก แต่อยากสร้าง ทำให้ชายหาดประเทศไทยเสียหายมากมาย
ตนเองก็ทักท้วงเข้าไป ยังมีหน้ามาเสนอของบปี 67 ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำสั่งระงับการสร้างเขื่อนกันคลื่นแล้ว เช่น ที่จังหวัดสงขลา ถูกศาลสั่งระงับโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งหาดมหาราช จากคำสั่งศาลพบว่าพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ถือเป็นตัวอย่างที่ยังจะฝืนทำ โดยในชั้นกรรมาธิการนี้มีการของบอีก 6 โครงการ ตนจึงเสนอให้ตัดงบ เพราะไม่รู้ว่า 6 โครงการนี้อยู่ที่ไหนบ้าง ตนขอเอกสารไปตั้งแต่ 13 ก.พ. 2567 รอ 1 เดือนเต็ม เอกสารกลับมา 13 มี.ค. 2567 ปรากฏว่าพิจารณากันจบหมดแล้ว นั่งมองเอกสาร 6 ฉบับ ถ้าพับเป็นถุงกล้วยแขกได้ 12 ถุง วงเงิน 29 ล้าน
รายละเอียดข้างในบอกว่าศึกษาให้เสร็จก่อนแล้วจะบอกว่าสร้างที่ไหน ยังโบ้ยให้เพื่อน โยนไปที่กรมทรัพยากรทางทะเล ตนมองว่าเป็นความไม่ชัดเจน พอไม่ชัดเจนแบบนี้ กมธ.ก็ไม่ให้ผ่าน ตนเห็นใจอนุกรรมาธิการด้วย ที่ไม่ทราบรายละเอียดจนต้องปล่อยผ่าน จึงต้องใช้โอกาสนี้มาพูดกับสมาชิกให้ช่วยกันรักษาชายหาด ทำตรงไหนไม่รู้ ทำไปโบ้ยเพื่อนไป
ด้านนาย
มังกร ยนต์ตระกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งคำถามว่า เขื่อนป้องกันตลิ่ง จำเป็นหรือไม่ บางอย่างควรให้ท้องถิ่นทำ แต่กรมโยธาธิการทำเองหมด ครอบจักรวาล ทั้งโครงการเขื่อนป้องกันกันตลิ่งเพื่อป้องกันการสูญเสียดินอดนประเทศ ชื่อฟังดูน่ากลัวแต่ไม่มีอะไร กั้นทะเล แม่น้ำนานาชาติ อย่างแม่น้ำโขง แต่ตนสงสัยว่าถ้าน้ำทะเลจะกัดเซาะสัก 10-15 เมตร มันทำให้เราเสียดินแดนเลยเหรอ
ส่วนนอกก็มี นอกจากนี้ยังโครงการบริหารจัดการเขื่อนป้องกันภัยพิบัติ ที่งบ 20ล้านบาท ท่านว่าของเก่าไม่ดี แล้วตั้งงบตามทำไม ตอนนี้เรามีภาระหลายเรื่อง ตนถามว่าเรื่องโครงการเขื่อนนี้จำเป็นขนาดไหน ทำไมไม่ปล่อยให้ท้องถิ่นทำ ไม่ปล่อยให้อยู่กับธรรมชาติบ้าง สิ่งที่กรมโยธาธิการต้องทำคือปรับปรุงผังเมือง เรื่องนี้พอประกาศทีไร ชาวบ้านทะเลาะกันทุกที เพราะเมืองมันขยาย
JJNY : 5in1 ณัฐพงษ์ลุกโต้พท.│ก้าวไกลข้องใจซื้อฮ.แพงเว่อร์│ก้าวไกลขยี้จัดซื้อแสตมป์│สภาฯ ถกงบมหาดไทย│สงครามยูเครนเดือด
https://www.matichon.co.th/politics/news_4485413
‘ณัฐพงษ์’ ลุกโต้เพื่อไทย ปมฝายแกนดินซีเมนต์ ยันก้าวไกลตัดงบไม่เดือดร้อน ปชช. แต่หน่วยงานตอบไม่ได้ เหมาะสมสร้างทุกที่หรือไม่
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยมี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท) เรียงมาตรา ภายหลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 16.50 น. ในการพิจารณามาตรา 18 กระทรวงมหาดไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้สงวนความเห็นว่า มีสมาชิกหลายคนตั้งคําถามการตัดงบประมานฝายแกนดินซีเมนต์ ตนในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาและติดตามการจัดทํางบจึงอยากอธิบายว่าการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ในบางแห่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด ในแหล่งนํ้าบางแห่งเป็นวิธีสร้างที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ทําหนังสือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งคําของบสร้างฝายแกนดินซีเมนต์กว่า 7,000 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.66 แต่สํานักงบประมานตัดเหลือ 4,000 แห่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมติภายใน 1 เดือน จึงอยากทราบว่ากระบวนการที่รวบรัดเช่นนี้ ฝายแกนดินทั้งหมดมีความเหมาะสมในการสร้างทุกแห่งหรือไม่
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทาง กมธ.ศึกษาและติดตามการจัดทํางบได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สถ. สํานักงบประมาน ซึ่งไม่มีหน่วยงานใดยืนยันได้ว่าพื้นที่ทั้งหมดมีความเหมาะสมในการสร้าง อีกทั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ยังระบุว่าฝายไม่ได้มีหน้าที่กักเก็บนํ้า แต่มีหน้าที่ยกระดับนํ้า และหากสร้างแล้วอาจเป็นการทําลายแหล่งนํ้า
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่มีความคิดไปตัดงบให้ประชาชนเดือดร้อน แต่กระบวนการเร่งรัดตั้งงบเป็นสิ่งที่ผิด จะปล่อยผ่านได้อย่างไร นอกจากนี้ ยืนยันว่า กมธ.งบตัดส่วนนี้เพราะเสียงข้างมาก ดังนั้น การกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกลตัดงบโดยอคติและความไม่รู้จึงไม่ยุติธรรม มองว่าหากชะลอโครงการนี้บางแห่งในปีนี้ ไม่เป็นการเสียหาย
ก้าวไกลรุมตัดงบมท. ซัด 29 ล้าน 6 โครงการ สร้างกำแพงกันคลื่น ข้องใจ ปภ.ซื้อ ฮ. แพงเว่อร์
https://www.matichon.co.th/politics/news_4485201
ก้าวไกลรุมตัดงบมท. ซัด 29 ล้าน 6 โครงการ สร้างกำแพงกันคลื่น ข้องใจ ปภ.ซื้อ ฮ. แพงเว่อร์
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 มีนาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งเข้าสู่การพิจารณามาตรา 20 งบประมาณกระทรวงมหาดไทย
โดย นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) อภิปรายเสนอตัดงบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 29,332,000 บาท จากโครงการกำแพงกันคลื่น 6 โครงการ เนื่องจากเป็นงบประมาณที่ไม่มีความชัดเจน และเป็นการสนับสนุนวงจรอุบาทว์ที่ทำลายชายหาดของประเทศ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชายหาดในพื้นที่ประเทศไทยจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 13 ก.พ.67 ตนเคยขอเอกสารกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อขอดูรายละเอียดของ 6 โครงการ แต่กว่าจะได้รับเอกสารคือวันที่ 13 มี.ค.67 ทำให้ไม่สามารถท้วงติงในชั้น กมธ.ได้ วันนี้ตนจึงขอฝากถึง กมธ.และเพื่อนสมาชิกทุกท่านให้ตัดงบที่ไม่มีความชัดเจนดังกล่าว
ด้านนายอิทธิพล ชลธราศิริ ส.ส.ขอนแก่น พรรคก้าวไกล อภิปรายตัดงบกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 142.3 ล้านบาท ในส่วนการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง KA-32 จำนวน 1 ลำ มูลค่า 949 ล้านบาท ที่ตั้งงบรายจ่ายปี 2567 ไว้ 142.3 ล้านบาท และผูกพันงบประมาณปี 2568 อีก 806 ล้านบาท แม้จำเป็นต้องมีเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงอาคารสูง ควบคุมไฟป่า และบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ แต่ต้องปรับลดงบดังกล่าว เพราะ
1. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องซื้อในเวลานี้ ปัจจุบัน ปภ.มีเฮลิคอปเตอร์รุ่นเดียวกัน 4 ลำ แต่ใช้งานตั้งแต่ปี 2563-2567 แค่ 25 ภารกิจ เฉลี่ยบินปีละ 5 ภารกิจ เป็นภารกิจดับไฟ ช่วยเหลือประชาชน 20 ภารกิจ ล่าสุดเพิ่งไปโชว์ภารกิจดูดน้ำดับไฟป่าให้นายกฯดูที่ จ.เชียงใหม่
2. ราคาแพง การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำก่อนหน้านี้ ราคาจัดซื้อในต่างประเทศไม่ถึงลำละ 500 ล้านบาท รวมอุปกรณ์ดับเพลิง แต่ ปภ.จัดซื้อราคาลำละ 949 ล้านบาท ตอนที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายค้านเคยคัดค้านการจัดซื้อดังกล่าว ขอให้แสดงจุดยืนเหมือน เดิม
3. การปฏิบัติภารกิจไม่ทันท่วงที ไม่เคยเห็นการดับไฟในอาคารสูงแม้แต่ครั้งเดียว ทั้ง 4 ลำ ไม่มีที่จอด ต้องอาศัยศูนย์กลางการบินกองทัพบก จ.ลพบุรี เป็นที่จอด และ ปภ.ไม่มีนักบินของตัวเอง ต้องยืมนักบินกองทัพบก ถ้าเกิดไฟไหม้ตึกสูงที่ กทม.ต้องใช้เวลาบินจากลพบุรีมา กทม. 45 นาที และหาแหล่งน้ำดิบมาเติม จะทำภารกิจทันท่วงทีได้อย่างไร
4. การดับไฟป่าไม่ใช่ภารกิจหลัก ปภ. เป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าอยู่แล้ว การจัดซื้อครั้งนี้ผู้เสนอราคาแค่รายเดียว เป็นรายเดิม ผิดปกติหรือไม่ ทราบว่าปี 2568 ปภ.จะตั้งงบซื้อเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้อีก 2 ลำ ไม่รู้มีอะไรหอมหวาน การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวถูกคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ตัดงบทิ้งไปแล้ว แต่กลับมาคืนงบประมาณจัดซื้อให้ใหม่ในชั้น กมธ.ชุดใหญ่
สส. “ก้าวไกล” ขยี้จัดซื้อแสตมป์สรรพสามิต 134 ล้านไม่ช่วยแก้ปัญหาของเถื่อน
https://www.innnews.co.th/news/news-general/news_693125/
สส. “ก้าวไกล” ขยี้จัดซื้อแสตมป์สรรพสามิต 134 ล้านไม่ช่วยแก้ปัญหาของเถื่อน เผย แสตมป์สรรพสามิตยังถูกปลอม ทำบุหรี่เหล้าเถื่อนพุ่ง
สส.ก้าวไกล นนทบุรี เสนอรื้องบค่าผลิตแสตมป์สรรพสามิต 134 ล้าน ย้ำเกินความจำเป็น ไม่ช่วยเรื่องสินค้าปลอม พร้อมตั้งคำถามกฎหมายอนุญาตให้ละเว้นโดยใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีแทนได้ ทำไมไม่นำมาใช้เพื่อลดรายจ่าย
ในการอภิปรายร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล ยื่นแปรญัตติอภิปรายงบประมาณ มาตรา 9 กระทรวงการคลัง ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการผลิตแสตมป์ของกรมสรรพสามิตที่สูงถึง 134 ล้านบาท เพื่อให้สินค้าประเภทเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สุรา และยาสูบ นำไปใช้แปะบนสินค้า เป็นเครื่องหมายแสดงว่าได้ชำระภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายแล้ว ซึ่งหากผู้ผลิตอยู่ในไทยต้องวางแบงค์การันตีเท่ากับจำนวนภาษีและเบิกแสตมป์ไปได้ แต่มีผู้ประกอบการอีกมากที่ผลิตสินค้าในต่างประเทศก่อนนำเข้ามา จำเป็นต้องชำระภาษีก่อนเบิกแสตมป์ส่งไปเพื่อติดในต่างประเทศ
นายปรีติ กล่าวว่า ปัจจุบันแสตมป์มีความสำคัญเพราะกรมได้นำเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดมาใช้เพื่อยืนยันการเสียภาษี ลดการลอกเลียนแบบสินค้า การหลีกเลี่ยงภาษี แต่กลับพบการปลอมแสตมป์ รวมถึงปลอมคิวอาร์โค้ดด้วย จึงไม่ได้ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ เป็นการเพิ่มภาระให้รัฐและผู้ประกอบการมากกว่า เพราะเรายังเห็นการจับกุมของเถื่อน โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ อยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดมีการจับกุมบุหรี่เถื่อนจากเรือประมงดัดแปลง คิดเป็นค่าปรับกว่า 4,700 ล้านบาท กระทบรายได้สรรพสามิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากดูผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต ปีงบ 64 – 66 ภาษีสุราและภาษียาสูบลดลงต่อเนื่องจนปีล่าสุดเหลือเพียงระดับ 5 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น
“มีประกาศกรมสรรพสามิตเมื่อปี 2560 ที่ปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยอนุญาตให้เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สามารถใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีแทนการติดแสตมป์ได้ โดยต้องมีการระบุประเภทของสินค้า ปริมาณหรือปริมาตร ชื่อหรือสัญลักษณ์ของสินค้า และชื่อผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้า โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสามารถเป็นผู้สั่งการได้เอง แต่กลับไม่มีการนำมาใช้กับสินค้าอื่น ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของกรมเลย”
นายปรีติ ยังเสนอว่า กรมสรรพสามิตควรตัดงบประมาณการผลิตแสตมป์ 134 ล้านบาทออก เพราะแสตมป์ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าของเถื่อน ของหนีภาษี และเห็นว่าควรใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเข้ามาทดแทนการติดแสตมป์แบบปัจจุบัน
สภาฯ ถกงบมหาดไทย “ก้าวไกล” ซัดจัดงบเป็นวงจรอุบาทว์ “โยธาธิการ”
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_693115/
สภาฯ ถกงบมหาดไทย “ก้าวไกล” ซัดจัดงบเป็นวงจรอุบาทว์ “โยธาธิการ” ขอสร้างเขื่อนกั้นทะเล แต่ไม่บอกทำที่ไหน ด้าน “เสรีรวมไทย” ชี้ แทนจะจุ้นงบสร้างเขื่อน ควรไปทำผังเมืองให้ดีก่อน
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วาระที่ 2 และ 3 ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มาตรา 19 งบประมาณกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมาก ปรับลดงบประมาณ 1.5 พันล้าน
ช่วงต้นการอภิปราย นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการสงวนความเห็น อภิปรายขอตัดลดงบว่า การจัดงบมหาดไทยไม่ชัดเจน เป็นวงจรอุบาทว์ในการสร้างเขื่อนกันคลื่นในประเทศไทย ศึกษาใหม่ แล้วก็ทำ แล้วก็พัง ทำให้ประเทศไทยเสียหายมากมาย คิดอะไรไม่ออก แต่อยากสร้าง ทำให้ชายหาดประเทศไทยเสียหายมากมาย
ตนเองก็ทักท้วงเข้าไป ยังมีหน้ามาเสนอของบปี 67 ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำสั่งระงับการสร้างเขื่อนกันคลื่นแล้ว เช่น ที่จังหวัดสงขลา ถูกศาลสั่งระงับโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งหาดมหาราช จากคำสั่งศาลพบว่าพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ถือเป็นตัวอย่างที่ยังจะฝืนทำ โดยในชั้นกรรมาธิการนี้มีการของบอีก 6 โครงการ ตนจึงเสนอให้ตัดงบ เพราะไม่รู้ว่า 6 โครงการนี้อยู่ที่ไหนบ้าง ตนขอเอกสารไปตั้งแต่ 13 ก.พ. 2567 รอ 1 เดือนเต็ม เอกสารกลับมา 13 มี.ค. 2567 ปรากฏว่าพิจารณากันจบหมดแล้ว นั่งมองเอกสาร 6 ฉบับ ถ้าพับเป็นถุงกล้วยแขกได้ 12 ถุง วงเงิน 29 ล้าน
รายละเอียดข้างในบอกว่าศึกษาให้เสร็จก่อนแล้วจะบอกว่าสร้างที่ไหน ยังโบ้ยให้เพื่อน โยนไปที่กรมทรัพยากรทางทะเล ตนมองว่าเป็นความไม่ชัดเจน พอไม่ชัดเจนแบบนี้ กมธ.ก็ไม่ให้ผ่าน ตนเห็นใจอนุกรรมาธิการด้วย ที่ไม่ทราบรายละเอียดจนต้องปล่อยผ่าน จึงต้องใช้โอกาสนี้มาพูดกับสมาชิกให้ช่วยกันรักษาชายหาด ทำตรงไหนไม่รู้ ทำไปโบ้ยเพื่อนไป
ด้านนายมังกร ยนต์ตระกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งคำถามว่า เขื่อนป้องกันตลิ่ง จำเป็นหรือไม่ บางอย่างควรให้ท้องถิ่นทำ แต่กรมโยธาธิการทำเองหมด ครอบจักรวาล ทั้งโครงการเขื่อนป้องกันกันตลิ่งเพื่อป้องกันการสูญเสียดินอดนประเทศ ชื่อฟังดูน่ากลัวแต่ไม่มีอะไร กั้นทะเล แม่น้ำนานาชาติ อย่างแม่น้ำโขง แต่ตนสงสัยว่าถ้าน้ำทะเลจะกัดเซาะสัก 10-15 เมตร มันทำให้เราเสียดินแดนเลยเหรอ
ส่วนนอกก็มี นอกจากนี้ยังโครงการบริหารจัดการเขื่อนป้องกันภัยพิบัติ ที่งบ 20ล้านบาท ท่านว่าของเก่าไม่ดี แล้วตั้งงบตามทำไม ตอนนี้เรามีภาระหลายเรื่อง ตนถามว่าเรื่องโครงการเขื่อนนี้จำเป็นขนาดไหน ทำไมไม่ปล่อยให้ท้องถิ่นทำ ไม่ปล่อยให้อยู่กับธรรมชาติบ้าง สิ่งที่กรมโยธาธิการต้องทำคือปรับปรุงผังเมือง เรื่องนี้พอประกาศทีไร ชาวบ้านทะเลาะกันทุกที เพราะเมืองมันขยาย