องค์แห่งความเพียร: วัดป่าร้อยปีหลวงพ่อวิริยังค์


เงียบเสียงมละขาด       กมลาศสงบถอย
เนตรปิดมนะลอย         สติคอยประคองไว้

กามฉันทะ นิวรณ์          ก็สิหลอนกระทบใจ
อาฆาตมนะไป              สละให้อภัยกัน

อุธัจจะ สิฟัด                  ริสะบัดสิพัวพัน
ซ้อน กุก กุจจะ ผัน          อุระพลันระกำใจ

เคลือบแคลงระแวงจิต    ดำริผิด ฤ ถูกไหม
เวียนวนมนะไป              ทมะให้นิวรณ์ปลง

ใจกายจะสงบ                สุขะพบละลดหลง
อัสสาสะ ละลง               ละคิคงบ่หยุดหาย

ปัสสาสะ ระงับ               สงบดับละเมียดคล้าย
เหมือนราวจะสลาย        ปิติสุขคละคลุกปน

คราจิตสู่สบาย              รติคล้ายจะสับสน
ฝังในสุขะจน                 บ่สิยอมจะจรวาง

ต้องปล่อยสุขะเปลื้อง     ปะทะเรื่องอะไรขวาง
ปลดให้อุระว่าง             จะกระจ่างสว่างใจ

ยากนักปฏิบัติ               จะสลัดสบั้นได้    
ปล่อยจับระส่ำไป       มนะไหว มิปล่อยนาน

ต้องมี "วิริยังค์"              สติตั้ง ณ สี่ฐาน
จวบจนมนะกราน           ทะนุน้อมก็ยอมเอง

สมาธิ วสี                      พละมีถนัดเก่ง
เข้าออกจะละเร่ง            ผลิพรัอมวิปัสส(นา)

วิริย + องฺค = วิริยงฺค (วิ-ริ-ยัง-คะ) แปลตามศัพท์ว่า “องค์แห่งความเพียร“

มละ = ละ, ทิ้ง
กมลาศ = ใจ, ดอกบัว
มนะ  = ใจ
ละคิ = ยัง, ยังมีอยู่
รติ = ยินดี, ชอบใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่