จากสภาวะหมดไฟก่อนเรียนจบ สู่ imposter syndrome และจาก imposter syndrome สู่สภาวะซึมเศร้า

สวัสดีครับ วันนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงความรู้สึกที่แสนทรมานของนักศึกษาจบใหม่คนนึง

เกลิ้นก่อนว่ามหาลัยที่เราเรียนใช้ระบบ 3เทอม ซึ่งแตกต่างจากมหาลัยอื่นๆ
เราเป็นนักศึกษาที่เรียนในช่วงวิกฤตโควิดตั้งแต่เริ่มจนจบ เรียนปี1 ในปี2019 ที่เป็นช่วงโควิดระบาดในไทยช่วงต้นปี2020

ในช่วงตอนปี2021 ช่วงนั้นเป็นช่วงปี2เทอม3 จนปี3เทอม2 โควิดระบาดหนัก ทำให้เราต้องเรียนออนไลน์ติดต่อกันนานเกือบ1ปี เป็น3เทอมเต็มๆที่เราต้องเรียนออนไลน์ ช่วงที่เรียนออนไลน์เป็นเวลานานทำให้เรารู้สึกหมดไฟในการเรียน ไม่มีความสุข และเกลียดสิ่งที่กำลังเรียนอยู่มากๆ ช่วงแรกก็ไม่รู้ตัวจนกระทั้งกลับไปเรียนตามปกติในปี3 เทอม3 ทำให้เรารู้ตัวว่าสิ่งที่กำลังเป็นคือสภาวะหมดไฟก่อนเรียนจบ แต่เราก็ฝืนจนจบมาได้อย่างทุกทรมาน

หลังเรียนจบ เราพยายามหางาน สมัครที่ไหนไปก็ไม่มีใครรับ เตะฝุ่นอยู่ 4-5เดือน จนเรารู้สึกว่าตนเองนั้นไม่ดีพอ รู้สึกทำให้ทุกคนผิดหวัง รู้สึกด้อยค่าตัวเองตลอดช่วงที่หางานไม่ได้ จนวันนึงก่อนเราจะรับปริญญาก็มีที่นึงรับเราเข้าทำงาน เราดีใจมากที่มีงานทำสักที และที่ทำงานก็ยินดีที่จะรอให้เรารับปริญญาให้เสร็จก่อนค่อยมาเริ่มงาน แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่สภาวะด้อยค่าตนเองนั้นยังคงอยู่ เรายังรู้สึกกังวลและรู้สึกด้อยค่าตนเองอยู่ตลอด

จนมาถึงช่วงรับปริญญา ช่วงที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ไม่ใช่สำหรับเรา แฟนที่คบมาด้วยกัน 2ปีกว่า มาบอกเลิกเราในวันก่อนรับปริญญา เรารู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ทั้งที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น กำลังจะมีความสุขและได้เจอกันในช่วงรับปริญญา กลับกลายเป็นความทุกทรมานที่ต้องเลิกกับแฟน ในขณะที่ทุกคนรอบข้างมีความสุข ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราทรมานมากในทุกลมหายใน เราต้องลากตัวเองออกไปซ้อมรับปริญญา และต้องเก็บกดความรู้สึกของตัวเองในเวลาเดียวกัน หลังรับปริญญาจนถึงวันนี้ ผ่านมา 3เดือนกว่าแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้ดูรุปที่ถ่ายในวันรับปริญญานั้นเลย เราไม่อยากที่เป็นหวนคืนไปในตอนนั้น

หลังรับปริญญาเสร็จเราก็ต้องรับกลับมาเก็บของละเดินทางมาทำงาน แต่ความเศร้าก็ยังไม่หายไป เราต้องเริ่มต้นทำงาน เริ่มต้นอะไรหลายอย่างใหม่ทั้งที่ความเศร้ายังคงอยู่ เก็บสะสมมาจนตอนนี้กลายเป็นสภาวะซึมเศร้า เราพยายามที่จะก้าวต่อไปแต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก ความเศร้ายังคงกัดกินเราในทุกๆวัน นอนร้องไห้คนเดียวในทุกๆคืน คิดอยากฆ่าตัวตายในทุกๆนาที ยิ่งช่วงอยู่คนเดียวยิ่งรู้สึกดิ่ง ยิ่งทรมาน ช่วงไหนที่ดิ่งหนักๆ การอยู่สังสรรค์กับเพื่อนก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

ทั้งนี้เราก็ยังพยายามอยู่ พยายามที่จะก้าวความรู้สึกพวกนี้ไปให้ได้ และสำหรับใครที่กำลังเศร้า เหนื่อยล้า หมดกำลังใจ ก็ขอให้พวกคุณก้าวผ่านมันไปได้ มันอาจจะไม่ใช่วันนี้ หรือพรุ่งนี้ แต่ก้จะมีสักวันที่เราหลุดพ้น เตือนตัวเองไว้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่