สวัดดีครับ วันนี้จะมีเรื่องมาระบาย พอดีพึ่งเลิกกับแม่ของลูก15มกราคมนี้ ครบ2เดือนแล้วครับ

กระทู้สนทนา
สวัดดีครับ ผมชื่อโจ้ อายุตอนนี้ 34 อดีตภรรยาผมชื่อแต้ว อายุตอนนี้26 เธอกับผมต่างกันฟ้ากับเหว เธอคือนางฟ้า ผมคือซาตาน
เริ่มต้นเรื่องของความรักก่อนเลยนะครับ ผมรู้จักภรรยาของผมคนนี้ เมื่อกรกฎาคม2563 จำได้ขึ้นใจเลยว่า เพื่อนผมเป็นคนแนะนำให้ ตอนนั้นน้องเขาก็เลิกกับพ่อของลูกคนแรกของเขาได้ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาหลายปี เป็นคนขยัน สู้ชีวิต มากก น้องเขาอยู่ระยอง ส่วนตัวผมอยู่เพชรบุรี  เราได้เจอกันครั้งแรก ตอนที่มารับน้องเขากับเพื่อนผมที่ระยอง เพื่อไปเที่ยวแพที่เขื่อนศรีนครินทร์ ตอนนั้นเราก็มีแฟน แถมยังพาแฟนไปเที่ยวแพให้เขาเห็นอีก  ตอนนั้น ยังไม่ได้คุยไม่ได้จีบกับน้องเขานะครับ  หลังกลับจากเที่ยวแพ ผมก็กลับเพชรบุรี ส่วนน้องเขาก็กลับไประยองพร้อมกับเพื่อนผม พอผมเลิกกับแฟนของผม ผมเลยทักไปคุยกับน้องเขา คุยกันไปเรื่อยๆ ตอนนั้นช่วงโควิด น้องเขาขายหม่าล่าตรงชายทะเลpmy ผมก็มาแวะมาหาเขา มาคุยด้วย ว่าง่ายๆ อาทิตย์หนึ่งมาระยอง3วัน เดทแรกของผมกับเขา คือเขาแหลมหญ้า พอลองคุยกันคบเดือนก็ตกลงคบกัน ตอนนั้นเราก็ให้อิสระเขาเต็มที่นะ บอกเขาตลอด พอหมดช่วงโควิด ผับเปิด น้องเขาก็กลับเข้าไปทำงานในผับแห่งหนึ่งของระยอง เราก็มีหวั่นไหวบ้าง เพราะน้องเขาสวยมาก ต้องมีคนมาจีบแน่นอน แต่ก็เชื่อใจเขา เราก็ไปมาหาสู่เขาเรื่อยๆ จนธันวาคม2563 เราตัดสินใจลาออกจากงาน ที่เพชรบุรี มาเปิดร้านขายของชำที่ระยอง เพื่อที่จะมาอยู่กับน้องเขา เพราะเราตั้งใจมาเป็นครอบครัวกับเขา จังหวะนั้น โควิดมาอีกรอบ ผับปิดพอดี น้องเขาเลยมาอยู่กับผมที่ร้านขายของ เริ่มใช้ชีวิตด้วยกัน  คบกันแรกๆไม่มีคำว่ากูเลยนะครับ พี่กับหนู เธอกับเรา จนวันหนึ่ง  ผมเริ่มพูดกูก่อน ตั้งแต่นั้นมาก็มีคำนี้มาตลอด ช่วงที่เปิดร้านแรกๆผมก็ต้องกลับเพชรบุรีอาทิตย์ละ2วัน ก็ฝากร้านให้น้องเขาดูแล บางคนก็ถามผมว่า ไว้ใจเขาขนาดนั่นเลยหรอพึ่งคบกัน ผมก็บอก ไว้ใจ เพราะน้องมันดีมาก ไม่เคยเรียกร้องหรือเอาอะไรจากผมเลย จนอยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆจนผมเริ่มเป็นหนี้เป็นสิน การเงินไม่ค่อยคล่องเหมือนเมื่อก่อน น้องเขาก็ยังอยู่กับผม สู้กันมาตลอด จนเดือนสิงหาคม2564 ผมกลับมาบ้านที่เพชรบุรี น้องเขาทักแชทมาหาผมพร้อมส่งรูปว่าท้องมาให้ผม ตอนนั้นผมโคตรดีใจที่ได้มีลูกกับเขา แม่ผมที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยิ้มดีใจ แม่ผมก็ถามมาว่า แบบนี้ ต้องไปบอกแม่เขานะ ว่าจะเรียกสินสอดอะไรยังไง แต่แม่ผมพูดมาคำว่า เงินสินสอดผูกข้อมือ ต้องเก็บกันเองนะ แม่ไม่ช่วย รักกันก็ต้องช่วยกัน 
จนสิ้นเดือนตุลา เราได้นัดครอบครัวเราทั้งสองมาผูกข้อไม้ข้อมือ กับเงินสินสอดที่เราช่วยกันเก็บได้ 10,000บาท ถึงมันจะน้อยแต่เราสองคนก็ภูมิใจมากที่ได้ทำให้ถูกต้อง พอผ่านตรงนี้มา เราก็เริ่มมีปากเสียงกันบ้าง ส่วนใหญ่ผมจะงี่เง่ามากกว่า อยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ จนการเงินเริ่มแย่ลง ต้องยืมเงินแม่ยายมาใช้ 
เริ่มขัดสนมากขึ้น แต่เราไม่เคยบอกทางแม่เราเลยว่าเราแย่มากตอนนี้  ทะเลาะกับเมียประจำ จนลูกคลอด8พฤษภาคม2565 เขาอยากให้ผมฝากพิเศษ แต่ผมก็ไม่มีตัง ขออยากนอนห้องพิเศษ ผมก็ไม่มีตัง จนสุดท้าย แม่ยายต้องออกให้ แถมนอนเฝ้าแทนผม ผมก็รู้สึกเสียใจมากๆที่ไม่สามารถทำให้เขาได้ จนอยู่มาลูกได้3เดือนผมก็เลยเอาลูกไปฝากกับแม่ที่เพชรบุรีเลี้ยง เพราะจะได้ให้เขากลับไปทำงานในผับ หาเงินอีกทาง จนต้นปี66 ร้านที่ผมเปิดขายของได้ปิดตัวลง พร้อมกับรถยนต์ผมได้ถูกยึด จนต้องมาเช่าห้องแถวอยู่กันสองคนกับน้องเขา สร้างหนี้ให้เขาตามรับผิดชอบให้ จนเขาบอกเหนื่อย ล้มลุกคลุกคลานมาครึ่งปี จนเริ่มมีปากเสียงหนักๆตอนพฤษภาคม66 ทะเลาะกันแบบแรงมาก ก็กลับมาคืนดีกัน ตลอด จนถึงช่วงพฤศจิกายน2566 วันที่13 เป็นวันเกิดเขาจริงๆผมตั้งใจจะทำสร้อยให้เขาสองสลึง แต่เงินไม่พอ เพราะเราใช้วิธีออมทองวันนั้น ทั้งตัวผมมีเงินแค่100 ผมก็เขียนไว้ให้ที่แบงค์ ให้เป็นเงินขวัญถุง กลัลมาถึงบ้านตอนตีสาม ผมเห็นเขานอน หลับ ผมก็เลยแหย่เขา ชวนทะเลาะเขา จนเราเริ่มทะเลาะกัน แล้วก็นั่งคุยกัน เขาน้อยใจที่ผมไม่ส่งข้อความไปหาเขา เขารอผมแค่คนเดียว ผมก็รู้สึกผิด ที่ทำให้เขาเสียใจในวันเกิดเขา แต่ผมก็ยื่นแบงค์ให้เขานะ ว่านี่คือของขวัญวันเกิด พี่ตั้งใจให้ อาจจะไม่ได้มากมาย แต่ก็สุดใจแล้วสำหรับพี่ จนถึงวันที่15 เราทะเลาะกัน แล้วก็แยกย้าย ผมยังจำกอดสุดท้ายได้เลย ยังจำคำที่พูดอยู่ได้เลย ว่า ที่เลิกกันครั้งไม่ใช่เพราะหมดรักนะหรือว่ามีคนอื่น แต่เขาแต่เหนื่อยจากการที่ผมเป็นแบบนี้ ผมไม่เคยเข้าใจเขา เขาทำงานหาเงินเพื่อมาเลี้ยงผม อยู่แล้วไม่มีความสุข จะอยู่ทำไม อยู่แล้วอึดอัด ไม่เป็นตัวของตัวเอง จะอยู่ทำไม  ผมก็ได้บอกเขานะ ถ้าเลิกกัน พี่ก็จะมีแค่หนูกับลูกเท่านั้น หนูคือคนสุดท้ายของชีวิตพี่
***ผมดีใจที่ทำให้เขาได้ออกจากชีวิตผมไป เขาจะได้เจอคนที่ดี คนที่พร้อมจะดูแลเขา คนที่พร้อมเป็นความสุขให้เขา สิ่งไหนที่เขาไม่ชอบ ผมก็จะทำใส่เขา ทำให้เขาเกลียดผม ทำให้เขาไม่อยากกลับมาหาผม แม้จะตรงข้ามกับความต้องการของหัวใจผมว่าอยากให้เขากลับมา ผมคิดวิธีมาตลอด ว่าเราต้องผลัดเขาออกไปนะ เขาจะมาจมปลักคนกม่มีอนาคตแบบผมไม่ได้นะ เขาต้องมีอนาคตมากกว่านี้ เจอคนที่พร้อมดูแลเขามากกว่านี้  ทุกวันนี้เจอเขาเห็นเขาดูดีมีความสุข ผมก็โอเครนะ เฝ้ามองดูห่างๆ เพราะยังเป็นห่วงเขา เขาเป็นคนที่ไม่ทันเพื่อนเลยสักนิด ผมอยากให้เขาเชื่อคำพูดผมสักครั้ง  นี่ละครับ คือความรักที่ผมทำให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย รักโดยไม่ต้องครอบครองก็ได้ ถ้าเขาเข้ามาอ่าน อยากให้เขารู้ไว้ว่า พี่ขอโทษ แต่พี่ยักรักเราเหมือนวันแรกที่คิดจะรัก ตั้งใจเข้ามาเป็นครอบครัว รักโดยไม่หวังสิ่งใด ขอให้หนูมีความสุขกับสิ่งที่หนูเลือกนะ แต้ว เพ็ญศิริ สิทธิ จากโจ้  4/1/67
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่