เราจะขุดตัวเองออกมาจากอดีตยังไงคะ

เรื่องมันเริ่มจาก ตอนเด็กๆเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนค่ะเลยค่ะ พยายามปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เรียนให้เก่งขึ้นเล่นกีฬาให้ขึ้น จนวันหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีเพื่อนแล้วเราก็อยากเล่นกับเพื่อนตามปกติ แต่พอ10ขวบก็เริ่มมีความรู้สึกแบบเดิมคือรู้สึกโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน รู้สึกว่าที่บ้านรักน้องมากกว่า เพราะเวลาน้องทำอะไรผิดแม่มักจะพูดว่าทำไมไม่ดูน้องดีๆตัวเองเป็นพี่เกิดก่อนน้องก็ต้องสอนน้อง เราก็อยากทำให้ได้แบบที่แม่บอกจนวันหนึ่งเผลอตีน้องแรงจนน้องร้องให้ไม่หยุด หลังจากนั้นเราก็ไม่กล้าทำอะไรน้องเลย จะเป็นฝ่ายยอมน้องตลอด แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอดบางวันน้องด่าเราที่เป็นพี่ต่อหน้าเพื่อน เราก็ไม่ว่าอะไรเก็บเงียบมาตลอด เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แม่หรือเพื่อนเห็นความสามารถของเราพอ12เราเลยประกวดทักษะวิชาการจนได้เหรียญเงินระดับภาค เราคิดว่าแม่จะดีใจกับเราและชมเราว่าเก่งแต่ไม่ได้ยินคำนั้นเลย เราเข้าใจที่แม่ต้องหาเงินเลี้ยงลูก4คน เลยอาจจะไม่ได้พูดมันออกมา ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นับตั้งแต่วันนั้นเราก็เริ่มมีเพื่อนถึงจะไม่สนิทกับใครเลยแต่ก็ยังพอมีคนมาคุยด้วย แล้วเราก็ใช้ชีวิตมาเหมือนเดิม เรียนบ้าง เล่นบ้างมีปัญหากับที่บ้านบ้างจนช่วงม.3เริ่มหนักขึ้นเพราะช่วงนั้นพ่อเราเสีย เราเสียใจหนักมากจนกระทั่งเริ่มขึ้นม.4แม่บอกว่าไม่มีเงินให้เราสมัครเรียนเพราะพี่ชายเรายังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยพี่เรียนปวช.ในเมืองลำพังแค่ค่าหอ ค่ากินค่าอยู่พี่ชายก็เยอะมากพอแล้ว เราก็เลยหาเงินสมัครเรียนเอง+กับช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดระบาดหนักต้องเรียนออนไลน์เราไม่มีโทรศัพท์ เลยพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องเก่าต่อจากพี่ชายอีกทีหนึ่งเพราะพี่เรากำลังซื้อใหม่แต่ยังขาดเงินเราก็เลยตัดสินใจซื้อเครื่องเก่าจากพี่ชายทั้งๆที่เครื่องนั้นมันไม่ได้ดีเลยทั้งแบตเสื่อมหน้าจอแตก เราซื้อมาในราคา4,500เพราะคิดว่าแค่เอามาเรียน จนมาวันหนึ่งแม่กลับมาจากป่าเห็ดกลับมาน้องยังหุงข้าวไม่เสร็จแม่คงโมโหหิวเลยจับโทรศัพท์ปา แต่แม่ปาเครื่องเราในขณะที่เรานั่งซักผ้าอยู่ อยู่บ้านเราเป็นคนซักเสื้อผ้าให้ทุกคนในบ้าน ของแม่ น้องและพี่ชายคนรอง เมื่อก่อนซักมือนะคะ เราก็ซักจนเสร็จกำลังจะไปตาก เห็นซากโทรศัพท์ที่แม่ปาคือโทรศัพท์ของเรา ตอนนั้นเราพูดอะไรไม่ออกมันจุกๆที่อกได้แต่ยิ้มแล้วพูดออกมาว่าเครื่องมันเก่าแล้วแหละ หลังจากนั้นเราก็ไม่มีโทรศัพท์เรียนเลยและกลายเป็นโรคซึมเศร้าจนกระทั่งเราติดทุนพระราชทานเลยสามารถเบิกเงินทุนมาซื้อโทรศัพท์เรียนตอนม.5  เราไม่สามารถมูฟออนจากเรื่องนี้ได้เลย ควรทำยังไงดีคะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกพ่อแม่ไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีชีวิตที่ดีได้ครับ เวลาท้อแท้หรือหมดกำลังให้มองคนที่ด้อยกว่า เวลาออกจากบ้าน ถ้าเรามีมอไซด์อย่าไปมองคนที่ขับรถยนต์ครับ แต่ให้มองคนที่ขับจักรยาน ถ้าเรามีจักรยานก็อย่าไปมองคนที่เขามีมอไซต์ ถ้าเราไม่มีจักรยาน ก็ให้มองคนที่เขาไม่มีขาครับ ถ้าเราไม่มีขา ก็ให้มองคนที่เขาตาบอด ดังนั้นเราไม่ใช่คนที่ลำบากที่สุดในโลกครับ ยังมีคนที่ลำบากกว่าเรา น้องเองยังโชคดีที่มีแม่ มีคนส่งเรียน ถึงจะต้องหาค่าเทอมเองบ้าง ซื้อโทรศัพท์เองบ้าง แต่ก็ยังได้เรียน ก็เรียนไปครับ ไม่ต้องคิดอะไร ถึงวันนี้จะไม่มีโทรศัพท์ไว้เรียน แต่ก็ยังมีหนังสือไว้อ่านก็อ่านไปครับ ไม่ต้องสนใจอะไร เอาให้จบ ม.6 จะทำงานหรือเรียนต่อค่อยว่ากันครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่