พุทธศาสนา มีไหมตั้งท้องโดยไม่ได้ผสมพันธุ์

สุดฉงน! ปลากระเบนธงตัวเมียในสหรัฐ ตั้งท้องโดยไม่ได้ผสมพันธุ์

... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/3186491/
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
สาธุครับ คุณ 724 เพิ่มเติมครับ

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓
ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
๑๐. สังคีติสูตร (๓๓)

[๒๖๓] โยนิ (กำเนิด) ๔ อย่าง

๑. อัณฑชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในไข่]
๒. ชลาพุชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในครรภ์]
๓. สังเสทชโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในเถ้าไคล]
๔. โอปปาติกโยนิ [กำเนิดของสัตว์ที่เกิดผุดขึ้น] ฯ


      เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑  บรรทัดที่ ๔๕๐๑ - ๗๐๑๕.  หน้าที่  ๑๘๖ - ๒๘๘.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=11&A=4501&Z=7015&pagebreak=0
             ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=11&i=221
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ลักษณะการเกิดของสัตว์ ๔ ประเภทดังกล่าว จาก  คู่มือการศึกษา พระอภิธัมมัตถสังคหะ

http://www.abhidhamonline.org/aphi/p6/082.htm
กำเนิด ๔

ที่ที่ปฏิสนธิวิญญาณอาศัยเกิด หรือที่ที่สัตว์ทั้งหลายอาศัยเกิดนั้น เรียกว่า กำเนิด หรือ โยนิ

สัตว์ทั้งหลาย หรือปฏิสนธิวิญญาณทั้ง ๑๙ ดวงนั้น มีที่อาศัยเกิด ๔ ประการ เรียกว่า กำเนิด ๔ หรือ โยนิ ๔ คือ


๑. ชลาพุชกำเนิด ต้องอาศัยเกิดจากท้องมารดา คลอดออกมาเป็นตัวเลย แล้วค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ สัตว์ที่เป็นชลาพุชกำเนิด คือ

ก. มนุษย์

ข. เทวดาชั้นต่ำ (หมายเฉพาะเทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ที่มีชื่อว่า วินิ ปาติกอสุรกายและเวมานิกเปรต อสุรกาย ซึ่งปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุสลวิบาก เท่านั้น และในข้อใดที่ใช้ว่า เทวดาชั้นต่ำ ก็ขอให้พึงเข้าใจตามนี้ด้วย)

ค. สัตว์ดิรัจฉาน

ง. เปรต (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต คือเปรตจำพวกที่ถูกไฟเผาอยู่เสมอ)

จ. อสุรกาย


๒. อัณฑชกำเนิด ต้องอาศัยเกิดจากท้องมารดาเหมือนกัน แต่มีฟองห่อหุ้ม คือเกิดมาเป็นไข่ก่อน แล้วจึงแตกจากไข่มาเป็นตัว และค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ เหมือนกัน สัตว์ที่เป็นอัณฑชกำเนิด คือ

ก. มนุษย์ (มีมาในธัมมบทว่า พระ ๒ องค์ ที่เรียกกันว่า ทเวพา ติกเถระ ซึ่งเป็นบุตรของ โกตนกินรีนั้น เมื่อเกิดมาทีแรก ออกมาเป็นฟองไข่ก่อน แล้วจึงคลอดออกมาจากฟองไข่นั้นอีกทีหนึ่ง)

ข. เทวดาชั้นต่ำ

ค. สัตว์ดิรัจฉาน

ง. เปรต (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต)

จ. อสุรกาย

ชลาพุชกำเนิด และอัณฑชกำเนิด ทั้ง ๒ ประการนี้ รวมเรียกว่า คัพภเสยยก กำเนิด เพราะต้องอาศัยเกิดใน
ครรภ์มารดาเหมือนกัน ต่างกันแต่เพียงว่า ออกมา เป็นตัวเลย หรือออกมาเป็นฟองก่อน แล้วจึงแตกเป็นตัวภายหลัง


๓. สังเสทชกำเนิด ไม่ได้อาศัยเกิดจากท้องมารดา แต่อาศัยเกิดจากต้นไม้ ดอกไม้ โลหิต หรือที่เปียกชื้นเป็นต้น เกิดมาก็เล็กเป็นทารก แล้วจึงค่อย ๆ เติบโต ขึ้นมา สัตว์ที่เป็นสังเสทชกำเนิด คือ

ก. มนุษย์ (เช่นนางจิญจมาณวิกา เกิดจากต้นมะขาม, นางเวฬุวดี เกิด จากต้นไผ่, นางปทุมวดี เกิดจาก
ดอกบัว , โอรสของนางปทุมวดี รวม ๔๙๙ องค์ เกิดจากโลหิต เป็นต้น)

ข. เทวดาชั้นต่ำ

ค. สัตว์ดิรัจฉาน

ง. เปรต (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต)

จ. อสรุกาย


๔. โอปปาติกกำเนิด ไม่ได้อาศัยเกิดจากท้องมารดา ไม่ได้อาศัยสิ่งใดเกิด แต่ เกิดโดยโผล่ขึ้นมาและโตใหญ่เต็มที่ในทันทีทันใดนั้นเลย สัตว์ที่เป็นโอปปาติกกำเนิด คือ

ก. มนุษย์ มีในสมัยต้นกัปป์ (โลกเพิ่งก่อตัวเสร็จใหม่ๆ)

ข. เทวดาทั้ง ๖ ชั้น (เว้นเทวดาชั้นต่ำ)

ค. พรหมทั้งหมด

ง. สัตว์ดิรัจฉาน

จ. เปรต ( รวมทั้ง นิชฌามตัณหิกเปรตด้วย )

ฉ. อสุรกาย หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ


๕. มนุษย์ ๑ ภูมิ เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ๑ ภูมิ (เว้นเทวดาชั้นต่ำ) สัตว์ดิรัจฉาน ๑ ภูมิ, เปรต ๑ ภูมิ (เว้นนิชฌามตัณหิกเปรต), อสุรกาย ๑ ภูมิ รวม ๕ ภูมิ นี้ มีกำเนิดได้ทั้ง ๔ กำเนิด

๖. เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ๑ ภูมิ เฉพาะเทวดาชั้นต่ำมีเพียง ๓ กำเนิด คือ ชลาพุชกำเนิด, อัณฑชกำเนิด และสังเสทชกำเนิด (เว้นโอปปาติกกำเนิด)

๗. เทวดาตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์ขึ้นไปรวม ๕ ภูมิ รูปพรหมทั้ง ๑๖ ภูมิ และอรูปพรหมทั้ง ๔ ภูมิ

นิชฌามตัณหิกเปรต๑ ภูมิ และสัตว์นรก ๑ ภูมิ มีกำเนิดได้อย่างเดียว คือ โอปปาติกกำเนิด เท่านั้น

******************************************************
ตัวอย่างของ กำเนิดมนุษย์ ที่ไม่อาศัยท้องแม่

นางจิญจมาณวิกา เกิดจากต้นมะขาม, นางเวฬุวดี เกิด จากต้นไผ่, นางปทุมวดี เกิดจากดอกบัว , โอรสของนางปทุมวดี รวม ๔๙๙ องค์ เกิดจากโลหิต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่