สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ฟ้องหย่า เพราะทำให้เสื่อมเสีย และขอสิทธิเลี้ยงดูบุตร อันนี้ทำได้
สมาชิกหมายเลข 7924225 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3829601 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6294138 ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 5311812 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6150101 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 6375718 ถูกใจ, ปรียทรรศิกา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4761161 ถูกใจ, พ่อขวัญเอย ถูกใจ, Tongfahblackpink ถูกใจรวมถึงอีก 22 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 20
ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้ เพราะพ่อและแม่มีหน้าที่เลี้ยงลูก
ฟ้องหย่าได้ เข้าข่ายคู่สมรสประพฤติชั่ว
ส่วนประเด็นว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ไหม อันนี้ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะต้องขึ้นอยู่กับความเสียหาย ก็ต้องมีหลักฐานไปงัดกันว่าเมียได้สร้างความเสียชิ่อเสียงวงศ์ตระกูลจริงไหมมีรายละเอียดอย่างไรบ้างซึ่งคิดว่าถ้าเขาต้องขายตัวเพิ่อดำรงชีวิตฟ้องเรียกร้องไปคงไม่มีเงินจะให้คุณอยู่ดี
คดีครอบครัวสามารถจบในชั้นไกล่เกลี่ยได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล และ ถ้าสามารถตกลงกันได้ที่บ้านมีครอบครัวเป็นสักขีพยาน ก็ไปจบที่หย่าที่อำเภอ ไม่ต้องขึ้นศาลให้เสียค่าทนายเช่นกันค่ะ ส่วนตัวคิดว่าคนแบบนี้คงไม่มีเงินจะให้มากมาย
ส่วนคำปรึกษาคดีครอบครัวและเยาวชนสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิใกล้บ้าน เพราะเรื่องนี้มีเรื่องสิทธิปกครองบุตรเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอัยการจะให้คำแนะให้คุณฟรีค่ะ
ฟ้องหย่าได้ เข้าข่ายคู่สมรสประพฤติชั่ว
ส่วนประเด็นว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ไหม อันนี้ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะต้องขึ้นอยู่กับความเสียหาย ก็ต้องมีหลักฐานไปงัดกันว่าเมียได้สร้างความเสียชิ่อเสียงวงศ์ตระกูลจริงไหมมีรายละเอียดอย่างไรบ้างซึ่งคิดว่าถ้าเขาต้องขายตัวเพิ่อดำรงชีวิตฟ้องเรียกร้องไปคงไม่มีเงินจะให้คุณอยู่ดี
คดีครอบครัวสามารถจบในชั้นไกล่เกลี่ยได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล และ ถ้าสามารถตกลงกันได้ที่บ้านมีครอบครัวเป็นสักขีพยาน ก็ไปจบที่หย่าที่อำเภอ ไม่ต้องขึ้นศาลให้เสียค่าทนายเช่นกันค่ะ ส่วนตัวคิดว่าคนแบบนี้คงไม่มีเงินจะให้มากมาย
ส่วนคำปรึกษาคดีครอบครัวและเยาวชนสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิใกล้บ้าน เพราะเรื่องนี้มีเรื่องสิทธิปกครองบุตรเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอัยการจะให้คำแนะให้คุณฟรีค่ะ
สมาชิกหมายเลข 7920991 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3829601 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6294138 ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 6150101 ถูกใจ, ปรียทรรศิกา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4761161 ถูกใจ, Knight ถูกใจ, Capture the Timeline ถูกใจ, ผู้ชายหัวใจผ้านวม ถูกใจ, แสนดี มีที่ยกเว้น ถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 21
หลักฐานมี ฟ้องหย่าและขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรได้ กรณีคู่ประพฤติส่อต่อความเสื่อมเสีย
การตัดสินใจหาเงินแบบไร้ศักดิ์ศรีและมักง่าย มีสิทธิ์ฟ้องได้อยู่แล้ว อย่ายอม
เผลอๆกลับมาเอา โรคมาติด จขกท อีก
กลุ่ม ผญ ไทยที่ไปขายบริการในญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เกาหลี ฮ่องกง เมกา เป็นที่น่าขยะแขยงมาก ถามคนที่ทำงานสุจริตดูสิ เค้ารู้สึกยังไงเวลาโดน ตม เรียกเข้าห้องเย็นไปสัมภาษณ์แล้วโดนมองด้วยสายตาเหยียด ดูถูก
ผญ ไทยเน่าๆกลุ่มเดียว ทำคนอื่นในประเทศเค้าเดือดร้อนไปด้วย
อย่าคิดว่าไม่เป็นไร
การตัดสินใจหาเงินแบบไร้ศักดิ์ศรีและมักง่าย มีสิทธิ์ฟ้องได้อยู่แล้ว อย่ายอม
เผลอๆกลับมาเอา โรคมาติด จขกท อีก
กลุ่ม ผญ ไทยที่ไปขายบริการในญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เกาหลี ฮ่องกง เมกา เป็นที่น่าขยะแขยงมาก ถามคนที่ทำงานสุจริตดูสิ เค้ารู้สึกยังไงเวลาโดน ตม เรียกเข้าห้องเย็นไปสัมภาษณ์แล้วโดนมองด้วยสายตาเหยียด ดูถูก
ผญ ไทยเน่าๆกลุ่มเดียว ทำคนอื่นในประเทศเค้าเดือดร้อนไปด้วย
อย่าคิดว่าไม่เป็นไร
สมาชิกหมายเลข 7920991 ถูกใจ, Amalgamate ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 702776 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5311812 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4893855 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4901213 ถูกใจ, kjung ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3281722 ถูกใจ, อู๊ดสุดใจ ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 837713 ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
ต้องถาม จขกท ก่อนว่าจุดประสงค์ที่คุณอยากจะฟ้องน่ะ เพื่ออะไร ?
Amalgamate ถูกใจ, ปรียทรรศิกา ถูกใจ, มนุษย์ลุง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4761161 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6095458 ถูกใจ, ไร่ข้าวโพด ถูกใจ, aero.1 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1624493 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7665360 ถูกใจ, ดาวสุริยะ ถูกใจรวมถึงอีก 5 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ภรรยาแอบขายบริการ ฟ้องอะไรได้บ้างไหม ?
ส่วนภรรยาเขาเป็นแม่หม้ายลูกติดสองคน เขาเป็นคนกล้าคิดกล้าทำ แต่คิดไม่รอบคอบชอบคิดแล้วทำเลย และกล้าพูดกล้าทักทายคนแปลกหน้า
ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ผมมีเงินเก็บอยู่แสนกว่าบาทส่วนเขามีรถยนต์ที่ยังจ่ายไม่หมด เราย้ายไปอยู่ด้วยกันเพื่อหาที่ขายของ พออยู่ด้วยกันตัวเขาใช้เงินเก่งมาก ห้องที่อยู่ก็เลือกห้องแพงๆ ชอบซื้อผักกับเนื้อสดไว้ที่บ้านแต่ออกไปกินข้างนอกจนผักกับเนื้อเน่าทิ้งหมด เวลากินอะไรก็สั่งแต่ของแพง และเราขายของได้เงินน้อยมากคือขาดทุนตลอด เงินไม่พอค่าบ้านกับน้ำมันรถ พออยู่ด้วยกันเรื่อยๆเขาก็ตั้งท้องโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะมีน้องเรื่องนี้ผมผิดเองแหละที่ไม่ได้ป้องกันดีๆ แล้วตอนท้องนั้นเงินเราก็หมดแล้วด้วย เขาเลยให้ผมไปกู้เงินธนาคารมาเพราะเขาเป็นสมาชิกกลุ่มสินเชื่อเงินกู้ ซึ่งการจะกู้ได้ต้องขอให้สมาชิกในกลุ่มเซ็นค้ำ5คนเขาเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เงินที่กู้มาได้ก็ต้องเอาไปจ่ายงวดรถยนต์1-2งวด ที่เหลือก็เอามาใช้ขายของต่อ ตอนนั้นผมได้บอกเขาว่าถ้าเราไม่มีเงินแล้วผมจะไปหาทำงานอย่างอื่นก่อน เขาไม่ให้ผมไป เขาจะให้ผมหาที่ขายของให้ได้อย่างเดียว ผมก็ยอมเพราะถ้าพูดมากเดี๋ยวจะทะเลาะกัน ผมเลยยอมเขามาตลอด และรอดูว่าเขาจะแก้ปัญหายังไง
พอเราอยู่ด้วยกันเรื่อยๆจนท้องเริ่มโตเราเลยต้องบอกทางบ้านเพื่อแต่งงานกัน แต่เงินไม่เหลือแล้วผมเลยต้องเอาที่ดินผมไปค้ำเพื่อกู้เงินมาแต่งงาน เงินส่วนหนึ่งก็เอาไปจ่ายงวดรถ พอเราสู้กันมาจนลูกคลอด ความหวังที่จะใช้หนี้หมดก็มาถึง ชื่อที่เขาสมัครไปทำงานเกาหลีใต้ออกมา แต่ตอนนั้นยังไปไม่ได้เพราะต้องทำเรื่องและรออีกนานพอควร ช่วงนั้นเขาเปิดรับสมัครพอดีผมก็สมัครไปเหมือน สอบผ่านทำเรื่องทุกอย่างครบและรอจนเกือบได้ไป แต่วีซ่าไม่อนุมัติให้(สาเหตุมาจากผมเคยไปมาก่อน ไปแบบถูกกฎหมายในตอนแรก พอวีซ่าผมหมด แต่นายจ้างยังค้างจ่ายเงินเดือนเกือบ2เดือน ผมเลยต้องอยู่ตามเงินเดือนนั้นแบบเวอร์วีซ่า แล้วถูกจับกลับมา)
ช่วงที่รอเขาได้ไปเกาหลีจะมีช่วงนึงที่ต้องมีการเรียนภาษาเตรียมบิน เขาให้ผมหายืมเงินจากญาติเพื่อปิดหนี้ธนาคารของผม แล้วกู้เพิ่ม ตอนนั้นเขาบอกว่าจะให้ไปหาที่ขายของต่างจังหวัด ผมก็บอกว่าให้รอไปเกาหลีดีกว่ามั้ยจะได้ไม่ต้องเสียเงินเปล่า แต่เขาก็ไม่ฟัง เลยพากันไปต่างจังหวัดจองห้องเช่า ขนของเรียบร้อยสุดท้ายยังไม่ทันได้ขายอะไร ชื่อที่ต้องไปเรียนเตรียมบินออก เราเลยต้องขนของกลับบ้านเสียเงินเปล่าไปไปหลายหมื่น (ช่วงนี้เราเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกัน)
พอถึงวันที่เขาจะได้บินไปเกาหลี ผมก็ต้องเป็นคนกู้เงินจ่ายค่าตั๋ว พอหลังจากไปถึงเกาหลีได้แค่ 3อาทิตย์ เขาแอบคุยกับคนอื่น(เขาเคยมีอะไรกันมาก่อนที่เราจะรู้จักกัน) แล้วก็นัดเจอกัน(ผู้ชายคนนั้นมีลูกมีเมียอยู่บ้าน) และที่ผมรู้เพราะผมติดตาม gps และเข้าเฟสเขาได้ ตอนแรกเขาไม่ยอมรับ พอผมสืบเรื่อยๆเขาเลยยอมรับว่าแค่ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วก็ไปต่อกันในร้านคาราโอเกะ เขาก็มีเพื่อนไปด้วย ผู้ชายคนนั้นก็มีเพื่อนไปด้วย ไม่ได้มีอะไรเกินเลย เราเลยทะเลาะกันผมก็ยังให้อภัยเพราะสงสารลูกบวกกับหนี้ที่เป็นชื่อผมอีกเพียบ แต่หลังจากนั้นผมสั่งห้ามเที่ยวผับเที่ยวกลางคืน หรือร้านคาราโอเกะ และห้ามเที่ยวที่ที่มีผู้ชาย
หลังจากนั้นผ่านไปไม่กี่วัน เขาได้ไปเจอเพื่อนเขาที่ทำงานคาราโอเกะ(มีขายบริการด้วย) เขาก็บ่นให้ผมฟังตลอดเลยว่าเพื่อนเขาได้ทำศัลยกรรมจนสวย หุ่นดี มีเวลาดูแลตัวเอง เขาเลยพูดเชิงหยอกว่าจะไปทำงานกับเพื่อนคนนี้แล้วนะผมก็เลยบอกกับเขาว่า ถ้าจะไปทำงานกับเพื่อน ให้ตั้งใจทำงานโรงงานแล้วจ่ายหนี้ให้หมดก่อน แล้วกลับมาเซ็นใบหย่าแล้วค่อยไปทำเอง เขาเลยบอกว่าแค่ล้อเล่น (ช่วงเวลานี้ผมได้สมัครไปทำงานอิสราเอลแล้วกะไว้ว่าจะเลี้ยงลูกไปก่อนแล้วรอไปอิสราเอล)
แล้วพอเวลาผ่านไปถึงช่วงปีใหม่ เขาได้ขัดต่อสิ่งที่ผมห้าม คือเที่ยวผับ เขาได้ไปเค้าดาวปีใหม่ในผับ เราเลยทะเลาะกันหนักกว่าเดิม เขาบอกว่าจะโทรวิดีโอคอลกับผมตลอด แต่ผมไม่เอาแล้ว เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำเลย ผมจะเลิกยุ่งเลิกตาม (ที่ผมต้องห้ามเขาขนาดนี้ เพราะเขาเคยเล่าว่าผู้ชายคนที่เขานัดเจอล่าสุดคนนั้น เมื่อก่อนเขาเคยเจอกันในผับ) หลังจากนั้นมาผมก็เลิกโทรหาเขาเลย จะมีแต่เขาที่โทรมา แล้วพอเขาโทรมาเขาบอกว่าจะยื่นขอวีซ่าให้ผมได้ไปเยี่ยมเขาที่เกาหลี ซึ่งผมก็บอกไปแล้วนะว่าอย่าทำ เพราะตัวเขาเพิ่งไปได้แค่3เดือนและตัวผมที่เคยไปเวอร์วีซ่ามาแล้วโอกาสที่จะผ่านน้อยมาก เขาก็ไม่ฟัง หาบริษัทยื่นขอวีซ่าและจ่ายเงินไปแล้วเรียบร้อย15,000 สุดท้ายวีซ่าไปเกาหลีก็ไม่ผ่านเสียเงินฟรี และผมก็ยังไม่ได้ไปอิสราเอลเพราะเอาพาสปอร์ตไปยื่นขอวีซ่าตามที่เขาบอกให้ทำไปแล้ว และช่วงหลังปีใหม่ ลูกเขาอีกสองคนก็มาอยู่กับผมด้วย และยังมีพี่สาวที่ทิ้งหลานอีกสองคนให้ผมดูแล และอยู่กับแม่ที่เป็นผู้พิการ
หลังจากนั้นเขาเลยขอให้ผมไปหาที่ขายของต่างจังหวัด ซึ่งผมก็บอกว่าถ้าให้ไปต่างจังหวัด ผมขายแถวบ้านดีกว่ามั้ยเพราะมีที่นึงที่เราเคยไปขายมาก่อน แต่เขาก็บอกว่าไม่เอา จะให้หาขายต่างจังหวัดอย่างเดียวเพราะเขาอยากกลับบ้านมาแล้วมีที่ขายของเลย เดี๋ยวเขาจะซัพพอร์ตเรื่องเงิน (ซึ่งตามข้างต้นที่ผมบอกในตอนแรกว่าผมเป็นคนไม่กล้าคิดกล้าทำ พูดไม่เก่ง ไม่กล้าเข้าไปทักใครเขาก่อน ให้ผมไปทำคนเดียวยังไงก็ไม่มีทางทำได้ เพราะถ้าผมทำเองได้ผมคงทำไปนานแล้ว คงไม่รอให้มาเจอเขา) ผมก็ยังต้องไปต่างจังหวัดเพื่อหาที่ขายของ แล้วพอผมหาที่ได้ เขาก็ออกจากงานที่ทำอยู่ (ช่วงรองานใหม่ของที่เกาหลีเราสามารถกลับบ้านได้) เขาอยากกลับมาบ้าน ผมก็ห้ามเหมือนกันนะ และเตือนว่าถ้ากลับมาเราจะมีหนี้เพิ่มเรื่อยๆ เขาก็ไม่ได้สนใจ จะกลับไทยให้ได้ เพราะเขามีแผนไว้แล้ว และช่วงนั้นเขาได้นัดเจอผู้ชายที่เคยมีอะไรด้วยอีกคนไม่ใช่คนเดิมนะครับ เขาก็อ้างว่าแค่ไปกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม
ที่ผมเล่ามาถึงตอนนี้คือตอนเขาเพิ่งไปเกาหลีได้แค่7เดือน เงินที่เขาส่งมายังไม่พอจ่ายหนี้ธนาคาร ผมเพิ่งจะจัดการจ่ายงวดรถ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารที่มีทั้งของผมและของเขา(หนี้ของเขาจะเป็นเงินกู้ก่อนเราจะรู้จักกัน) คืนเงินที่ยืมจากญาติพี่น้อง(5-6หมื่น) ซื้อนมผงผ้าอ้อมให้ลูก(3-4พันต่อเดือน) ค่าเทอมลูกติดของเขาอีกสองคน เงินเหลือใช้จริงๆแค่4-5พันต้องจัดการให้ถึงเดือนถัดไป
พอเขากลับมาไทยเราก็ไม่มีเงินเหลือแล้วครับ ผมต้องกลับมายืมญาติพี่น้องผมอีกครั้ง แล้วช่วยกันขายของ ในตอนนั้นผมบอกไปว่าให้หาห้องถูกๆอยู่ไปก่อนถ้าขายดีขายได้เราค่อยย้ายห้อง แต่เขากลับเลือกห้องราคา5พันต่อเดือนและมัดจำ1ปี เราก็ช่วยกันขายได้เดือนนึงเขาเลยอยากกลับบบ้านไปเจอลูก และก็พาลูกไปอยู่ด้วยกันที่ขายของสุดท้ายก็ขายไม่ดีตามเคย ไปไม่รอด เขาเลยต้องกลับไปเกาหลี ตอนนั้นยังมีวีซ่ากลับไปทำงานแบบถูกกฎหมายได้แต่พอกลับไปถึงเกาหลีเขาก็เลือกทำงานกับเพื่อนทันที ส่วนผมต้องอยู่กับลูกอายุ1ขวบ7เดือนสองคนในห้องเช่าราคา5พัน รวมน้ำไฟ 7-8พัน กับของที่ขนมาเต็มห้อง จะขนของกลับบ้านก็ยาก จะหางานทำก็ไม่ได้ เพราะมีลูกน้อยอยู่ด้วย โชคดีมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆเลยฝากของไว้บ้านเพื่อนก่อน
ส่วนตอนนี้คือกลับมาอยู่ที่บ้านกันแล้ว
เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้กับปัจจุบันเราคุยกันไม่ลงตัว เพราะถ้าผมบอกว่าผมจะเลิกเพราะเขาทำงานนี้ เขาก็บอกว่าที่เขาไปทำเพราะผมเห็นแก่ตัวผมไม่ช่วยเขาหาเงิน และถ้าเลิกกันตอนนี้เขาก็จะไม่ส่งเงินมาให้ผมเลี้ยงลูกและเงินที่พาลูกไปรักษา ผมเลยว่าจะไปหางานทำเองแต่จะเอารถไปด้วยแต่เขาไม่โอเคที่ผมจะเอารถไปด้วย ที่ผ่านมาคือผมฟังแต่เขามาตลอดทำทุกอย่างที่เขาขอ จนตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว จะหายืมใครไปทำงานก็ไม่ได้แล้ว คุยกับเขาก็ยาก
เรื่องกระทู้ที่ผมตั้งคำถามแล้วเล่าสั้นๆบางคนคงมองว่าทำไมแปลกจัง เขาทำเพื่อครอบครัวแต่กลับจะฟ้องเขา ใจเย็นๆกันก่อนนะครับ คือไม่ใช่ว่าผมต้องการจะฟ้องเขาเรื่องขายบริการในทันทีตอนนี้ และที่จริงอยากฟ้องชู้ แต่หลักฐานฟ้องชู้มันไม่เพียงพอ ผมแค่อยากถามเกี่ยวกับการฟ้อง “เผื่อ” ว่าถ้าตกลงกันไม่ได้จริงๆค่อยยื่นฟ้องทีหลัง เพราะเรื่องที่เขาทำงานนี้คนทางบ้านยังไม่มีใครรู้
ส่วนเรื่องที่อยากฟ้องก็ ถ้าตกลงเรื่องจ่ายหนี้กันไม่ได้จริงๆ ผมก็อยากฟ้องให้เขาช่วยจ่ายหนี้คนละครึ่งก็ยังดี แต่เขาก็ต้องจ่ายส่วนที่เอาไปจ่ายงวดรถด้วยเพราะรถเป็นของเขาแต่เรื่องนี้ผมไม่รู้ว่าจะฟ้องให้เขาช่วยจ่ายได้ไหมเพราะเป็นหนี้เกิดก่อนจดทะเบียนสมรส ส่วนเรื่องลูก ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็อยากฟ้องสิทธิ์เลี้ยงลูกและค่าเลี้ยงดูลูก