[ชนจิตฺโต] ตอนที่ 6: ต้นตอ



ตอนที่ 6: ต้นตอ

อันที่จริงผมควรจะเขียนโพสต์นี้ก่อนเป็นอันดับแรก ถึงที่มาและต้นตอว่าเหตุใดจึงเขียนเรื่องราวการเดินธุดงค์เมื่อ 11 ปีก่อนด้วย ครั้งนี้เลยขออนุญาตขั้นรายการ พักชมสิ่งที่น่าสนใจ ก่อนที่จะเดินทางไปสู่สวนโมกข์ในตอนหน้านะครับ

ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ท่านจะมีนิสัยชอบจดชอบเขียนเวลาท่านทดลองสิ่งต่างๆ ในช่วงต้นๆ ชีวิตนักบวชของท่าน ว่าวันนี้เป็นไงบ้าง ปฏิบัติธรรมแบบไหน ก้าวหน้ายังไง รวมไปถึงเจอกิเลสที่ต้องต่อสู้ภายในใจยังไงบ้าง เรื่องนี้เลยเป็นแรงบันดาลใจ ให้ผมจดบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ลงไปในไดอารี่และแผนที่ตอนไปธุดงค์ ที่ผมยังคงเก็บมาจนถึงทุกวันนี้

แต่กระนั้นก็ยังไม่เคยได้ให้ใครอ่านเลย หรือแม้แต่กระทั้งจะเล่าให้กับใครฟังแม้แต่คนในครอบครัว เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่มันออกจะธรรมดา ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แม้จะมีบางเหตุการณ์ที่ยากจะอธิบายได้เหมือนกัน ก็เลยเก็บมันไว้กับตัว จนกว่าจะมีใครถามเอานั้นแหละ ถึงจะเล่าออกมาเป็นช็อตๆ ไป

ครั้งแรกที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็น่าจะเป็นตอนที่เพิ่งสึกออกมาอยู่บ้านใหม่ๆ รับจ้างเขียนโปรแกรม ก่อนจะได้ไปทำงานที่โรงงานเหล็กแห่งความสุขที่มาบตาพุดนู้นเสียอีก ตอนนั้นไปรับเขียนเว็บไซต์ให้กับบริษัทพี่โยทราเวลล์ แล้วได้มีโอกาสเล่าให้กับที่ออฟฟิศพี่โยฟัง ทุกคนล้วนรู้สึกชื่นชอบ แถมพี่โยบอกว่าเล่าเรื่องได้สนุกดี เลยรู้สึกอยากเล่ามานับแต่ตอนนั้น แต่ก็ยังเก็บความฝันนั้นเอาไว้

อีกครั้งนึงหลังจากออกมาจากโรงงานเหล็กแห่งหนึ่ง ก็ได้มาทำสตาร์ทอัพที่ระยองกัน ตอนนั้นพี่ตี๋ซึ่งเราคุยกันถูกคอ ทั้งชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน เชียร์แมนยูแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 20 สมัยเหมือนกัน 😏 แถมยังชอบเรื่องธรรมะเหมือนกันอีก เลยคุยกันเรื่องเดินธุดงค์บ่อยๆ พี่ตี๋เองก็เชียร์ว่าให้เขียนถึงเรื่องนี้หลายทีมาก แต่เนื่องจากมันใช้แรงเยอะเลยได้แต่ผลัดผ่อนมา

จนมาปีนี้ที่รู้สึกหลายๆ อย่างในชีวิต เราพลาดโอกาสดีๆ ไปเยอะแยะมากมายด้วยคำว่า "เอาไว้ก่อน" หลังๆ อยากทำอะไรแล้วก็ตัดสินใจทำเลย แล้วค่อยไปเรียนรู้หน้างานเอา มันแต่รอให้พร้อมทุกอย่างก่อนเป็นต้องเหลวไปทุกที สู้ลงมือทไไปเลยอย่างน้อยๆ เราคงไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้ทำ

บวกกับความทรงจำเกี่ยวกับการเดินธุดงค์มันเริ่มเรือนรางออกไปทุกที พวกรายละเอียดบางตอนจำไม่ได้แล้วว่าเป็นยังไง แต่ก็ยังเหลือความทรงจำในแบบ overview เท่านั้นที่ยังชักเจน

บวกกับยิ่งอายุมากขึ้น สูญเสียคนที่รักไปหลายต่อหลายคน จากเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบถ่ายรูปกับใคร ก็อยากจะถ่ายเก็บไว้ เพราะความทรงจำเราอยู่ไม่นาน แถมวินาทีแห่งความสุขนั้นอาจจะไม่กลับมาอีกครั้งก็เป็นได้ พอคิดได้ดังนี้ เลยตัดสินใจลองถ่ายทอดเรื่องราวออกมาซะเลย

แต่อย่างที่บอกไปนะครับ รายละเอียดบางอย่างมันได้เลือนหายไปตามเวลา บางครั้งผมจึงจำเป็นต้องอุดช่องโหว่นั้น ด้วยการเขียนเพิ่มเติมเอาเอง ถึงแม้ว่า 90% นั้นจะเกิดขึ้นจริง ส่วนอีก 10% จะแต่งขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมอยากให้อ่านในฐานะมันคือนิยาย ที่สร้างความบันเทิง และรอยยิ้ม เพื่อเพิ่มกำลังใจหลังจากเลิกงาน มากกว่าอัตชีวประวัติของคนธรรมดาๆ คนนึง

ส่วนในเรื่องภาพประกอบนั้น ผมใช้วิธีเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้กับเอไอ DALL-E ให้มันช่วยวาดรูปขึ้นมาให้ โดยอยากให้มันเป็นแนวการ์ตูนญี่ปุ่นหน่อย เพราะรุ่นคนอ่านส่วนใหญ่ น่าจะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นบางภาพอาจจะดูแปลกๆ ไปบ้างไม่ต้องตกใจ นี่มันฝีมือ A.I. เอง

อีกเรื่องนึงที่สำคัญคือ การเอ่ยถึงบุคคลที่ 3 ในเรื่อง เนื่องจากมีตัวละครเยอะมากๆ และมนุษย์ทุกคนล้วนเป็น "สีเทา" มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ไม่น่ารัก ผมเลยสัญญากับตัวเองว่า จะเขียนแต่เรื่องดีๆ ของพวกเขาเท่านั้นนะครับ เรื่องไม่ดีผมจะขอเก็บไว้ในความทรงจำ ให้มันหายไปพร้อมกับกาลเวลาก็พอ เพราะเวลาเรานึกถึงใคร ถ้าเรานึกถึงด้านดีของเขา เราจะมีความสุขมากกว่า ผมคิดแบบนี้นะ

สุดท้ายนี้ก่อนจากลากันวันนี้ ผมคิดมาคร่าวๆ ละ เรื่องราวคงต้องแบ่งเป็น 2 ซีซั่นด้วยกันนะ โดยซีซั่นแรกจะไปจบลงที่ก่อนออกเดินธุดงค์ ส่วนซีซั่น 2 จะไปจบตรงที่เดินไปจนถึงหนองคาย และอาจจะเล่าต่อนิดหน่อยว่าหลังจากสึกออกมาแล้วเป็นยังไง การบวชครั้งนี้มีประโยชน์อะไรบ้างรึไม่ ใช้ในชีวิตจริงได้บ้างมั้ย ก็ประมาณนี้ครับ

ตอนหน้าอย่าลืมติดตามรับชมนะครับ ว่าหลังจากออกจากนครศรีธรรมราชไปอยู่สวนโมกข์แล้วจะเป็นยังไง การปฏิบัติธรรมจะเป็นยังไงบ้าง ติดตามรับชมกันได้เลยนะครับ

ขอบคุณมากครับ

#ชนจิตโต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่