เล่าสู่กันฟัง...ณ อิตาลี Happiness is...season fruit.


Boun giorno. สวัสดีทุกๆคนค่ะ กลับมาเขียนอีกครั้ง เนื่องด้วยออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว อากาศดีเว่อร์ แดดเปรี้ยงๆกับอุณหภูมิที่ 13 องศา มีความสุขถึงกับบอกตัวเองว่า มาเขียนอะไรๆ เล่าเรื่องสุข+สนุก ให้ชาวพันทิปอ่านกันดีกว่า


เริ่มต้นด้วยรูปสตรอเบอรี่จากทางภาคใต้ของอิตาลี รูปนี้ซื้อมากินเมื่อวันอาทิตย์ และกินหมดไปแล้ว ราคา 2.99 ยูโร (~113 บาท) น่าจะราวๆสามขีด ลูกสวยๆทั้งนั้น เลยต้องถ่ายรูปมาให้ดูกัน แต่มีอีกเกรดนึงลูกสวยกว่านี้แต่เค้าขายกันยกกะบะเล็กๆก็ราวๆ 4.99 euro แต่มันเยอะเกินกินไม่ทันค่ะ นี่รอให้ราคาลดลงกว่านี้สักนิด สุกฉ่ำๆ จะกวนแยมไว้ทาขนมปังปิ้งกินยามเช้า ใครมาเที่ยวอิตาลีตอนนี้ ฤดูใบไม้ผลิอันสวยงามที่กำลังจะมาถึง ผลไม้ประจำฤดูกาลนี้คือสตรอเบอรี่นี่แหละค่ะ ความจริงก็มีออกมาขายก่อนหน้านี้แล้ว แต่รสชาติยังไม่หวานถึงใจ ต้องรอมาสักพักเดือนนี้เดือนหน้านั่นแหละค่ะ รสชาติจะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่ดิฉันปลูกไว้ริมรั้วนั้น เพิ่งงอกโผล่ใบออกมาหน่อยนึง โน่น เดือนกรกฏาถึงจะติดผล ปลูกไม่มากค่ะแค่สิบต้น ปลูกขำๆ มีพื้นที่ปลูกก็เอามาลงซะหน่อย เอาไว้โม้ให้พ่อและแม่ฟัง ว่าลูกสาวอยู่อิตาลีแล้วขยัน ปลูกสตรอเบอรี่ไว้กินเอง ^__^ 


 ต้นสตรอเบอรี่ซื้อต้นที่เค้าเพาะพันธุ์มาแล้ว ปลูกลงดินได้เลย บ้านดิฉันจะปลูกราวๆเดือนพฤษภาคม เพราะรอให้อากาศเริ่มร้อนมากกว่านี้ ปลูกลงดิน ไม่ปลูกในกระถาง ปลูกครั้งเดียวก็อยู่ได้ราวๆ 4-5 ปี หลังจากนั้นต้องถอนทิ้งปลูกใหม่เพราะว่าปีหลังๆมาเนี่ย ลูกจะติดไม่เยอะและลูกจะเล็กลงเรื่อยๆ นี่คือการปลูกริมรั้วบ้านที่ไม่ได้มีการดูแลอะไรมากมาย ปลูกขำๆอย่างที่บอกไว้ค่ะ และพอฤดูหนาวหิมะตก ต้นก็จะตายไป แต่รากใต้ดินยังอยู่ ฤดูใบไม้ผลิก็งอกออกมาใหม่ เกิดเป็นต้นไม้ใบหญ้าแถวนี้ต้องสตรองค่ะ เพี้ยนแข็งแรง

ส่วนผลไม้ในรูปข้างล่างนี้ ส้ม จากภาคใต้ของอิตาลีเช่นกัน มีขายมาตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้วยันเดือนนี้ ก็ยังหวานอยู่นะคะ ไม่รู้ว่าเค้าเก็บรักษายังไง เก็บไว้ในห้องเย็นกระมังคะ กล้วยหอมก็นำเข้าจากแถบอเมริกาใต้ ส่วนแพร์นั้น ปีนี้ราคาสูงขึ้นมากๆ นี่ตกลูกละหนึ่งยูโรกันเลยทีเดียว ลูกเล็กๆนะคะ ถ้าลูกใหญ่กว่านี้ก็ยูโรกว่าๆ ลูกแพร์ฤดูกาลของเค้าคือสุกเดือนตุลาคม เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับแอบเปิ้ล (ดิฉันอยู่ในพื้นที่ที่เค้านิยมปลูกแอบเปิ้ลขายกัน) และซื้อสตรอเบอรี่มาอีกหนึ่งแพ๊คเล็กๆ ราวสองขีด ราคา 1.99 ยูโร


ผลไม้ บ้านเรานิยมเอามาหั่นใส่โยเกิร์ตกินกันค่ะ มักจะกินเป็นอาหารว่างตอนเย็นๆ ก่อนออกกำลังกายตอนห้าโมงเย็น หรือตอนคุณสามีกลับมาจากทำงาน ดิฉันก็หั่นผลไม้ที่มีในบ้าน ใส่ถ้วยเล็กๆให้คุณเค้ากินพร้อมโยเกิร์ต อิ่มท้อง ดีต่อสุขภาพ 


แล้ววันนี้ก็ซื้อผักมาอีกสามสี่อย่าง บ้านเรากินผักและผลไม้ค่อนข้างเยอะ นี่คือสาเหตุว่าทำไม ดิฉันไม่อ้วนขึ้นเลยทั้งๆที่มาอยู่อิตาลีนาน ประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแป้งและสารพัดชีส  เพราะว่ากินผักกินหญ้านี่แหละค่ะท่านผู้ชม 


เมนูสำหรับมื้อเย็นนี้คือ ข้าวกวนกับผักกะหล่ำปลี และใส่มันฝรั่งต้มลงด้วยสักสองสามชิ้นเพื่อให้น้ำมันข้นๆ แต่เนื่องด้วยยังไม่ได้ทำจึงไม่มีรูปมาให้ดูกัน แต่เย็นนี้จะถ่ายรูปวิธีการทำมาให้ดูกันแน่นอน รอชมกันนะคะ


ตอนยืนเลือกซื้อข้าวอยู่ในซูเปอร์ ก็กะว่าจะถ่ายรูปชั้นวางขายข้าวอิตาเลียนมาให้ดูกัน ความหามือถือในกระเป๋า ปรากฏว่าไม่มีค่ะ ดิฉันลืมพกมือถือไปด้วยนั่นเอง ดีนะที่พกบัตรเดบิตไปด้วย ไม่งั้นได้วนรถกลับมาบ้านอีกรอบ 

พูดถึงเรื่องข้าวที่ผลิตในอิตาลีบ้างดีกว่า อิตาลีเป็นประเทศที่ผลิตข้าวได้มากที่สุดในยุโรป และเป็นประเทศที่บริโภคข้าวเยอะที่สุดในฝั่งนี้เช่นกันน่าจะพอๆกับประเทศสเปน จะให้ไม่มากได้อย่างไร ในเมื่อเรามีเมนูรีซอตโต้ เป็นเมนูที่เอาข้าวเม็ดกลมๆอวบๆมาผัดกับน้ำมันมะกอกหรือเนยแป๊บนึง ใส่น้ำซุปและกวน โคเรๆไปเรื่อยๆ เติมน้ำซุปอยู่บ่อยๆ เพราะไม่งั้นน้ำแห้งติดก้นหม้อ ข้าวไหม้อีก เมนูข้าวที่นี่ไม่ใช่การหุงข้าวแบบบ้านเราที่ ตวงข้าวสารใส่หม้อใส่น้ำกดปุ่มหม้อหุงข้าว แล้วรอหม้อดีดดัง ปึ๊ง!!!

ส่วนเมนูข้าวก็มีหลายสูตรหลายจาน และข้าวสารเองก็มีหลายสายพันธุ์ แต่ละเมนูก็ใช้ข้าวคนละพันธุ์กัน ใส่ผักใส่ผงโน่นนี่นั่น กลายเป็นอาหารจานอร่อย อิตาเลียนเค้าเก่งเรื่องประยุกต์วัตดุดิบท้องถิ่นที่มี(ตามฤดูกาลด้วย) ถูกปากคนส่วนใหญ่และโด่งดังไปทั่วโลก ใช้คำนี้ อย่าเพิ่งหมั่นไส้กันเลยค่ะ แค่อยากอวยประเทศที่ตัวเองอยู่ก็เท่านั้นเอง เพี้ยนลาเวนเดอร์

ปล. อย่างในรูปดิฉันซื้อข้าวพันธุ์ carnaroli ปกติถุงนี้หนึ่งกิโลกรัมราคาราวๆ 4.49 ยูโร แต่นี่ลดราคาค่ะเหลือ 2.49 ก็เลยหยิบมาหนึ่งกิโล ให้ดูด้านใน จะหุ้มพลาสติกไว้อีกที และมีการเขียนกำกับปริมาณสำหรับใช้แต่ละครั้ง สำหรับสองคนก็เทลงหม้อตามที่เค้าขีดไว้ได้เลยค่ะ



เห็นกันใช่ไหมคะว่าข้าวที่นี่เม็ดจะใหญ่กว่าข้าวสารบ้านเรา และคนที่นี่กินข้าวบ่อยไหม ก็ไม่ บ้านน้องสาวสามีกวนรีซอตโต้กินอาทิตย์ละครั้ง บ้านเรานี่ยิ่งไม่ค่อยกวนกินกันหรอก อย่างมากก็เดือนละครั้ง หนักไปทางพาสต้ามากกว่าค่ะ

และมีรูปข้าวหอมมะลิจากไทย ตราฉัตร ที่ร้านค้าของชาวปากีสถานนำเข้ามาขายในตัวจังหวัดที่ดิฉันอยู่ ข้าวถุงนี้ 10 กิโลกรัม ราคา 25 ยูโร ก็ตกกิโลละ 2.50 ยูโร (ข้าวอิตาเลียนแพงกว่า)


หลังคุณสามีเลิกงาน ดิฉันให้คุณเค้าแวะไปซื้อข้าวสารและซอส... ซีอิ้วขาว ที่บ้านเราขาดไม่ได้ยามทำอาหารไทย แม๊กกี้เอาไว้ให้หลานชายเหยาะใส่ข้าวผัด แต่แม๊กกี้นี่ หาซื้อง่ายค่ะ ตามห้างใหญ่ๆทั่วไปก็มีขาย 


มีอีกสองรูป เมื่อดิฉันหุงข้าวไทย หนึ่งในเมนูที่ทำกินบ่อยๆคือผัดไก่ใส่หอมใหญ่ หรือผักในตู้เย็นมีอะไรก็หั่นๆโยนใส่ลงไปค่ะ กินกันตาย ^__^



และนี่คือรูป paella ข้าวอบแบบสเปน แต่กินที่อิตาลี มันก็เลยออกมาแบบนี้แหละค่ะ *__* ที่เคยกินในสเปนมันไม่ใช่แบบนี้ แต่นะ ใส่อาหารทะเลมาตูมๆ ก็พอให้อภัยได้ จานนี้ไปกินที่ร้านมาเมื่อวันอาทิตย์กับหลานชายทั้งสอง และดูเม็ดข้าวค่ะ ก็ออกอ้วนป้อมดี อ้อ ลืมบอกว่า พาสต้ามีการต้มให้ al dente เนื้อหนุบหนับฉันท์ใด ข้าวอิตาเลียนก็ al dente ฉันท์นั้น 


ถ้าถามว่า เอาข้าวอิตาเลียนมาหุงข้าวแบบไทยได้ไหม ได้ค่ะ มีข้าวสายพันธุ์นึง หน้ากล่องจะเขียนว่า chicco lungo เม็ดเรียวๆคล้ายข้าวไทย ตอนหุงใส่น้ำมากกว่าปกตินิดนึง หุงเสร็จใหม่ๆก็กินได้ไม่เลวร้าย แต่พอข้าวหายร้อนหรือเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้น มันก็จะกลายเป็นเม็ดข้าวสารอีกรอบ แข็ง แห้ง ร่วน หืม!! คิดว่าจะคดใส่หม้อหุงข้าว เอามาหุงอีกสักรอบน่าจะได้ แต่เอามาผัดเป็นข้าวผัดได้ค่ะ ดิฉันมักซื้อมาหุงผสมกับข้าวไทย เพื่อทำข้าวผัดให้หลานชายทั้งสองกิน 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่