JJNY : 5in1 นำ“ประธานคิม”เป็นพยาน│“ชัยธวัช”พร้อมยกเก้าอี้│กมธ.ตั้งสอบหมูเถื่อน-ตีนไก่│น้ำมันขึ้นรัวๆ│จีนจะลดเงินสำรอง ธ.

“ศิโรตม์” ชี้ “พิธา” ฉลาด นำ “ประธานคิม” มาเป็นพยานปากเอกยืนยันไอทีวีไม่ใช่สื่อ
https://www.matichon.co.th/clips/news_4392529

 
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ชี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ฉลาดและทำถูกในเกมส์นี้ หลังนำประธานคิม มาเป็นพยานปากเอก ยืนยันกับศาลรัฐธรรมนูญว่าไอทีวีไม่ใช่สื่อ ติดตามรายละเอียดจากคลิปด้านล่างนี้

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


“ชัยธวัช” พร้อมยกเก้าอี้หัวหน้าพรรค-ผู้นำฝ่ายค้านให้ “พิธา” ไม่กังวลคดี 112
https://www.thairath.co.th/news/politic/2757724

“ชัยธวัช” พร้อมยกเก้าอี้หัวหน้าพรรค-ผู้นำฝ่ายค้านคืนให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” รอกระบวนการเอกสารถึงบอกได้ว่าจะเข้าสภาฯ ได้วันไหน พร้อมระบุไม่กังวล หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง 31 ม.ค.นี้
 
วันที่ 24 มกราคม 2567 นายชัยธวัช ตุลาธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับเข้ามาทำหน้าที่ สส.ในสภาผู้แทนราษฎร ว่า คำวินิจฉัยวันนี้ตีความได้ว่า คำวินิจฉัยของศาลมีผลทันทีเมื่อมีการอ่านคำวินิจฉัย เพียงแต่ในทางปฏิบัติต้องประสานงานกับประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อนว่า นายพิธา จะกลับเข้าไปทำหน้าที่ได้วันไหน เพราะยังไม่แน่ใจ จึงจะต้องรอหนังสืออย่างเป็นทางการว่าคำวินิจฉัยของศาลส่งไปที่สภาฯ แล้วหรือไม่ แต่กฎหมายบางอันก็จะมีผลทันทีเมื่อมีคำวินิจฉัย แต่คิดว่ากระบวนการไม่น่าจะนาน
 
ส่วนที่ครั้งก่อนศาลส่งเอกสารด่วนไปรัฐสภาทันทีเพื่อให้ นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้ววันนี้ศาลจะส่งด่วนให้แมสเซนเจอร์ไปแบบนั้นหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะส่งด่วนไปที่รัฐสภาเลยหรือไม่ในวันนี้ แต่พรรคก้าวไกลได้เตรียมกำหนดการให้ นายพิธา เข้าสภาฯ ไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะคิดว่ากระบวนการไม่น่าจะนาน แต่ต้องรอทางรัฐสภาตอบกลับมาว่าจะอย่างไร ซึ่งในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ นายพิธา ก็จะมีกำหนดการแถลงแผนงานประจำปีของพรรคก้าวไกลอยู่แล้ว ตอนนี้ดูแค่ว่าจะได้เข้าสภาฯ วันไหน ถ้าได้เข้าเร็วก็จะแถลงร่วมกันเลยที่รัฐสภา ขณะที่กระบวนการของสภาฯ จะเสร็จภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ 

นายชัยธวัช ยังได้กล่าวถึงการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 31 มกราคม 2567 ในคดีใช้นโยบายหาเสียงล้มล้างการปกครอง ว่า ไม่ต้องกังวลอะไร ให้รอฟังและอยู่กับปัจจุบัน แล้วหวังว่าผลจะออกมาเป็นบวก โดยช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า หากจะต้องคืนตำแหน่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรให้ นายพิธา ยอมสละหรือไม่ นายชัยธวัช “ผมไม่ได้มีปัญหาครับ ผมไม่ได้ยึดติดอยู่แล้ว อยู่ตรงไหนก็ได้ครับ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 31 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 14.00 น. ในกรณีที่ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า การกระทำของ นายพิธา (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 



กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ ตั้งคณะสอบ คดีหมูเถื่อน-ตีนไก่สวมสิทธิ ชี้เรื่องนี้มีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง
https://www.matichon.co.th/politics/news_4391800

‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ’ เรียก ‘ปปง.-ดีเอสไอ-อัจฉริยะ’ แจง ‘หมูเถื่อน-ตีนไก่สวมสิทธิ’ เผยยังมีผู้มีอิทธิพล อยู่เบื้องหลังผู้ถูกดำเนินคดี 5 คน เตรียมขยายผลสอบเส้นทางการเงิน พร้อมมีมติตั้งคณะทำงานเกาะติด ลั่นจะติดตามเอาความจริงถึงที่สุด
 
เมื่อวันที่ 24 มกราคม เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.ว่า ที่ประชุมได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงกรณีการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และตีนไก่สวมสิทธิเข้ามาในประเทศไทย และส่งออกไปยังประเทศจีน โดยสำแดงเอกสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และประเทศ
 
โดยมี พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าร่วมชี้แจง ซึ่ง กมธ.ได้รับทราบผลการดำเนินงานครอบคลุม 3 กรณี 
1. กรณีกลุ่มเนื้อหมูถื่อนตกค้างที่ท่าเรือ จำนวน 161 ตู้ 10 คดี 
2. กรณีกลุ่มเนื้อหมูเถื่อนที่มีการผ่านแดนเข้ามาจำนวน 2,388 ตู้ 1 คดี 
และ 3. กรณีขบวนการนำเข้าตีนไก่และสวมสิทธิออกไปยังประเทศจีน 1 คดี
 
โฆษก กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทางดีเอสไอ และ ปปง. ร่วมกันดำเนินการสืบสวนสอบสวน และส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบเอาผิดแล้ว 3 คดี จาก 12 คดี ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนที่เหลืออีก 9 คดี อยู่ระหว่างการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลไปถึงขบวนการรวมถึงผู้อยู่เบื้องหลัง
 
จากการชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 5 คน โดยทาง ปปง.จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังด้วย แต่จากข้อมูลพอจะทราบได้ว่าเป็นใคร ยืนยันว่าทาง กมธ.จะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด ไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งใด จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือไม่ เราจะติดตามเอาความจริงออกมาให้ได้” นายปิยรัฐกล่าว
 
นายปิยรัฐกล่าวด้วยว่า จากการพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและประเทศ ทาง กมธ.จึงมีมติตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะว่าใครมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังในการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และสวมสิทธิตีนไก่ ทาง กมธ.จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างน้อย 2 ประเด็น 
1. กรณีการดำเนินงานของ ปปง. กมธ.มีความเห็นว่ายังไม่ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพตามกรอบกฎหมาย 
และ 2. ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวน



น้ำมันขึ้นรัวๆ จนตั้งตัวไม่ทัน ล่าสุดปรับอีก 50 สต. มีผลพรุ่งนี้ อึ้ง!เดือนนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 5
https://www.matichon.co.th/economy/news_4392328

น้ำมันขึ้นรัวๆ จนตั้งตัวไม่ทัน ล่าสุดปรับอีก 50 สต. มีผลพรุ่งนี้ อึ้ง!เดือนนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 5
 
เมื่อวันที่ 24 มกราคา PTT Station ได้แจ้งปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร GSH95 Premium ปรับขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม มีผล 25 ม.ค. 2567 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกจะเป็น ดังนี้ ULG = 44.74, GSH95 = 36.85, E20 = 34.74, GSH91 = 35.08, E85 = 34.89, พรีเมี่ยม GSH95 = 44.24, HSD-B7 = 29.94, HSD-B10 = 29.94, พรีเมี่ยมดีเซล B7 = 41.54 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร
 
ขณะที่บริษัท บางจากปิโตรเียม จำกัด (มหาชน) ก็แจ้งด้วยว่า ในวัน25 ม.ค. 67 เวลา 05.00 น. บางจากฯ ปรับราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด +50 ส.ต. ยกเว้นกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม BCP Retail Price : GSH95S EVO 36.85/ GSH91S EVO 35.08 / GSH E20S EVO 34.74 / GSH E85S EVO 34.89 / Hi Premium 97 (GSH95++) 48.84/ Hi Diesel B20S 29.94/ Hi Diesel S 29.94 / Hi Diesel S B7 29.94 / Hi Premium Diesel S B7 43.64 (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ กทม.)
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบพบว่า ในเดือนมกราคม 2567 ได้มีการปรับราคาน้ำมันแล้ว 6 ครั้ง (รวมครั้งนี้) โดยปรับลดราคา1 ครั้ง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. และต่อมามีการปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง และหากรวมครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นราคาเป็นครั้งที่ 5
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่