
ครั้งนี้เราอยากหยิบเมืองเล็กๆเมืองนึงในภูมิภาคคิวชู อยากมาแนะนำให้รู้จักถึงเสน่ห์ที่สายชิลเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาดมาเยือน นั่นก็คือ
เมือง Kashima ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด Saga อยู่ไม่ไกลจากฟุกุโอกะใช้เวลา 1 ชม. 30 นาทีโดยประมาณก็มาถึงเมืองได้
หลายคนคงเคยมาเมืองนี้แบบไม่รู้ตัวเพราะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าYutoku Inari Shrine อันโด่งดัง
ศาลเจ้าYutoku Inari Shrine 祐徳稲荷神社

ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ เป็นศาลเจ้าชินโตประจําตระกูลนาเบะชิมะสร้างขึ้นในปี 1688 นับเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่เป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีเอกลักษณ์ตามศาลเจ้าอินาริ คือจะมีสัตว์ผู้ส่งสารประจำศาลเจ้าเป็นสุนัขจิ้งจอก และมีเสาโทริอิสีแดงเป็นทางยาวตลอดทางเดินขึ้นเขาไปที่ตัวศาลเจ้าเดิมจะตั้งอยู่บนยอดเขา

แต่เราๆมักจะนิยมไปไหว้ขอพรกันที่ตัวศาลเจ้าหลักที่ตั้งอยู่บนผาสูง และมีฐานหลักไม้เป็นโครงสร้างรองรับตัวศาลเจ้าสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรเรื่องความสําเร็จด้านการค้าขายและธุรกิจ

ไปเที่ยวศาลเจ้ายูโทคุอินาริฤดูไหนก็สวยงาม


แถมสามารถเดินทางได้มาเที่ยวได้ทั้งรถไฟ และรถบัส สะดวกมากๆ
โดยมีสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ JR Hizen Kashima จากนั้นสามารถนั่งรถต่อได้
ให้ตารางเวลารถบัสไปเลย
ที่นี่
แต่...
เมืองคาชิมะไม่ได้มีแค่ ศาลเจ้าYutoku Inari Shrine เท่านั้น
เราอยากยังอยากแนะนำที่เที่ยวอื่นๆซึ่งอยู่ใกล้ๆกันจากศาลเจ้ายูโตะกุก็นั่งรถบัสกันมาเที่ยวได้ง่ายๆ เริ่มกันที่
ถนนสายสาเก Hizen Hamashuku 肥前浜宿

ฮิเซ็นฮามาชุกุ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังคงมีทิวทัศน์เมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีถนนเส้นหลักที่เรียกว่า ถนนสายสาเก Sakagura-dori Street ที่มีความยาว 600 เมตร ตึกต่างๆตามถนนมีสีขาวเป็นเอกลักษณ์ มีโรงงานสาเกที่มีการผลิตเหล้าสาเกมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ทำไมสาเกที่นี่ถึงมีชื่อเสียง? เมืองคาชิมะอุดมไปด้วยน้ำที่อุดมสมบูรณ์จากภูเขาทาราดาเกะ ข้าวจากที่ราบชิโรอิชิในซากะ และเส้นทางเดินเรือในทะเลอาริอาเกะเพื่อขายไปยังนางาซากิ จึงเป็นเหตุให้เป็นผู้ผลิตสาเกที่เฟื่องฟูมายาวนาน
น่าเสียดายที่ในปัจจุบันลงเหลือโรงเหล้าสาเกที่คงวัฒนธรรมการผลิตสาเกแบบดั้งเดิมอยู่แค่ 3 โรงกลั่นบนถนนสายสาเก Sakagura-dori ดังนี้
1. ร้าน Hizenya (โรงเหล้าสาเก Mitsutake Sake Brewery Minematsu Kura) พิกัด
ร้านและโรงกลั่นสาเก ที่สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว สามารถเดินชิมสาเกภายในร้านไปถึง 40 ชนิด

2. โรงเหล้าสาเก Mitsutake Sake Brewery พิกัด
มีแบรนด์สาเกที่มีเสียงแต่ที่มีชื่อเสียงกว่าคือ แบรนด์โชจู Makai he no Sasoi 「魔界への誘い」ที่ได้รางวัล Monde Selection Gold 5 ปีติดต่อกัน ที่นี่ไม่มีเปิดจากชมโรงงาน แต่มาดูร้านได้
3. โรงเหล้าสาเก Fukuchiyo พิกัด
ผลิตแบรนด์สาเก Nabeshima 「鍋島」 ที่ได้รางวัลเป็นสูงสุด Champion Sake จากงานเทศกาล International Wine Challenge (IWC) 2011 ที่นี่ไม่มีเปิดจากชมโรงงานและไม่มีหน้าร้านขายของ หากต้องการซื้อ Nabeshima 「鍋島」 ไปซื้อที่ ร้าน Hizenya
การเดินทางมาที่นี่เทียวถนนสายสาเก ก็สะดวกง่ายดาย
ถ้าเดินทางมาจาก ศาลเจ้ายูโตะคุอินาริก็มาลงป้ายลงบัส Hamamitsukado ก้อกลับสถานี JR Hizen-Kashima แล้วเดินต่อได้
หรือหากใครมารถไฟก็มาลงที่สถานี JR Hizen-Hama
และที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงที่นี่ อยากแนะนำให้แวะชิมสาเกที่บาร์แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟ
Hama Bar

บาร์ชิมสาเกท้องถื่นของเมืองคาชิมะ ได้บรรยากาศสงบสบายและดื่มดํ่ากับสาเกเซ็ตพรีเมี่ยมของเมืองมาดื่มเปรียบเทียบได้รวม3แก้ว มานั่งดื่มพร้อมกับแกล้มที่เป็นชึสดองกับข้าวจากการหมักสาเก อร่อยเกินเพลิดเพลินมาก


นอกจากนี้บนถนนสายสาเกยังมีที่พักเปิดใหม่มาแนะนำค่ะ
Akane Sasu Hizenhamajuku

ที่พักสไตล์เรียวกังแบบญี่ปุ่นบนถนนสายสาเก ที่ได้รีโนเวทบ้านเก่าให้กลับกลายเป็นทันสมัย สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่มกับพื้นที่กว้าง2ชั้น มี2ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สามารถรับแขกได้ถึง 8คนต่อ1กรุ๊ปต่อ1คืน
ภายในห้องน้ำมีอ่างอาบนํ้าออนเซนในตัวกึ่งเอาท์ดอร์ สามารถซึมซับบรรยากาศแช่นํ้าร้อนได้อย่างเติมที่แบบสไตล์ญี่ปุ่น



ชั้น 1 เมื่อเราเปิดประตูเข้ามา จะเป็นห้องนั่งเล่นที่สามารถเลือกดื่มสาเกและนํ้าขวดได้ฟรีไม่อั้นในตู้แช่เย็น ส่งตรงมาจากโรงผลิดสาเกพื้นเมือง แถมกับแกล้มไว้ทานคู่กับสาเกและแก้วจานสวยงามให้คุณหยิบใช้ได้ตามสะดวก



อาหารเช้าจะมีพนักงานดูแลเข้ามาเตรียมอาหารเช้าและจัดเสิร์ฟให้ที่โต๊ะกินข้าวอย่างพรีเมี่ยม ให้ได้อิ่มอร่อยสบายตัวก่อนออกไปเที่ยวชมเมืองต่อในวันถัดไป
สนใจพักดูได้ที่ :
https://www.akane-sasu.com/hizenhamashuku/
ก่อนกลับแนะไปดูของท้องถิ่นซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน
Roadside Station Kashima

จุดแวะจอดพักรถริมทางของเมืองคาชิมะ ตั้งติดกับทะเลอ่าวอาริอาเกะ (Ariake Sea) ที่มีชายหาดตื้นเป็นโครน
ร้านขายของ Shinjaichi มีผักผลไม้ที่ปลูกในเมืองมาฝากวางขาย อาหารทะเลจากทะเลอาริอาเกะ และของที่ระลึกจากเมืองคาชิมะ

อย่างบอกว่าสถานีริมทางคาชิมะ อยู่ติดกับทะเลอาริอาเกะ ที่มีชายหาดตื้นเป็นโครน ดังนั้นในช่วงน้ำลงคุณจึงสามารถสังเกตเห็นและถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตหายาก เช่น ปลาตีนของญี่ปุ่นได้ด้วย จุดนี้จึงเป็นจุดยอดฮิตของการทัศนศึกษาในญี่ปุ่นในเด็กมาเล่นโครนกันได้ด้วย ในท้องถิ่นจะมีการแข่งขันโอลิมปิกบนโครน ที่เรียกว่า Gata-lympic เรียกความสนุกสนานมาสู่ท้องถิ่นได้ด้วยค่ะ

แต่ช่วงที่เราไปเป็นช่วงหน้าหนาวค่ะ ที่จุดแวะจอดพักรถนี้มีเปิดซุ้มหอยนางรม
Gatacco House Oyster Hut ด้วย


ร้านหอยนางรมปิ้งสดๆริมทะเลอ่าวอาริอาเกะ (Ariake Sea) เป็นเมนูที่หาทานได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่ประมาณต้นเดือนพฤจิกายนจนถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สามารถเลือกซื้อหอยมาปิ้งได้เป็นถาดๆ ในราคาเป็นมิตร ทานคู่กับซอสโชยุหรือพอนสึญี่ปุ่นเพิ่มรสชาติอูมามิให้กับหอยนางรมแบบอวบๆเต็มๆคํา
การเดินทางมาที่ สถานีริมทางคาชิมะ อาจจะยากสักหน่อยหากไม่ได้ขับรถ
แต่ก็มีรถบัสประจำทางที่ผ่านทุกๆ1ชม.30นาที หรือจะเลือกเดินมาจากสถานี JR Hizen-Nanaura ก็ได้
ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kashima ลองดูเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์
https://saga-kashima-kankou.com/en
หรือดูบรรยากาศแบบ VR ได้ด้วย เว็บเค้าทำดีมากเลย ช่วยดูกันหน่อย (แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น)
https://kashima-vr.com/
-----
แล้วพบกันใหม่ กับเส้นทางการท่องเที่ยวในคิวชู
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เมือง Kashima จังหวัด Saga เมืองแห่งสาเก ทะเลโคลน และศาลเจ้าใหญ่
ครั้งนี้เราอยากหยิบเมืองเล็กๆเมืองนึงในภูมิภาคคิวชู อยากมาแนะนำให้รู้จักถึงเสน่ห์ที่สายชิลเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาดมาเยือน นั่นก็คือ
เมือง Kashima ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด Saga อยู่ไม่ไกลจากฟุกุโอกะใช้เวลา 1 ชม. 30 นาทีโดยประมาณก็มาถึงเมืองได้
หลายคนคงเคยมาเมืองนี้แบบไม่รู้ตัวเพราะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าYutoku Inari Shrine อันโด่งดัง
ศาลเจ้าYutoku Inari Shrine 祐徳稲荷神社
ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ เป็นศาลเจ้าชินโตประจําตระกูลนาเบะชิมะสร้างขึ้นในปี 1688 นับเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่เป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีเอกลักษณ์ตามศาลเจ้าอินาริ คือจะมีสัตว์ผู้ส่งสารประจำศาลเจ้าเป็นสุนัขจิ้งจอก และมีเสาโทริอิสีแดงเป็นทางยาวตลอดทางเดินขึ้นเขาไปที่ตัวศาลเจ้าเดิมจะตั้งอยู่บนยอดเขา
แต่เราๆมักจะนิยมไปไหว้ขอพรกันที่ตัวศาลเจ้าหลักที่ตั้งอยู่บนผาสูง และมีฐานหลักไม้เป็นโครงสร้างรองรับตัวศาลเจ้าสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรเรื่องความสําเร็จด้านการค้าขายและธุรกิจ
ไปเที่ยวศาลเจ้ายูโทคุอินาริฤดูไหนก็สวยงาม
แถมสามารถเดินทางได้มาเที่ยวได้ทั้งรถไฟ และรถบัส สะดวกมากๆ
โดยมีสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ JR Hizen Kashima จากนั้นสามารถนั่งรถต่อได้
ให้ตารางเวลารถบัสไปเลย ที่นี่
แต่...
เมืองคาชิมะไม่ได้มีแค่ ศาลเจ้าYutoku Inari Shrine เท่านั้น
เราอยากยังอยากแนะนำที่เที่ยวอื่นๆซึ่งอยู่ใกล้ๆกันจากศาลเจ้ายูโตะกุก็นั่งรถบัสกันมาเที่ยวได้ง่ายๆ เริ่มกันที่
ถนนสายสาเก Hizen Hamashuku 肥前浜宿
ฮิเซ็นฮามาชุกุ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังคงมีทิวทัศน์เมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีถนนเส้นหลักที่เรียกว่า ถนนสายสาเก Sakagura-dori Street ที่มีความยาว 600 เมตร ตึกต่างๆตามถนนมีสีขาวเป็นเอกลักษณ์ มีโรงงานสาเกที่มีการผลิตเหล้าสาเกมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ทำไมสาเกที่นี่ถึงมีชื่อเสียง? เมืองคาชิมะอุดมไปด้วยน้ำที่อุดมสมบูรณ์จากภูเขาทาราดาเกะ ข้าวจากที่ราบชิโรอิชิในซากะ และเส้นทางเดินเรือในทะเลอาริอาเกะเพื่อขายไปยังนางาซากิ จึงเป็นเหตุให้เป็นผู้ผลิตสาเกที่เฟื่องฟูมายาวนาน
น่าเสียดายที่ในปัจจุบันลงเหลือโรงเหล้าสาเกที่คงวัฒนธรรมการผลิตสาเกแบบดั้งเดิมอยู่แค่ 3 โรงกลั่นบนถนนสายสาเก Sakagura-dori ดังนี้
1. ร้าน Hizenya (โรงเหล้าสาเก Mitsutake Sake Brewery Minematsu Kura) พิกัด
ร้านและโรงกลั่นสาเก ที่สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว สามารถเดินชิมสาเกภายในร้านไปถึง 40 ชนิด
2. โรงเหล้าสาเก Mitsutake Sake Brewery พิกัด
มีแบรนด์สาเกที่มีเสียงแต่ที่มีชื่อเสียงกว่าคือ แบรนด์โชจู Makai he no Sasoi 「魔界への誘い」ที่ได้รางวัล Monde Selection Gold 5 ปีติดต่อกัน ที่นี่ไม่มีเปิดจากชมโรงงาน แต่มาดูร้านได้
3. โรงเหล้าสาเก Fukuchiyo พิกัด
ผลิตแบรนด์สาเก Nabeshima 「鍋島」 ที่ได้รางวัลเป็นสูงสุด Champion Sake จากงานเทศกาล International Wine Challenge (IWC) 2011 ที่นี่ไม่มีเปิดจากชมโรงงานและไม่มีหน้าร้านขายของ หากต้องการซื้อ Nabeshima 「鍋島」 ไปซื้อที่ ร้าน Hizenya
การเดินทางมาที่นี่เทียวถนนสายสาเก ก็สะดวกง่ายดาย
ถ้าเดินทางมาจาก ศาลเจ้ายูโตะคุอินาริก็มาลงป้ายลงบัส Hamamitsukado ก้อกลับสถานี JR Hizen-Kashima แล้วเดินต่อได้
หรือหากใครมารถไฟก็มาลงที่สถานี JR Hizen-Hama
และที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงที่นี่ อยากแนะนำให้แวะชิมสาเกที่บาร์แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟ
Hama Bar
บาร์ชิมสาเกท้องถื่นของเมืองคาชิมะ ได้บรรยากาศสงบสบายและดื่มดํ่ากับสาเกเซ็ตพรีเมี่ยมของเมืองมาดื่มเปรียบเทียบได้รวม3แก้ว มานั่งดื่มพร้อมกับแกล้มที่เป็นชึสดองกับข้าวจากการหมักสาเก อร่อยเกินเพลิดเพลินมาก
นอกจากนี้บนถนนสายสาเกยังมีที่พักเปิดใหม่มาแนะนำค่ะ
Akane Sasu Hizenhamajuku
ที่พักสไตล์เรียวกังแบบญี่ปุ่นบนถนนสายสาเก ที่ได้รีโนเวทบ้านเก่าให้กลับกลายเป็นทันสมัย สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่มกับพื้นที่กว้าง2ชั้น มี2ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สามารถรับแขกได้ถึง 8คนต่อ1กรุ๊ปต่อ1คืน
ภายในห้องน้ำมีอ่างอาบนํ้าออนเซนในตัวกึ่งเอาท์ดอร์ สามารถซึมซับบรรยากาศแช่นํ้าร้อนได้อย่างเติมที่แบบสไตล์ญี่ปุ่น
ชั้น 1 เมื่อเราเปิดประตูเข้ามา จะเป็นห้องนั่งเล่นที่สามารถเลือกดื่มสาเกและนํ้าขวดได้ฟรีไม่อั้นในตู้แช่เย็น ส่งตรงมาจากโรงผลิดสาเกพื้นเมือง แถมกับแกล้มไว้ทานคู่กับสาเกและแก้วจานสวยงามให้คุณหยิบใช้ได้ตามสะดวก
อาหารเช้าจะมีพนักงานดูแลเข้ามาเตรียมอาหารเช้าและจัดเสิร์ฟให้ที่โต๊ะกินข้าวอย่างพรีเมี่ยม ให้ได้อิ่มอร่อยสบายตัวก่อนออกไปเที่ยวชมเมืองต่อในวันถัดไป
สนใจพักดูได้ที่ : https://www.akane-sasu.com/hizenhamashuku/
ก่อนกลับแนะไปดูของท้องถิ่นซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน
Roadside Station Kashima
จุดแวะจอดพักรถริมทางของเมืองคาชิมะ ตั้งติดกับทะเลอ่าวอาริอาเกะ (Ariake Sea) ที่มีชายหาดตื้นเป็นโครน
ร้านขายของ Shinjaichi มีผักผลไม้ที่ปลูกในเมืองมาฝากวางขาย อาหารทะเลจากทะเลอาริอาเกะ และของที่ระลึกจากเมืองคาชิมะ
อย่างบอกว่าสถานีริมทางคาชิมะ อยู่ติดกับทะเลอาริอาเกะ ที่มีชายหาดตื้นเป็นโครน ดังนั้นในช่วงน้ำลงคุณจึงสามารถสังเกตเห็นและถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตหายาก เช่น ปลาตีนของญี่ปุ่นได้ด้วย จุดนี้จึงเป็นจุดยอดฮิตของการทัศนศึกษาในญี่ปุ่นในเด็กมาเล่นโครนกันได้ด้วย ในท้องถิ่นจะมีการแข่งขันโอลิมปิกบนโครน ที่เรียกว่า Gata-lympic เรียกความสนุกสนานมาสู่ท้องถิ่นได้ด้วยค่ะ
แต่ช่วงที่เราไปเป็นช่วงหน้าหนาวค่ะ ที่จุดแวะจอดพักรถนี้มีเปิดซุ้มหอยนางรม Gatacco House Oyster Hut ด้วย
ร้านหอยนางรมปิ้งสดๆริมทะเลอ่าวอาริอาเกะ (Ariake Sea) เป็นเมนูที่หาทานได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่ประมาณต้นเดือนพฤจิกายนจนถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สามารถเลือกซื้อหอยมาปิ้งได้เป็นถาดๆ ในราคาเป็นมิตร ทานคู่กับซอสโชยุหรือพอนสึญี่ปุ่นเพิ่มรสชาติอูมามิให้กับหอยนางรมแบบอวบๆเต็มๆคํา
การเดินทางมาที่ สถานีริมทางคาชิมะ อาจจะยากสักหน่อยหากไม่ได้ขับรถ
แต่ก็มีรถบัสประจำทางที่ผ่านทุกๆ1ชม.30นาที หรือจะเลือกเดินมาจากสถานี JR Hizen-Nanaura ก็ได้
ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kashima ลองดูเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์
https://saga-kashima-kankou.com/en
หรือดูบรรยากาศแบบ VR ได้ด้วย เว็บเค้าทำดีมากเลย ช่วยดูกันหน่อย (แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น)
https://kashima-vr.com/