ชีวิตที่ไม่ง่าย 🥹

ชีวิต ที่เกิดมา ไม่ได้อยู่บนกองเงินกองทอง ไม่ได้มีใครให้ตามใจ มันก็ มักเจออุปสรรคและปัญหาบ่อยๆ จนบางครั้ง ก็ท้อกับการที่ต้องใช้ชีวิต
     ผมเกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ มีพ่อ มีแม่ และผม เป็นครอบครัวเล็กๆ เราอยู่กัน 3 คนพ่อแม่ลูก โดยเช่าที่ดิน เพื่อปลูกบ้านอยู่ 1หลัง ซึ่งสมัยนั้น ค่าเช่ายังคิดเป็นรายปี เท่าที่จำได้ น่าจะ 4,000 บาท พ่อก็ปลูกบ้าน เป็นแบบ ยกสูง เนื่องจาก ตรงที่เช่านั้นเป็น ดินเลน และป้องกันน้ำท่วม ในตอนนั้นเราอยู่กันที่ จ.สมุทรสาคร แถบฉานๆเมือง ผมก็เติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่ ไม่ดีมากนัก ตอนนั้นผมเรียน อยู่โรงเรียนในตัวจังหวัด การเดินทาง อนุบาล ถึง ปประถม3 ผมยังใช้รถรับส่งนักเรียน ซึ่งจุดเปลี่ยน คือเรื่องเวลาที่ค่อนข้างบีบ เพราะเวลาเลิกเรียนจะไม่ตรงกัน เลยทำให้ผมได้นั่งรถโดยสาร(รถสองแถว)เป็นครั้งแรก โดยปกติ ถ้าเป็นรถรับส่ง จะจ่ายเดือนละ 300 บาท พอผมได้เริ่มเดินทางด้วยตัวเอง ทำให้รายจ่ายลดลง แต่ก็จะเมื่อยหน่อย เนื่องจากระยะทางที่มาขึ้นรถโดยสาร ประมาน 500 เมตร ก็พอเดินได้ ก็ทำให้ชีวิตช่วงที่เรียนประถม เป็นแบบนี้เรื่อยมา จนเริ่มขึ้น ชั้นประถมที่ 5 ชีวิตก็ถึงจุดเปลี่ยนอีก ผมได้ไปเข้าค่าย พุทธธรรม ณ จังหวัดใกล้ๆ ซึ่งปกติ ผมไม่เคยได้ออกจากบ้านเลย ไม่ว่าจะเข้าค่ายลูกเสือ ไปทัศนศึกษา เรียกได้ว่า ไม่เคยสัมผัส สักครั้ง ด้วยฐานะทางบ้าน ที่ไม่สามารถส่งผมไปได้ พอได้ไปเข้าค่าย ก็ทำให้ผมตื่นเต้นมาก ได้เจอเพื่อนๆต่างถิ่นฐาน ต่างภาษา มีทั้งมากจากภาคเหนือ ภาคอิสาน และภาคใต้ แน่นอนครับ การสื่อสารก็จะลำบากหน่อย แต่ผมเป็นคนคุยเก่ง ชอบคุย ก็เลยทำให้เริ่มรู้จักเพื่อนมากขึ้น ซึ่งการเข้าค่ายก็ ดำเนินไปถึง 5วัน 5คืน จนวันสุดท้ายแม่ก็มารับผมกลับบ้าน แต่จะบอกให้เลย เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้เห็นโลกมากขึ้น ทำให้หลังจากผมกลับมาเรียน ชั้น ประถมที่ 6 ผมก็ได้เปลี่ยนไป ได้เริ่มปรับนิสัยบางอย่างของตนเอง แต่ก็น่ะ ผมยังเด็ก
ช่วงที่ผมกลับมาจากเข้าค่าย ผมก็ได้มีโอกาสไปทำ จ็อบ เล็กๆ ที่โรงงานของแม่ ที่แม่ทำงานอยู่ แต่ทำไม่ถึงสัปดาห์ ความซนและขี้เล่นของผม ก็ทำให้เกิดเรื่อง จังหวะที่ผมเล่น หนังยาง ได้เผลอไปดีดใส่ที่ตา ของพี่คนนึงเข้า แต่โชคดีที่ไปโดนเปลือกตาด้านบน ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้ไปอีกเลย จนถึงจังหวะชีวิตอีกช่วง การขึ้น เรียนขั้นมัธยม1
ถ้าเป็นสมัยก่อน การจะเข้าเรียน นอกจากโควต้าต่างๆ ก็มีอีกแบบคือการจับฉลาก แต่ไม่รู้ดวงผมเป็นยังไง ไม่ว่าแม่จะพาไปที่ไหน โรงเรียนไหน ก็จับไม่ได้สักที่ จนแม่จะไม่ให้เรียน จนเพื่อนแม่แนะนำมาที่หนึ่ง แต่เป็นโรงเรียนประจำนะ เป็นแบบกินนอน และเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในเขตวันสมัคร แม่ไม่รอช้า พาผมนั่งรถบัส สาย 402 สายในตำนานถ้าใครอยู่สมุทรสาครจะรู้จักดี แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังมีอยู่ มาต่อคับ พอผมนั่งรถไปสัก 1 ชม. ก็ถึงแยก ที่ต้องลง เพื่อนั่งวินมอเตอร์ไซร์ เพิ่อที่จะเข้าไปที่โรงเรียนแห่งนี้ พอไปถึง ก็เป็นที่ ที่ผมเคยมาเข้าค่ายตอน ประถม5 จึงเข้าใจ แต่ด้วยเหตุผลต่างๆนานาๆ ที่ผมต้องเข้าเรียนที่นี่ให้ได้ เพิ่อช่วนลดรายจ่ายภายในบ้าน ลดภาระการกินรายวัน ผมต้องเข้าเรียนให้ได้ ซึ่งการเข้าค่ายและวัดผล จะต่างกับที่ผมรู้จัก จะเข้าค่าย 2 รอบ รอกแรกค่ายทั่วไป
รอบที่2 จะเป็นค่ายคัดตัวรายบุคคล และด่านสุดท้าย คือการพิสูจน์ความอดทน ซึ่งตอนนั้น มีเพื่อน 2-3 คนที่ไปต่อไม่ไหว ขอกลับบ้าน จนถึงวันประกาศผล ผมได้ถูกเอ่ยชื่อเป็นคนแรก จนถึงคนสุดท้าย ผ่านไปทั้งหมด 38 คน เป็นชาย 14 หญิง 24 และความสนุกก็จะเริ่มหลังจากนี้
ปล.เดี๋ยวมาต่อนะคับ ขอนอนแพพพ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่