
ผมคิดว่าน่าจะได้ฟิวเจ้าของกิจการทันที
คือผมเป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิตนะครับ ใครที่มีงานประจำอยู่ หลายคนอยากทำตามความฝัน ออกไปทำธุรกิจ หรือ เป็นเจ้าของเอง
ไม่อยากมาเป็นเบ๊ เป็นลูกน้องคนอื่น ทำงานตามสั่ง
บางคนเดิมพันสูง คือ ตัดจบออกมาทันที แล้วเจ๊งไม่เป็นท่า จะกลับมาทำงานประจำอีกรอบก็เริ่มยาก ประมาณนั้นอ่ะครับ
ทำให้บางคนทำแบบไม่มีแผน หรือวางแผนไม่ละเอียดพอ ทำให้หลงทางไปไกล กลับมายาก อยู่ในสถานการณ์ตกระกำลำบาก
คือ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ ที่อยากมีฟิวเจ้าของธุรกิจกิจการของตัวเอง ฟิวผู้บริหารบริษัท ไม่อยากเป็นเบ๊ ยืนก้มหน้ากุมไข่ รับคำสั่งครับๆ อีกต่อไป
แต่ด้วยสกิล ประสบการณ์ ทักษะ และการตัดสินใจ ต้องมีทักษะรอบด้านจริงๆ อย่างมนุษย์เงินเดือนอย่างเราแค่ทำตามหน้าที่ มีหยุดลา มีเสาร์อาทิตย์ ลาพักร้อน
ทำแค่หน้าที่เดียวที่รับผิดชอบ
แต่เป็นเจ้าของนี่คิดเยอะ และเหนื่อยกว่าหลายเท่าเลยนะครับ เพราะคุณต้องหาเงินเข้าบริษัทกิจการตัวเอง แข่งกับเวลาค่าใช้จ่าย Fix Cost เช่น เงินเดือน พนักงาน
ค่าน้ำไฟ ค่าจ้างทำบัญชี ค่าโน่นนี่นั่นสารพัด
แล้วเจ้าของไม่มีวันหยุดด้วยนะครับ ต้องทำงานทุกวัน นอนวันเดียว ไม่คิดหาเงินเข้าบริษัทเจ๊งอีก
ต้องคิดหลายเรื่อง ทั้งกลยุทธ์ต่างๆ อีก ที่จะหารายได้เข้าบริษัท ถ้าทุนเยอะหน่อยก็จ้างคนเก่งมาทำเป็นส่วนๆ ไป แล้วต้องคุมคนเพื่อไปในทิศทางตามเป้าหมายด้วย
หลายเรื่องมากเลยนะครับ
แต่ผมไปได้หลักมาอย่างหนึ่งว่า เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง เพียงแค่ใช้คนเก่งทำงานให้เรา คือ เอาเวลาคนอื่นมาช่วยทำงานให้เรา เหมือนที่เจ้าสัวหลายๆ คนทำ หรือกิจการใหญ่ๆโตๆ ทำใช้คนมาทำในระบบให้ขับเคลื่อนธุรกิจเอา
กลับมาที่ผมตอนนี้เป็นมนุษย์เงินเดือน (ตอนนี้ผ่อนไอโฟน 13 โปร ค้างสต๊อค 0% 6เดือน เดือนละสี่พันกว่าบาทอยู่ครับ)
เป้าหมายผมอยากมีรายได้เดือนละแสนครับ ตอนนี้ผมทำคนเดียวหลายอย่างมาก แต่วันนึงมี 24 ชั่วโมง นอนไป 6-7 ชั่วโมง สิ่งที่จะทำมีหลายอย่างมาก แต่ก็ทำไม่ทันครับเพราะทำคนเดียวในเรื่องของทำงานเสริมหารายได้
ผมก็เลยจินจนาการตัวเอง หรือจำลองตัวเอง วางแผนออกจากงานครับ ว่าถ้าผมลาออกแล้ว จะมีงานเสริมที่ทำเป็นธุรกิจหลักที่พึ่งพาได้หรือไม่
โดยการจำลองตัวเองว่า ถ้าผมไม่ใช่เงินเดือนสักบาทเลย แต่จะหาเงินจากงานเสริมมาเพื่อประทังชีวิตอยู่จะได้หรือไม่ มันเหมือนได้วัดได้ทดสอบเลยว่าทำธุรกิจเองจะรอดหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังทำระดับนึงพอยาไส้ แต่ยังไม่ถึงกับเหลือกำไรเก็บแค่พอค่าใช้จ่ายอ่ะครับ
ซึ่งเพื่อนๆ ลองคิดดูคนที่เขาทำธุรกิจของตัวเองนี่ เป็นเหมือนขี่หลังเสือ ลงไม่ได้แล้ว ต้องคิดหาเงินทุกวันมาหล่อเลี้ยงบริษัท เครียดกว่ามนุษย์เงินเดือนหลายเท่านะครับผมว่า ที่แน่ๆ คือ เงินเดือนพนักงานทุกเดือนต้องจ่ายแน่ๆ
แต่ถามว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่สบายเหรอ จะไปดิ้นรนทำไม คือ ถ้ารุ่งเพดานรายได้มันเยอะกว่านะครับผมว่า
เจ้าของเงินเดือนเขาตัดสินเราเรื่องรายได้
และอีกอย่าง มนุษย์เงินเดือน ถ้าบริษัทเจ๊งเลิกจ้างจบ ยิ่งถ้าไม่วางแผนมีรายได้เสริม เป๋เหมือนกันนะครับ
อย่างผมถ้าบริษัทเจ๊งเลิกจ้างผมพอมีลู่ทาง เพราะระหว่างนี้ก็พยายามทำหลายอย่าง
ยิ่งยุคนี้มีเอไอหลายตัวเป็นเครื่องมือช่วยงาน มันช่วยลดต้นทุน ลดเวลาได้เยอะ ผมคิดว่ายุคต่อไปคนเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไปกลางอาจจะไม่จำเป็นต้องจ้าง พนง เยอะอีกต่อไป เพราะเอไอมันมาทำงานช่วยเราได้
ช่วงนี้ผมเลยศึกษาเครื่องมือเอไอต่างๆ ช่วยทำงานครับ
ผมเชื่อว่า ถ้าเราวางแผนรับมือตลอดเวลา คิดว่ามันจะผ่อนหนักเป็นเบาได้นะครับ
มีแผน 1 2 3 ไว้รองรับ
ผมได้ยินมาว่า เขาบอกมาว่า ถ้างาน 1 ชั่วโมง ให้วางแผน 59 นาที ลงมือทำแค่ 1 นาทีครับ ประมาณว่า การวางแผนสำคัญมาก ถ้าเป็นไปตามระบบแผนที่วางไว้ ลงมือทำตามแผนมันแป๊ปเดียวประมาณนั้นครับ
เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร?
มนุษย์เงินเดือน อยากมีโมเม้นต์ เจ้าของกิจการ ลองไม่ใช้เงินเดือนตัวเองสักบาท แล้วหาเงินเสริม นอกจากงานประจำมาประทังชีวิต
ผมคิดว่าน่าจะได้ฟิวเจ้าของกิจการทันที
คือผมเป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิตนะครับ ใครที่มีงานประจำอยู่ หลายคนอยากทำตามความฝัน ออกไปทำธุรกิจ หรือ เป็นเจ้าของเอง
ไม่อยากมาเป็นเบ๊ เป็นลูกน้องคนอื่น ทำงานตามสั่ง
บางคนเดิมพันสูง คือ ตัดจบออกมาทันที แล้วเจ๊งไม่เป็นท่า จะกลับมาทำงานประจำอีกรอบก็เริ่มยาก ประมาณนั้นอ่ะครับ
ทำให้บางคนทำแบบไม่มีแผน หรือวางแผนไม่ละเอียดพอ ทำให้หลงทางไปไกล กลับมายาก อยู่ในสถานการณ์ตกระกำลำบาก
คือ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ ที่อยากมีฟิวเจ้าของธุรกิจกิจการของตัวเอง ฟิวผู้บริหารบริษัท ไม่อยากเป็นเบ๊ ยืนก้มหน้ากุมไข่ รับคำสั่งครับๆ อีกต่อไป
แต่ด้วยสกิล ประสบการณ์ ทักษะ และการตัดสินใจ ต้องมีทักษะรอบด้านจริงๆ อย่างมนุษย์เงินเดือนอย่างเราแค่ทำตามหน้าที่ มีหยุดลา มีเสาร์อาทิตย์ ลาพักร้อน
ทำแค่หน้าที่เดียวที่รับผิดชอบ
แต่เป็นเจ้าของนี่คิดเยอะ และเหนื่อยกว่าหลายเท่าเลยนะครับ เพราะคุณต้องหาเงินเข้าบริษัทกิจการตัวเอง แข่งกับเวลาค่าใช้จ่าย Fix Cost เช่น เงินเดือน พนักงาน
ค่าน้ำไฟ ค่าจ้างทำบัญชี ค่าโน่นนี่นั่นสารพัด
แล้วเจ้าของไม่มีวันหยุดด้วยนะครับ ต้องทำงานทุกวัน นอนวันเดียว ไม่คิดหาเงินเข้าบริษัทเจ๊งอีก
ต้องคิดหลายเรื่อง ทั้งกลยุทธ์ต่างๆ อีก ที่จะหารายได้เข้าบริษัท ถ้าทุนเยอะหน่อยก็จ้างคนเก่งมาทำเป็นส่วนๆ ไป แล้วต้องคุมคนเพื่อไปในทิศทางตามเป้าหมายด้วย
หลายเรื่องมากเลยนะครับ
แต่ผมไปได้หลักมาอย่างหนึ่งว่า เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง เพียงแค่ใช้คนเก่งทำงานให้เรา คือ เอาเวลาคนอื่นมาช่วยทำงานให้เรา เหมือนที่เจ้าสัวหลายๆ คนทำ หรือกิจการใหญ่ๆโตๆ ทำใช้คนมาทำในระบบให้ขับเคลื่อนธุรกิจเอา
กลับมาที่ผมตอนนี้เป็นมนุษย์เงินเดือน (ตอนนี้ผ่อนไอโฟน 13 โปร ค้างสต๊อค 0% 6เดือน เดือนละสี่พันกว่าบาทอยู่ครับ)
เป้าหมายผมอยากมีรายได้เดือนละแสนครับ ตอนนี้ผมทำคนเดียวหลายอย่างมาก แต่วันนึงมี 24 ชั่วโมง นอนไป 6-7 ชั่วโมง สิ่งที่จะทำมีหลายอย่างมาก แต่ก็ทำไม่ทันครับเพราะทำคนเดียวในเรื่องของทำงานเสริมหารายได้
ผมก็เลยจินจนาการตัวเอง หรือจำลองตัวเอง วางแผนออกจากงานครับ ว่าถ้าผมลาออกแล้ว จะมีงานเสริมที่ทำเป็นธุรกิจหลักที่พึ่งพาได้หรือไม่
โดยการจำลองตัวเองว่า ถ้าผมไม่ใช่เงินเดือนสักบาทเลย แต่จะหาเงินจากงานเสริมมาเพื่อประทังชีวิตอยู่จะได้หรือไม่ มันเหมือนได้วัดได้ทดสอบเลยว่าทำธุรกิจเองจะรอดหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังทำระดับนึงพอยาไส้ แต่ยังไม่ถึงกับเหลือกำไรเก็บแค่พอค่าใช้จ่ายอ่ะครับ
ซึ่งเพื่อนๆ ลองคิดดูคนที่เขาทำธุรกิจของตัวเองนี่ เป็นเหมือนขี่หลังเสือ ลงไม่ได้แล้ว ต้องคิดหาเงินทุกวันมาหล่อเลี้ยงบริษัท เครียดกว่ามนุษย์เงินเดือนหลายเท่านะครับผมว่า ที่แน่ๆ คือ เงินเดือนพนักงานทุกเดือนต้องจ่ายแน่ๆ
แต่ถามว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่สบายเหรอ จะไปดิ้นรนทำไม คือ ถ้ารุ่งเพดานรายได้มันเยอะกว่านะครับผมว่า
เจ้าของเงินเดือนเขาตัดสินเราเรื่องรายได้
และอีกอย่าง มนุษย์เงินเดือน ถ้าบริษัทเจ๊งเลิกจ้างจบ ยิ่งถ้าไม่วางแผนมีรายได้เสริม เป๋เหมือนกันนะครับ
อย่างผมถ้าบริษัทเจ๊งเลิกจ้างผมพอมีลู่ทาง เพราะระหว่างนี้ก็พยายามทำหลายอย่าง
ยิ่งยุคนี้มีเอไอหลายตัวเป็นเครื่องมือช่วยงาน มันช่วยลดต้นทุน ลดเวลาได้เยอะ ผมคิดว่ายุคต่อไปคนเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไปกลางอาจจะไม่จำเป็นต้องจ้าง พนง เยอะอีกต่อไป เพราะเอไอมันมาทำงานช่วยเราได้
ช่วงนี้ผมเลยศึกษาเครื่องมือเอไอต่างๆ ช่วยทำงานครับ
ผมเชื่อว่า ถ้าเราวางแผนรับมือตลอดเวลา คิดว่ามันจะผ่อนหนักเป็นเบาได้นะครับ
มีแผน 1 2 3 ไว้รองรับ
ผมได้ยินมาว่า เขาบอกมาว่า ถ้างาน 1 ชั่วโมง ให้วางแผน 59 นาที ลงมือทำแค่ 1 นาทีครับ ประมาณว่า การวางแผนสำคัญมาก ถ้าเป็นไปตามระบบแผนที่วางไว้ ลงมือทำตามแผนมันแป๊ปเดียวประมาณนั้นครับ
เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร?