"จ๊อขี่" อีกหนึ่งวันไหว้บรรพบุรุษที่น่าจดจำ

อาป๊ะจ๊อขี่ (ครบรอบวันตายคุณพ่อ) ปีที่ 56 (Death Anniversary of family member)

"จ๊อขี่"  (วันครบรอบวันจากไปของบรรพชน)  หลายๆท่านเริ่มคุ๊นๆกับคำนี้ แต่ก็มีอีกหลายๆท่านที่ไม่เคยได้ยินเลย   

"จ๊อขี่"  แม่นันจะไหว้ทุกปีและเขียนถึงทุกปีเช่นกัน ใช่ค่ะ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันครบรอบวันตายปีที่ 56 ของอาป๊ะ หรือคุณพ่อของแม่นันเองค่ะ เมื่อมกราที่ผ่านมาก็เพิ่งไปไหว้ "อาอึ้ม (คุณแม่) จ๊อขี่" เช่นกัน ทั้งสองท่านจากพวกเราไปนานจนลูกๆกำลังจะตามไปปรนนิบัติท่านต่อบนสรวงสรรค์แล้วค่ะ พี่น้องชราภาพกันไปตามๆ เฮ่อ....  

จากความรู้ข้อเดียวของแม่นันในการนับของจีน คือการนับปีเกิด (จะต้องบวกหนึ่งเพิ่มเข้า) อาอึ้มบอกว่าคนจีนจะนับอายุเด็กตั้งแต่เดือนแรกที่อยู่ในท้องแม่เลย เพราะฉะนั้นเด็กที่เกิดมาวันแรกจะมีอายุ ๙ เดือน (ประมาณหนึ่งปี) ดั้งนั้นวันนี้..อาโซ้ยตี๋อายุ 19 เท่ากับว่าอายุจริง (นับตามจีน) ของอาโซ้ยตี๋คือ 20 ปี (หยี่จับห่วย) เหลี่ยว

เดี๋ยวนี้ความรู้การนับวันเดือนปีตามจันทรคติจีนของแม่นันเริ่มแน่นขึ้น ต้องไหว้อะไรวันไหนเดือนไหนในแต่ละปี กลายเป็นทุกวันนี้อาแจ้ต่างโทรมาให้แม่นันเช็คว่าจ๊อขี่ของอาป๊ะ.อาอึ้มตรงกับปฏิทินสากลวันที่เท่าไหร่ เมื่อเช็คดูแล้วเพื่อความแน่ใจแม่นันก็จะดับเบิ้ลเช็คกับอาตั่วแจ้ (เทพทันใจของแม่นัน) อีกที อิอิ
อาป๊ะจ๊อขี่ “หยี่หง่วยชิวหยี” (วันที่ 2 เดือน 2 ของจีน) ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 11 มีค. ที่จะถึงนี้ ลูกหลานทั้ง 8 ครอบครัวที่เหลือ (ลูกสาว 6 ลูกชาย 2) จะรวมตัวไปไหว้ “อาป๊ะ" ในวันจันทร์นี้ สมัยก่อนตอนลูกหลานยังตัวเล็กตัวน้อย พวกเราก็จะพาไปไหว้อากงอาม่าด้วย เวลารวมตัวกันทีก็จะครึกครื้นมาก เพราะนอกจากลูกและหลานตัวน้อยๆเยอะแยะของสะใภ้สอง เขยหก แถมลูกชายลูกสะใภ้ของอาแน (แม่ใหญ่หรือภรรยาหลวงของคุณพ่อ) สถานที่จัดไหว้ดูคับแคบลงทันที แต่ความสุขล้นเพราะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุย
ปัจจุบันจะเหลือเพียงลูกๆ สะใภ้และลูกเขยซึ่งต่างสูงวัยแล้ว (แม่นันเองก็หลักจั้บแล้ว) สะใภ้ฝั่งอาแนก็จากไปแล้ว หลานๆของอากงม่าต่างเติบโตอยู่ในวันเรียนใกล้จบ.วัยทำงาน..ต่างติดภารกิจนู่นนี่นั่น แม้กระทั่งอาตั่วตี๋.โซ้ยตี๋ ถ้าวันไหว้ปีไหนไม่ตรงเสาร์หรืออาทิตย์ ก็จะไปไหว้อากงม่าไม่ได้เช่นกัน หลานบางคนเป็นย่า/ยาย มีเหลนให้อากงม่าอีกเยอะแยะ แตกรากขยายครอบครัวออกไปเรื่อยๆ

มาดูเรื่องของไหว้ในวัน “จ๊อขี่” กันค่ะ
เหมือนทุกปี พวกเราจะนำอาหาร ขนม เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ อาหารหลักหม้อใหญ่ๆ ที่เคยไม่พ้นฝีมืออาตั่วแจ้ มาปีหลังๆสั่งทำบ้าง พี่น้องทำกันเข้าไปบ้าง แต่ก็ไม่พ้นสักหม้อสองหม้อที่อาตั่วแจ้แอบทำเอง (คนทำอาหารให้นั่งเฉยๆ เป็นอะไรที่ทำไม่ด๊าย.ย.ค่ะ) ปีนี้อาแจ้เพิ่งผ่าเข่าอีกข้าง แม่นันตั้งใจจะเข้าไปนอนค้างด้วย เพื่อช่วยทำอาหารไหว้ค่ะ ที่แน่ๆต้องมี “ไช้เถ่าก้วย” ถาดกลมๆใหญ่ๆ ไปไหว้อาป๊ะค่ะ ปีนี้อาตั่วแจ้เน้น “น้องเล็ก ทำไช้เถ่าก้วยมาไหว้พ่อด้วยนะ” แปลกจัง
เวลาไหว้ก็จะอยู่ระหว่างเก้าโมงกว่าสิบโมงไม่ให้เกิน พวกเราจะจุดธูปไหว้อาป๊ะและบรรพบุรุษกันสามรอบ สังเกตดีๆนะคะ มีรูปอาป๊ะและอาอึ้ม แต่มีข้าวสวย ถ้วยน้ำชา และเก้าอี้ตั้ง ๗ ชุด เอ๊ะ..มาจากไหน ... ตอนอาอึ้มยังอยู่อาอึ้มเล่าให้ฟังว่าเราจะเชิญบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้วของตระกูลเรามาไว้ทีเดียวกัน เวลาครบวันไหว้ใดๆ เราก็จะได้จุดธูปกราบไหว้บรรพบุรุษทุกคนพร้อมกัน ดั้งนั้นเก้าอี้เจ็ดตัวนี้ตอนนี้ มีไว้ให้ อาป๊ะ อาอึ้ม อาแน (คุณพ่อคุณแม่และคุณแม่ใหญ่) อากงอาม่า (คุณปู่คุณย่า) อานึ้ง (สามีอาหยี่แจ้) และอาโฮ่ว (พี่ชายคนที่ ๗) อาเฮียโฮ่วเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ สืบเนื่องจากโรคกระเพาะทางเดินอาหาร "อาอึ้มเคยเล่าให้ฟัง"
หลังจากจุดธปกราบไหว้ครบสามรอบ ก็จะลาอาหารบนโต๊ะ และนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาให้บรรพบุรุษ ก่อนเผาต้องเปิดทางด้วย "อ่วงแซจี๊" หรือใบเบิกทาง เพื่อเป็นการเปิดทางให้ลูกหลานได้ส่งเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ไปให้บรรพบุรุษ ในขณะเดียวกันบรรพบุรุษก็จะได้รับรู้ว่าลูกหลานยังคงปรองดองกันดีอยู่รึเปล่า (แม่นันสรุปเอาตามที่ตัวเองเข้าใจค่ะ) ในระหว่างที่เผากระดาษกันอยู่ แม่นันก็จะปลีกตัวเองออกมาปฏิบัติในสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พี่ๆอาจจะหลงลืมไปบางครั้ง คือการแบ่งข้าวสวยและเครื่องดื่ม (น้ำชา) ส่งไปพร้อมๆกับเครื่องกระดาษ เป็นเสมือนให้บรรพบุรุษได้รับรู้อีกทางหนึ่งว่า วันนี้ลูกหลานได้นำอาหารคาวหวานมากราบไหว้ท่านแล้ว .... ตอนอาอึ้ม (คุณแม่) ยังอยู่ แม่นันมักจะถามอาอึ้มเวลาเห็นอะไรที่แปลกในความรู้สึกของตัวเอง อาอึ้มก็จะอธิบายให้ฟังอย่างใจเย็น ซึ่งแม่นันว่า... ประเพณีเล็กๆน้อยๆนี้ เป็นความสวยงามและน่าจดจำทำค่ะ
หลังจากไหว้เสร็จ พี่น้องก็จะนั่งทานข้าวกันคุยกัน แบ่งกับข้าว.ผลไม้กลับไปฝากลูกหลานกัน เขียนมาถึงตรงนี้ แม่นันคิดถึง “อาซ่อ” (ลูกสะใภ้อาแน) ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะมาไหว้ “จ๊อขี่” ทุกปี แม่นันก็จะได้แบ่ง “ไช้เถ่าก้วย” (ขนมผักกาด) ให้ท่านด้วยทุกปี ซึ่งท่านก็จะดีใจมาก ตั้งแต่ท่านจากไป “ไช้เถ่าก้วย” ก็จะถูกแจกน้อยลง (เหลือตามจำนวนพี่น้อง) แม่นันหวังว่า “ไช้เถ่าก้วย” ของแม่นัน จะส่งต่อถึงพี่ๆทุกคนที่เหลือจนคนสุดท้ายค่ะ..
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่