ทำงาน Multi-task กับ Specialist เฉพาะเจาะจง เราควรตระหนักแบบไหนมากกว่ากันคะ

เราทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งมาได้สักพักแล้ว แล้วตระหนักได้ว่าทุกบริษัทที่เราทำมา
ส่วนใหญ่เค้าชอบให้เราเป็นทุกอย่างเลย เราเข้าใจนะว่าเราเป็นลูกจ้างเค้าก็จะใช้ให้คุ้ม

สมมติว่าเราสมัครงานมาเพื่อเป็น marketing แต่เรากลับได้ทำงานแบบเดิมที่เคยทำนั้นคือ Sales admin
หรืออารมณ์เสมียงนั้นแหล่ะ เราทำได้นะ เราสามารถรับผิดงานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ งานนี้ต้องซัพพอร์ต
แผนกที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งตอนที่เราทำงานได้สักพักเราเห็นปัญหา เราเลยหาทางแก้ไขปัญหานี้ที่เกิดขึ้นมายาวนานนน
เพราะมันส่งผลกระทบต่อรายได้ และการผลิตของบริษัทแล้ว และแผนกที่เกี่ยวข้องก็ให้แผนกเรา action ตลอด
ซึ่งจุดนี้แหล่ะ เราคิดว่าเป็นงานของเราที่เราต้องโฟกัสในส่วนการซัพพอร์ตข้อมูลที่มีปัญหาให้ถูกต้องเพราะข้อมูลมาจากแผนกเรา

สักพักเราก็ได้เริ่มทำส่วนงานของ Marketing ซึ่งเราไม่ได้จับมาตั้งแต่แรก ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า
เรา งง ไปหมดว่าเราควรโฟกัสอะไร อะไรคือหน้างานที่จริงของเรา หัวหน้าบอกให้เราเริ่มจับตลาดต่างประเทศได้แล้วนะ
ใช่ เราเริ่มจับ และเรียนรู้ แต่งาน Sales admin ก็อย่าให้ขาด พอเราเริ่มทำหลายมือ เราไม่มีเวลาโฟกัส Marketing จริงๆ จังๆ
สักที บางทีเราก็รู้สึกว่า JD ที่ชัดเจนของเราคืออะไร คือมัน Multi-task เกินขอบเขตไปรึป่าว เราเคยแต่เห็นที่บริษัทอื่น
เค้ามี Sales admin ก็ Sales admin, Marketing ก็ Marketing หากเค้าแยกให้เราทำเป็นอย่างๆ ไป เราเชื่อว่าเราจะ
โฟกัสงานนั้นๆ ได้ออกมาอย่างประสิทธิภาพมากกว่า เรา งง และสับสนมาก 

สรุปแล้วงาน Multi-task แบบนี้ช่วยให้เราพัฒนาตัวเองได้จริงมั้ย หรือว่า specialist จะพัฒนาได้ดีกว่า?
ที่ไหนเคยทำงานควบแบบนี้บ้าง ขอแนวคิดหรือทัศนคติหน่อยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่